จากการที่องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) เปิดผลสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2568 โดยประเทศ ไทยได้เพียงแค่ 33 คะแนน ต่ำสุดในรอบ 19 ปี อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก หลังจากพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จึงอาศัยจังหวะนี้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน เพื่อขอให้เอาจริงกับการปราบคอร์รัปชัน โดยระบุว่า ผลดัชนีการรับรู้การทุจริต ปี 2568 ของไทย ได้เพียง 33 คะแนน ต่ำสุดในรอบ 19 ปี ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือต้นทุนของประเทศที่ประชาชนต้องร่วมแบกรับทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลง ความสามารถการแข่งขันที่ถดถอย และงบประมาณแผ่นดินที่รั่วไหลจากการนำมายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน หากรัฐบาลชุดใหม่มีเจตจำนงในการปราบโกงอย่างจริงจัง ย่อมสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างสังคมโปร่งใส และยกระดับศักยภาพของประเทศบนเวทีโลกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ จึงเสนอให้บรรจุ 5 มาตรการปราบโกง ที่รัฐบาลควรประกาศในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อยืนยันการปราบคอร์รัปชันในรัฐบาลจะเกิดผลจริง ซึ่ง 5 มาตรการ ได้แก่ 1.ตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ มีนายกฯเป็นประธาน กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน มีกรอบเวลา และเป้าหมายที่วัดผลได้2.ยกระดับประเทศสู่มาตรฐาน OECD ผลักดันให้ทุกหน่วยงานปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลตามมาตรฐานสากล 3.ยกระดับ 3 กระทรวงหลัก เป็นต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ โดยเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอย่างครบถ้วนกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวด โปร่งใส 4.ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลปิดช่องโกง เปิดเผยข้อมูลและมีระบบติดตามโครงการ เปลี่ยนการปราบโกงจากปลายทาง สู่การป้องกันเชิงระบบ และ 5.สร้างภาครัฐประสิทธิภาพสูง ลดแรงจูงใจการทุจริต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานข้าราชการ ปรับโครงสร้างกำลังคน ปรับรายได้ให้เหมาะสมลดแรงจูงใจในการทุจริต สร้างระบบราชการที่โปร่งใสโดยองค์กรปราบคอร์รัปชันจะขอเข้าพบนายกฯ หลังตั้ง ครม.เรียบร้อยแล้ว เพื่อร่วมหารือกลไกในการปราบโกงต่อไป ถือเป็นการส่งสารโดยตรงถึงนายอนุทิน ว่าที่ผู้นำรัฐบาลชุดใหม่ ให้เร่งปราบทุจริต คอร์รัปชัน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ควรตอบสนองอย่างจริงจัง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม