ฝุ่นยังตลบ เหตุ กกต.ยังไม่ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งเป็นทางการ ขณะที่ “เลขาฯ กกต.” ไม่มาตามนัด หลัง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ เรียกชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ให้รองเลขาธิการ กกต. ผอ.เลือกตั้งเขต 1 จ.ชลบุรี ชี้แจงผ่านระบบออนไลน์แทน อ้างไม่ตั้งใจฟ้องประชาชนบุกเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง แต่กลัวโดน ม.157 ขณะเดียวกัน ทนายดัง ยื่นหนังสือถึง สว.อิสระ รวมชื่อ 20 คน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการเลือกตั้งเป็นโมฆะหลังจากภาคประชาชนทยอยเข้าฟ้องร้องการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)จากการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่พบส่อไม่โปร่งใสในหลายพื้นที่ และการติดคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรลงคะแนนเลือก สส.ที่ส่อขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลข่าวสารฯ รวมถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่สามารถเปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้งทั่วประเทศอย่างเป็นทางการได้กกต.ถกเครียดบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ดต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีวาระประชุมพิจารณาต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่จะต้องใช้ในวันที่ 22 ก.พ.2569 ตามที่ กกต.มีมติก่อนหน้านี้ว่าให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วย คือ 1.หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพ 2.หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน และ 3.หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี โดยที่ประชุมยังคงหารือไม่เป็นที่ยุติว่า บัตรที่จะจัดพิมพ์ใหม่นั้นจะยังคงใช้รูปแบบบัตรโดยกำหนดเลขเล่มที่ และเลขที่ของบัตร รวมทั้งสัญลักษณ์บาร์โค้ดเหมือนที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.หรือไม่ หากไม่มีจะเกิดข้อถกเถียงทางกฎหมายถึงความแตกต่างของบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป กับที่ใช้ในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ และจะยิ่งไม่เป็นผลดีกับการที่ กกต.จะต้องสู้คดีที่ถูกฟ้องว่าการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะหรือไม่จ่อนับคะแนนใหม่กว่า 20 หน่วยขณะเดียวกันคาดว่าที่ประชุมยังจะมีมติสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เพิ่มเติมอีก 20 กว่าหน่วย ตามที่สำนักงาน กกต.เสนอหลังพบบัตรออกเสียงเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า “บัตรเขย่ง” ซึ่งจะเห็นได้เบื้องต้นจากตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ที่ปรากฏในเว็บไซต์ ECT Report 69 ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของสำนักงาน กกต.ที่มีตัวเลขแตกต่างกันระหว่างจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือก สส.แบบแบ่งเขตและจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อกว่า 66,000 คน และทำให้จนขณะนี้ กกต.ยังไม่สามารถเปิดเผยรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการได้ ซึ่งหาก กกต.มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ ในส่วนนี้น่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ก.พ.เรียก ผอ.กกต.สมุทรปราการชี้แจงมีรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเรียกตัวผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม กรณีพบแบบขีดคะแนนสำหรับการเลือกตั้ง สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของเขตเลือกตั้งที่ 6 ถูกทิ้งบริเวณบ่อขยะเทศบาลลัดหลวง อ.พระประแดง หลังจากที่ กกต.กลางได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสอบสวนก่อนแล้ว และพบความผิดปกติว่าแบบขีดคะแนนที่พบถูกทิ้งนั้น เป็นแบบขีดคะแนนที่ยังไม่มีคะแนนรวม และ กปน. (กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง) ให้ถ้อยคำว่าขีดผิด จึงได้เซ็นกำกับและเปลี่ยนนำแบบขีดคะแนนสำรองขึ้นมาใช้ โดยมีการลอกคะแนนจากแบบขีดคะแนนที่ชำรุดมาใส่จนครบถ้วนและนับคะแนนต่อ ซึ่งขณะดำเนินการมีประชาชนที่มาสังเกตการณ์อยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วย และมีการลงบันทึกประจำหน่วยไว้แล้วรอสอบสวนใบขีดคะแนนหลุดสู่บ่อขยะเมื่อนับคะแนนเสร็จก็นำแบบขีดคะแนนฉบับที่มีการรวมคะแนนเก็บใส่ในหีบบัตรเรียบร้อย ก่อนนำมาส่งที่ทำการเขตเลือกตั้งที่ 6 ส่วนแบบขีดคะแนนที่ชำรุดได้แยกไว้อีกถุง และนำมาเก็บที่ทำการเขตเลือกตั้งที่ 6 เช่นกัน แต่เหตุใดจึงหลุดถูกนำไปทิ้งที่กองขยะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่ามีผู้ใดนำแบบขีดคะแนนฉบับดังกล่าวออกไปหรือไม่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่เล็งเอาผิดคนทิ้งเอกสาร ลต.ที่บ่อขยะต่อมาเวลา 17.55 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกเอกสารชี้แจงกรณีพบเอกสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 6 และเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ถูกพบอยู่ในบ่อขยะที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ว่า กกต.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเอกสารดังกล่าวนั้น เป็นเอกสารที่ใช้ ณ หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลเอกสารตามข่าว เจ้าหน้าที่ได้ใช้ในการเลือกตั้งจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และรายงานผลการนับคะแนนไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อคะแนนการเลือกตั้ง หรือความสุจริตเที่ยงธรรม อย่างไรก็ตาม กรณีเอกสารที่ปรากฏตามข่าวนั้น อยู่ในระหว่างขั้นตอนการจัดเก็บ สำนักงาน กกต.กำลังดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่าเอกสารไปปรากฏ ณ ที่เกิดเหตุได้อย่างไร มีข้อบกพร่องหรือความผิดปกติในขั้นตอนใด หรือมีบุคคลใดทำให้เกิดการกระทำการดังกล่าว โดยสำนักงาน กกต.จะดำเนินการตามกฎหมายกกต.ยังตรวจสอบไม่เสร็จอีกอื้อผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ถ้าหากรวมก่อนหน้านี้ที่ กกต.มีมติสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่และการออกเสียงลงคะแนนใหม่รวม 4 แห่งนั้น ถึงปัจจุบัน กกต.มีคำสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่แล้ว รวม 9 แห่ง และสั่งออกเสียงลงคะแนนใหม่ 4 แห่ง โดยรวมเลือกตั้งใหม่บางหน่วยใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี น่าน กทม.พะเยา ส่วนนับคะแนนใหม่บางหน่วย มี 6 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี กทม.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และ สกลนคร อย่างไรก็ตาม ยังมีเหลือหน่วยเลือกตั้งที่ กกต.ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหากสำนักงานดำเนินการได้ทัน ก็จะมีการเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งอาจเป็นช่วงปลายสัปดาห์นี้ หรือการประชุมในสัปดาห์หน้าไม่ตั้งโต๊ะแถลงเน้นออกเอกสารชี้แจงนอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่า สถานการณ์ในขณะนี้หากจะมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวเหมือนช่วงเลือกตั้งน่าจะไม่เป็นผลดีกับ กกต.เพราะที่ผ่านมาการชี้แจงของ กกต.จะถูกนำไปตีความ ขยายความ ยิ่งจะเกิดผลเสียกับ กกต.มากกว่าจึงเน้นที่จะใช้วิธีการชี้แจงผ่านทางเอกสารเป็นหลักชี้แจง สคส.ปมบาร์โค้ดบนบัตร ลต.ส่วนกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ให้เอาผิด กกต.เรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สามารถสืบย้อนกลับผู้ลงคะแนนได้นั้น ล่าสุดมีรายงานว่า สำนักงาน กกต.ได้ทำหนังสือชี้แจงส่งกลับไปยัง สคส.เรียบร้อยแล้วในประเด็นข้อกฎหมาย โดยยืนยันประเด็นการเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับในคูหา ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือขอให้ กกต.ชี้แจงเรื่องดังกล่าวภายใน 7 วันนั้น เนื่องจากหนังสือดังกล่าวเพิ่งมาถึง จึงอยู่ระหว่างการจัดทำหนังสือ“ศุภชัย” มา กกต.ปมยื่น 15 เรื่องร้องเรียนนอกจากนี้ ในช่วงเช้า นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้ามาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวน กกต. เนื่องจากในช่วงเลือกตั้งมีการยื่นเรื่องร้องเรียนเอาผิดบุคคล พรรคการเมือง และสื่อมวลชนที่มีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง โดยได้ยื่นเรื่อง 15 เรื่อง เกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 เกี่ยวกับการหาเสียงโดยใส่ร้าย ใส่ความอันเป็นเท็จ โดยยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นพรรคใด และหากไม่มาดำเนินการ เรื่องก็จะค้างอยู่ที่ กกต.โดยระบุว่า ต้องเข้าใจ กกต.เพราะคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. คืออาสาสมัครที่เข้ามาทำงานเป็นจำนวนกว่าล้านคน กปน.ต้องทำตามกฎระเบียบของ กกต. อีกทั้งส่วนตัวมองว่าภาพรวมไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยขั้นตอนการนับคะแนน มีกระบวนการให้ยื่นเรื่องคัดค้าน และทักท้วง หากพบการทุจริต ตั้งแต่ช่วงเวลานับคะแนนชี้บาร์โค้ดบนบัตร ลต.มีมาก่อนหน้านายศุภชัยกล่าวอีกว่า สำหรับบัตรเลือกตั้งนั้น กกต.ต้องชี้แจงให้ชัดเจน แต่ในปัจจุบันโลกเปลี่ยน โซเชียลมีความรวดเร็ว และกระจายวงกว้าง ตนคิดว่าควรปล่อยเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายดีกว่า โดยบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ตนเห็นว่ามีมาตั้งแต่การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กระบวนการที่จะสืบย้อนกลับไปยังบัตรว่ามีการทุจริตหรือไม่ กกต. ก็มีกระบวนการเพื่อตรวจสอบว่าใครเบิกไปอย่างไร ซึ่งมีมาตั้งแต่ดั้งเดิมคล้ายกับลอตเตอรี่ ที่มีไว้เพื่อดูว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ มีไว้เพื่อป้องกันตรงส่วนนั้นมากกว่า ส่วนเรื่องชั้นความลับ มีความเห็นว่าไม่มีทางตรวจสอบได้ควรสนใจแค่ในขั้นตอนการเป็นความลับหรือไม่ ขนาดบัตรของตนเลือกแล้วไปอยู่ตรงไหนยังไม่รู้เลย และไม่ได้มีความกังวลในส่วนนี้ไม่ห่วงเลือกตั้งโมฆะ ทุกอย่างตามก.ม.“ส่วนที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆให้มีการตรวจสอบนั้น ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่กังวลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงขั้นโมฆะ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายจะวุ่นวาย ทั้งนี้ ทราบมาว่าได้มีการส่งเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว หากตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่าอย่างไรก็ดำเนินการไปตามนั้น ส่วนจะเป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ ตนไม่คิดเช่นนั้น น่าจะเป็นอารมณ์ส่วนบุคคลมากกว่า” นายศุภชัยกล่าวทนายดังร้องผู้ตรวจฯให้ ลต.เป็นโมฆะต่อมานายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความโซเชียลชื่อดัง เดินทางมาแถลงข่าวที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เนื่องจากการที่ กกต.พิมพ์คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับว่า สืบเนื่องจากการที่ตนได้ฟังการแถลงข่าวของ กกต. ในเรื่องคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ตนกังวลว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นความลับหรือไม่ ตามมาตรา 85 อีกทั้งยังกลัวคนจะล่วงรู้ว่าเราเลือกพรรคไหนกาให้กับใครแจ้งความเอาผิด ม.157 กกต.นายรณรงค์กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ กกต.แถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนจึงไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อ กกต. โดยประเด็นที่ได้ไปแจ้งความ คือการที่ กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ ยังยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการที่ กกต.ออกระเบียบหรือกฎหมาย ในการมีคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เมื่อกฎหมายระบุว่าเป็นความลับแต่ กกต.ออกกฎหมายเพิ่มเติมให้ทำอะไรก็ได้ ให้ทำสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งโดยไม่บอกประชาชนก่อนว่า ข้อมูลสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงอยากให้ กกต.ชี้แจงกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ทันทีโดยไม่ต้องรอ 7 วัน ถ้ายืนยันว่าตัวเองทำถูกต้องกกต.แจง กมธ.ผ่านออนไลน์ปมฟ้องปชช.ส่วนที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณากรณี กกต.ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เรียกร้องให้นับคะแนนผลเลือกตั้งใหม่ เขต 1จ.ชลบุรี โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องชี้แจง อาทิ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน ที่ถูก กกต.เขต 1 แจ้งความดำเนินคดี ขณะที่ กกต.ส่งนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. นายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผอ.เลือกตั้ง เขต 1 จ.ชลบุรี เข้าชี้แจงผ่านระบบออนไลน์ไกล่เกลี่ยก่อนถูกมองฟ้องปิดปากก่อนการประชุม นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า เชิญตัวแทน กกต.และประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาหารือ ให้ 2 ฝ่าย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หวังให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องประชาชน หาก กกต.เลือกฟ้องคดีประชาชน แทนการอธิบายข้อสงสัย อาจเกิดผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์ กกต.เป็นการฟ้องปิดปาก ใช้อำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ ส่วนที่ภาคประชาชนเตรียมยื่น สว.เข้าชื่อส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายกเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในอำนาจ สว. ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกัน ขอหารือ สว.อีกครั้งให้เกิดความชัดเจน กระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหา กกต.ควรอธิบายข้อสงสัยของสังคม หากอธิบายแล้วประชาชนยังไม่เชื่อมั่น ไม่ใช่กระทบต่อผลการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ส่งผลต่อกระบวนการประชาธิปไตยสาวโวย กกต.เลือกฟ้องแทนชี้แจงขณะที่ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง หญิงสาวเสื้อแดงที่ถูก กกต.แจ้งความดำเนินคดี กรณีเข้าไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่เขต 1 จ.ชลบุรี กล่าวว่า ถูก กกต.ชลบุรี เขต 1 ฟ้องข้อหาบุกรุก และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ สิ่งที่ กกต.ทำไม่ตรงข้อเท็จจริง การตัดสินใจฟ้องประชาชน เพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ภาคประชาชนจึงแจ้งความ กกต.ชลบุรี ข้อหาแจ้งเท็จ ส่วน กกต.กลางอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี ยอมรับว่าการเข้าไปเปิดหีบผิดกฎหมาย แต่ไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมา เหตุผลที่เข้าไปเปิดหีบ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรมีความน่าสงสัย แทนที่ กกต.จะชี้แจงตรงไปตรงมา กลับใช้กฎหมายเล่นงาน เป็นการฟ้องปิดปากประชาชนกกต.แจงหากไม่ฟ้องหวั่นผิด ม.157ต่อมานายนรเศรษฐ์ แถลงผลประชุม กมธ.ว่าเป็นการเปิดพื้นที่คุยให้ทุกฝ่ายเข้าใจเจตนารมณ์แต่ละฝั่ง แต่ยังมีข้อมูลแตกต่างกันทั้ง 2 ฝั่ง เช่น หีบบัตรเลือกตั้ง กกต.ยืนยันหีบบัตรที่ถูกส่งมายังเขตเลือกตั้งที่ 1 สถานที่ยุบรวมหีบมีการซีลมาอย่างดี แต่หลักฐานที่ประชาชน และเหตุการณ์หน้างานบอกชัดเจนว่า บางหีบถูกส่งมาโดยปิดด้วยเทปกาวไม่ได้ซีล ไม่เซ็นรับรองตามข้อบังคับ กกต. จึงต้องสืบสวนกระบวนการเลือกตั้งแต่ละหน่วย ถูกต้องตามกระบวนการหรือไม่ ส่วนที่ กกต.ฟ้องประชาชนนั้น กมธ.พยายามพูดคุยให้ 2 ฝ่ายเข้าใจกัน ถ้าไกล่เกลี่ยถอนฟ้องได้จะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝั่ง นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.บอกว่า กกต.ไม่มีความตั้งใจฟ้องร้องประชาชน แต่หากไม่ดำเนินคดีอาจถูกฟ้องร้องตามมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และยังบอกว่าที่ผ่านมาเป็นการตอบโต้ผ่านการให้สัมภาษณ์ อาจทำให้เข้าใจเจตนารมณ์กันผิดถอยคนละก้าวเพื่อภาพลักษณ์ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯกล่าวด้วยว่า จากการพูดคุยกันวันนี้ อยากให้ กกต.ชลบุรีพูดคุยกัน เรื่องการถอนฟ้องขอให้เป็นความเห็น กกต.ชลบุรี แล้วรายงานมาที่ กกต.ใหญ่ การพูดคุยเป็นไปในทิศทางที่ดี กกต.น่าจะเปิดทางให้พูดคุยกัน แต่กระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้ง กกต.ต้องตรวจสอบและอธิบายให้ประชาชนที่ยังสงสัยว่า กระบวนการเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ ทางที่ดีสุดคือ น่าจะถอยคนละก้าว ทำให้ภาพลักษณ์ กกต.ดีขึ้นแนะไกล่เกลี่ยหาทางออกร่วมกันด้าน น.ส.มาริสา ปิดสายะ ทนายความศูนย์สิทธิมนุษยชนของภาคประชาชน กล่าวว่า ยินดีรับฟังการชี้แจงจาก กกต.ได้ทราบถึงเหตุผลการแจ้งความ และชี้แจงเหตุผลเจตนาเพื่อตรวจสอบตามสิทธิและหน้าที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ กกต. ควรชี้แจงข้อเท็จจริงในข้อสงสัย จากการชี้แจงใน กมธ.ทีมทนายความต้องนำข้อเท็จจริงและข้อเสนอไปพูดคุย เบื้องต้นเรื่องคดี กกต.ไม่ยืนยันชัดเจนจะถอนแจ้งความหรือไม่ จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ประชาชน หาก กกต.เปิดทางพูดคุยกันจะเป็นประโยชน์อันดี เพื่อหาทางออกร่วมกัน เบื้องต้นต้องประชุมทีมทนายความ และลูกความว่ามีความประสงค์ดำเนินการอย่างไร ข้อหาที่ กกต.แจ้งความเป็นอาญาแผ่นดิน แม้ผู้ร้องทุกข์จะถอนแจ้งความก็ไม่ตัดสิทธิพนักงานสอบสวนและอัยการจะดำเนินคดีต่อ แต่การถอนฟ้องประชาชน เป็นความมุ่งหมายอันดีว่า หาก กกต.ไม่ประสงค์ดำเนินคดีประชาชนสามารถต่อสู้คดีได้มากขึ้น ส่วนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงยังต้องดำเนินการต่อไป เพราะข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่ายไม่ตรงกัน ต้องเดินหน้าสอบข้อเท็จจริงให้สังคมสิ้นข้อสงสัยการเลือกตั้ง“ทนายอั๋น” ยื่น สว.เข้าชื่อยื่นศาลรธน.ส่วนในเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือต่อ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ขอให้วุฒิสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยนายภัทรพงศ์กล่าวว่า มีข้อกังขาการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมายื่นเรื่องต่อสว. ช่องทางที่น่าจะรวดเร็วสุดคือ ให้ สว.รวมเสียง 20 คน ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะการลงคะแนนที่มีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรเลือกตั้งเป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ หวังว่า สว.อิสระจะรวมเสียงได้ 20 เสียง ส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ฝากถึง สว.ส่วนใหญ่ถ้าจะทำเพื่อประชาชนจริงๆสักครั้งให้มาร่วมลงชื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ“นันทนา” ซัดเลือกตั้งสุดสกปรกด้าน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกที่สุด นับจากปี 2500 เป็นต้นมา การจัดการสกปรกไม่เป็นระบบ มีบัตรเขย่ง มีการทำคะแนนที่ยาวนาน ไม่สามารถทราบได้ว่าผลการเลือกตั้งที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากไปจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ทั้งที่ผลการเลือกตั้งยังมีปัญหา มีกรณีร้องเรียนมาที่ กกต. 5,000 คดี มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งบัตรเขย่ง ซื้อเสียงทั่วราชอาณาจักร กกต.จับไม่ได้แม้แต่รายเดียว ที่สาหัสสุดคือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำบาร์โค้ดให้ออกมาตรงกันแบบ 1 ต่อ 1 จะทราบทันทีว่า กาเลือกใคร ขัดรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ ตราบใดที่บาร์โค้ดยังปรากฏในบัตรเลือกตั้ง จะแน่ใจได้อย่างไรว่า ใครจะไม่ไปสแกนบัตรเลือกตั้งของเราแล้วไปตรวจกับต้นฉบับที่เก็บอยู่ที่เดียวกัน ระเบียบ กกต.ข้อ 183 บอกว่า บัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วเก็บอยู่ที่เดียวกัน จะไม่เจอกันได้อย่างไร อาจมีใครบางคนไปเคาะประตูบ้านแล้วบอกว่า รู้นะว่าคุณเลือกใคร บัตรเลือกตั้งครั้งนี้จึงอันตรายที่สุด การเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะ ทำลายบัตรเลือกตั้งชุดนี้ไม่ให้เหลือซาก คนเลือกตั้งกำลังอกสั่นขวัญแขวน ทำไปแล้วมีคนรับรู้เร่งล่าชื่อยื่นศาล รธน.โมฆะเลือกตั้งน.ส.นันทนากล่าวว่า สว.จะรีบรวบรวมรายชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด ขอเรียกร้องสว.อิสระ สว.เสียงข้างน้อย เห็นแก่อนาคตประเทศให้ ร่วมลงชื่อ หวังว่านายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความเป็นกลาง แม้การยื่นศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่ทันก่อนที่ กกต.จะรับรองผลเลือกตั้งก็ไม่เป็นไร หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินการเลือกตั้งไม่ชอบ จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะข้องใจมีการสมคบคิดรีบตั้ง รบ.ส่วนกรณีหาก กกต.เร่งรับรองผลก่อนมีคำตัดสิน จะมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น น.ส.นันทนาตอบว่า กรณีที่พรรคอันดับ 1 เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเป็นการชิงความได้เปรียบ ตามมารยาทควรรอให้ กกต.มีข้อยุติและประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อน ขณะนี้คะแนนยังไม่นิ่ง ประชาชนมีข้อสงสัยคะแนนยังประกาศไม่ได้ การเร่งชิงจัดตั้งรัฐบาลเป็นกระบวนการสมคบคิดกันหรือไม่ อยากได้คำตอบจาก กกต. และแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกสม.บี้ กกต.เร่งสางปมปัญหาวันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง การเร่งตรวจสอบและเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2569 โดยระบุว่า ตามที่ได้มีการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิแสดงเจตจำนงอย่างเสรีและเสมอภาคตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ให้การรับรองไว้ห่วงวิกฤติความเชื่อมั่นกระทบลงทุนกสม.ได้ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยความห่วงกังวลยิ่งต่อกรณีความผิดพลาดและความแตกต่างของผลคะแนนที่นำไปสู่การตั้งคำถามถึงการเลือกตั้งว่าเป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมาย และโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ รวมถึงบัตรเสียที่มีจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประชาชนกลุ่มต่างๆ นิสิตนักศึกษาและนักวิชาการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤติความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งที่มีผลโดยตรงต่อสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชน รวมทั้งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสายตานานาชาติ อันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศได้ด้วยขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงหลักนิติธรรมกสม.ขอเน้นย้ำว่า การเลือกตั้งโดยเสรี สุจริต เป็นธรรม ปราศจากการข่มขู่ คุกคาม หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส รวดเร็ว โดยคำนึงถึงหลักนิติธรรมและเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวมทั้งชี้แจงต่อสาธารณะอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และเพื่อให้การเลือกตั้งนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงสั่งนับคะแนนใหม่ เขต ลต.7 ปทุมธานีกระทั่งเวลา 18.15 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกประกาศมาอีกฉบับเป็นการประชาสัมพันธ์การสั่งนับคะแนนใหม่และการออกเสียงลงคะแนนใหม่รวม 3 แห่ง ที่ กกต.มีมติไปเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ว่ากรณีให้นับคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อของบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร ของเขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ปทุมธานี นั้น ให้นับในวันที่ 19 ก.พ. 2569 เวลา 13.00 น. ณ อาคารโดมข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานีลต.ใหม่ 3 หน่วยที่อุดรฯ–น่าน–กทม.นอกจากนี้ ยังเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 22 ก.พ.2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ประกอบด้วย 1.ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เฉพาะแบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี 2.ออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้ง สส. เฉพาะแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน และ 3.ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ และลงคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว กรุงเทพมหานครกทม.นับคะแนนประชามติใหม่ 1 แห่งตามด้วยเอกสารข่าวแจ้งจาก กกต.ว่าที่ประชุม กกต.ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ จำนวน 8 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนใหม่ จำนวน 1 แห่ง ดังนี้ ข้อ 1.กรณีการนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ จำนวน 1 แห่ง คือหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 เขตออกเสียงประชามติที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ.2569 เวลา 10.00 น. ณ สถานที่ออกเสียงเดิมนับใหม่ 7 เขต ลต.ใน 3 จังหวัดข้อ 2. การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่ 2.จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอดหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด 3.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลนายม 4.จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอหนองไผ่ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลหนองไผ่ 5.จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล 6.จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร และ 7.จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองสกลนคร หน่วยเลือกตั้งที่ 32 ตำบลธาตุเชิงชุม ยังไม่กำหนดวัน ลต.ใหม่ 1 หน่วย เมืองพะเยา3.ให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อของจังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลท่าวังทอง ทั้งนี้ สำหรับ ข้อ 2 และข้อ 3 วัน เวลา และสถานที่ ในการนับคะแนนและการออกเสียงลงคะแนนใหม่ จะแจ้งให้ทราบต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่