การเมืองเป็นของเหลวย่อมเลื่อนไหลไปเรื่อยตามเหตุปัจจัย แม้การเลือกตั้ง สส.จะผ่านไปแล้วกว่า 1 สัปดาห์ เมื่อการเมืองเป็นของไหล ย่อมไม่มีหลักการแก่นแท้แน่นอน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยได้ สส. 141 คนพรรคภูมิใจไทยได้ สส.เพียง 71 คนจำนวน สส.พรรคเพื่อไทยมากกว่า สส.พรรคภูมิใจไทยเท่าตัวพรรคภูมิใจไทยต้องยอมไหลไปร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยโดยมีข้อต่อรองเก้าอี้ รมว.มหาด ไทย ต้องเป็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูลแต่การเลือกตั้งปี 2569 พรรคภูมิใจไทย ปั๊มยอด สส.มากถึง 193 คนส่วนพรรคเพื่อไทยได้ สส.เพียง 74 คนจำนวน สส.พรรคภูมิใจไทยมากกว่า สส.พรรคเพื่อไทย ถึง 119 คนการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีจึงเป็นอำนาจตัดสินใจของ “นายกฯอนุทิน”พรรคเพื่อไทยไม่สามารถยื่นเงื่อนไขต่อรองจะเอากระทรวงนั้นกระทรวงนี้ได้ตามอำเภอใจเหมือนที่พรรคภูมิใจไทยเคยต่อรองโควตารัฐมนตรีกับพรรคเพื่อไทยความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ตะหากล่ะคุณ!!“แม่ลูกจันทร์” โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่พรรคเพื่อไทยจะไหลไปร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเพราะจะทำให้พรรคเพื่อไทยกลายเป็นไก่รองบ่อนในรัฐบาลไม่มีโอกาสฟื้นกลับมาเป็นพรรคใหญ่อีกต่อไปแต่ถ้าพรรคเพื่อไทยยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ยอมเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชนเพื่อพิสูจน์ว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มุ่งเป้าเป็นรัฐบาลตะพึดตะพือการเป็นฝ่ายค้านโชว์ฝีมือตรวจสอบรัฐบาลอย่างถึงลูกถึงคนจะฟื้นศรัทธาแฟนคลับพรรคสีแดงให้กลับมาแดงทั้งแผ่นดินได้อย่างเดิมแต่อย่างว่าแหละ...มุมมองของ “คนนอกพรรค” ย่อมต่างจาก “มุมมองของคนในพรรค” เป็นธรรมดานายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หน.พรรคเพื่อไทย แถลงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคเพื่อไทยต้องเคารพการตัดสินของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยเมื่อประชาชนส่วนใหญ่มอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลการร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสทำงานแก้ปัญหาประชาชน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากกว่าการเป็นฝ่ายค้านในสภาฯข้อสำคัญ การร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำให้พรรคเพื่อไทยถูกกลืนเป็นส่วนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอนพรรคเพื่อไทยยังมีความเป็นอิสระ ยังยึดมั่นอุดมการณ์พรรคเพื่อไทยและยังมีขอบเขตของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจน ฯลฯ“แม่ลูกจันทร์” เข้าใจเหตุผลการร่วมรัฐบาลของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเพราะการเป็นฝ่ายรัฐบาลต้องดีกว่าเป็นฝ่ายค้านแน่นอน!!แต่ “แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าการไหลไปร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะทำลายโอกาสพรรคเพื่อไทยที่จะกลับมาเป็นพรรคใหญ่บิ๊กเบิ้มมี สส.เกินหลักร้อยคนอย่างเดิมพรรคเพื่อไทยจะลดไซส์กลายเป็นพรรคขนาดกลางๆ มี สส. 50 ถึง 70 คนอย่างนี้ตลอดไปและพรรคเพื่อไทยจะไม่สามารถผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้ให้กลายเป็นนโยบายรัฐบาลอนุทิน(แถมอีกข้อ) พรรคเพื่อไทยจะไม่สามารถลุยคดีทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว.และคดีที่ดินเขากระโดงอย่างที่ฉายหนังโฆษณาเข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม...ว่างั้นเถอะโยม."แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม