"สภาพมวย คายฟันยาง" หมดแรงบู๊ ไร้ทางสู้ จับทาง “ไผ่ ลิกค์” แม่บ้านใหญ่ค่ายกล้าธรรมเป็นฝ่ายต่อสายหา “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ด้วยตัวเอง ขอเกาะขบวนรถไฟ ร่วมแจมรัฐบาลแบบไร้เงื่อนไขต่อรอง นำร่องให้ลูกพี่ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า บิ๊กบราเธอร์ก๊วนสีเขียว ที่ยังไว้เชิงดุดัน กัดฟันคำรามขู่ฮึ่มฮั่มไว้ลาย แต่สุดท้ายก็ยอมคายเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ไม่อาจขัดขืนหากค่ายภูมิใจไทยจะยึดเคว้งคว้าง วืดทั้ง รมว.เกษตรฯและ รมว.การท่องเที่ยวฯสถานะพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ไม่ได้แตกต่าง โดยเฉพาะในมุมศักดิ์ศรีทางการเมืองแต่ก็ยังต้องลุ้นเสียว “ตั๋วใบสุดท้าย” จะทันรถไฟหรือไม่ตามสัญญาณต้องแปลไทยเป็นไทย “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กัปตันทีมรัฐบาลเซราะกราว บอกปัดคำถามนำของนักข่าวแค่ว่า “ไม่จริง” ที่มีกระแสทิ้งพรรคกล้าธรรมให้ไปเป็นฝ่ายค้านย้อนแย้งกับอาการแปร่งๆ ที่นายกฯลาประชุม ครม.มอบหมายให้นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ เป็นประธานแทน “ผิดแผน” จากที่ฝ่ายกล้าธรรมส่งซิก “ผู้กองนัส” จะถือโอกาสคุยเรื่องร่วมรัฐบาลกับนายกฯหลังวงประชุม ครม.ทีมกล้าธรรมส่อต้องวิ่งตามรางรถไฟ ลุ้นให้ทันเกาะขบวนกันหืดจับเอาเป็นว่า ไม่ต้องนับปมแรงต้านจากภายในค่ายเซราะกราว กับจุดฟิวส์ขาดที่ “อนุทิน–เนวิน” ตีธง “เลิกคบ” พวกไม่รักษากติกามารยาท ละเมิดสัญญาลูกผู้ชายที่ตกลงจะเลี่ยงชนกันในสนามเลือกตั้งไล่เจาะยางจนภูมิใจไทยหลุดเป้า 200 เสียงตามแผนที่ล็อกไว้หรืออารมณ์แหยง “คราบเทา” ที่ลูกพรรคภูมิใจไทยพากันตั้งแง่ ไม่อยากให้มีความเสี่ยงกับสถานะของ “นายกฯหนู” สะดุดปมจริยธรรม ในการตั้งรัฐมนตรีที่มีตำหนิจากค่ายสีเขียวกลายเป็นเรื่องเดียวกันที่ยกระดับด่านสกัดยี่ห้อกล้าธรรมซึ่งนั่นก็มีน้ำหนักแค่กระแสมโน แบบที่ “ผู้กองนัส” ไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง ประเมินแค่เสียงยุแหย่จากเพื่อนเก่าอดีตค่ายพลังประชารัฐ พร้อม “วัดใจ” กับสถานะพันธมิตรที่ฉีก “นายใหญ่” หาม “นายกฯหนู” ขึ้นแท่นผู้นำ 4 เดือนแต่ปัจจัยสำคัญของจริง มันอยู่เงื่อนไขชี้ขาดเรื่องตัวเลขแลกโควตาในเมื่อนับหัวผู้โดยสารพรรคร่วมรัฐบาลเกินกึ่งหนึ่งมาเยอะแล้ว แนวโน้มพรรคเล็กพรรคน้อยกว่า 30 เสียงถูกดึงมามอบตัวกับ “อนุทิน-เนวิน” แบบสายตรง ไม่ต้องพึ่ง “ผู้กองนัส” เล่นบทฤาษีป้อนกล้วยเลี้ยงลิง พรรคเล็กรวมเป็นกอบเป็นกำ ได้ที่นั่งนิ่งๆใน “ตู้เสบียง” เป็นทุนหน้าตักหามแห่ “นายกฯหนู” ในสภา แบบไม่ต้องระแวงเกมป่วนที่สำคัญไม่ต้องเปลืองโควตารัฐมนตรีที่ต่อแถวยาวกรุงเทพฯ–บุรีรัมย์เพราะลำพังพรรคภูมิใจไทยปาเข้าไป 193 เสียง บ้านใหญ่กวาดแบบเหมาจังหวัดต้องจัดโควตารัฐมนตรีเป็นบำเหน็จรางวัล ตามยุทธศาสตร์ “อนุทิน–เนวิน” วางหมากยาวก๊วนเขากระโดงต้องยกระดับเติมแกร่งให้ทีมงานในสังกัดก่อนหัวแถวไล่จาก “โกเกี๊ย” พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพปักษ์ใต้ “เดอะท็อป”วราวุธ ศิลปอาชา ทีมสุพรรณฯ สันติ พร้อมพัฒน์ เมืองมะขามหวาน เพชรบูรณ์ฯลฯไหนจะ “แก๊งลูกเทพ” ที่ “ไชยชนก” แท็กทีม “เสี่ยแบด” ภราดร ปริศนานันทกุล “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ขยายอิทธิฤทธิ์แก๊งเจนใหม่เซราะกราวอัตรา 10 ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี เท่านี้ก็แทบไม่พอปันส่วนแล้วขณะที่ “โซนพิเศษ” ต้องกันแนวเขต “ตู้โชว์เรียกแต้ม” โปะหน้าเค้ก ครม. “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและขุนคลัง ที่กำลังปั๊มจีดีพีจนผงกหัว หนีสภาพ “คนป่วยเอเชีย” ได้ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯควบ รมว.พาณิชย์ จ่อกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ คุมทั้งระบบการผลิตและการขายสินค้า “ทูตอ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ คุมสงครามการทูต ฟื้นเครดิตไทยในเวทีระดับโลก“3 แม่ครัว” ที่ห้าม สส.เข้าไปมั่ว ประกันความชัวร์โควตาพิเศษอย่างไรก็ดี มันมีจุดสังเกตที่หายไปในหมู่รัฐมนตรีคนนอก ก็คือ “เสี่ยโด่ง” อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ที่ไม่มีบทบาทแม้แต่ร่วมขบวนแห่หาเสียงของทีมภูมิใจไทยน่าจะโยงกับปม “ความเสี่ยง” ในเกมยกเลิกเอ็มโอยู 44 ตามรูปการณ์โควตา รมว.พลังงานต้องกรองกันหลายชั้น โดยเฉพาะต้องตั้งด่านอารักขาอาณาจักรพลังงานยักษ์ “บางจาก” ที่แก๊งสแกมเมอร์เขมรจ้องยึดเป็นแหล่งฟอกเงินเงาของ “เบน สมิธ–ยิม เลียก” ยังป้วนเปี้ยนอยู่ในหมู่ก๊วนธุรกิจขาใหญ่ขุมข่ายทุนการเมือง นัวเนียๆ“นายกฯหนู” ต้องเคลียร์คราบเทาให้พ้นตัว ห่างจุดไวไฟในระยะปลอดภัยที่สุด.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม