ตัดสิทธิทางการเมือง (Political Disqualification) เป็นเครื่องมือทางกฎหมาย ที่ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก วัตถุประสงค์หลักๆของผู้ใช้ ก็เพื่อรักษาความสะอาดและความศักดิ์สิทธิ์ของระบบการเมือง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มักถูกวิจารณ์ ว่าเป็นอาวุธประหัตประหารกำจัดศัตรูทางการเมืองของผู้มีอำนาจในประเทศนั้นๆมากกว่าข้อดีของยาแรงดังกล่าว คือเป็นหนทางที่สามารถรักษามาตรฐานจริยธรรม ปกป้องระบบ สร้างบรรทัดฐานด้านจริยธรรม ตัวอย่างในประเทศที่มีระบบนิติรัฐเข้มแข็ง การตัดสิทธิใช้เพื่อคัดกรองผู้มีมลทิน ประวัติคอร์รัปชัน ละเมิดรัฐธรรมนูญออกจากสารบบ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปกครองประเทศจะมีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ป้องความเสียหายต่อรัฐ ยับยั้งไม่ให้บุคคลที่เคยใช้อำนาจในทางมิชอบกลับเข้าสู่อำนาจเพื่อกระทำการซ้ำเดิมอีก ตัวอย่างเช่น มาตรการในอดีต ประเทศเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ป้องกันไม่ให้กลุ่มแนวคิดเผด็จการสุดโต่งกลับมามีบทบาทได้อีก อย่างไรก็ตามทุกแง่ง่ามความเป็นจริง มักจะมีหลายต่อหลายด้านให้ชั่งน้ำหนักข้อเสียของมัน ก็คือความเสี่ยงต่อหลักประชาธิปไตยและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน การตัดสิทธิเลือกตั้ง หรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นการจำกัดสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน นักสิทธิมนุษยชนในหลายประเทศมองว่าสิทธิในการเลือก ควรเป็นของชาวบ้าน ถ้านักการเมืองเลว ประชาชนผู้เป็นเพชฌฆาตตัวจริงจะลงมือในคูหาเองแต่อาวุธทางการเมืองของกลุ่มประเทศที่ประชาธิปไตยยังไม่เต็มใบใช้กำจัดคู่แข่ง อาจเป็นการทำลายเจตจำนงของผู้ออกเสียง การตัดสิทธินักการเมืองที่มีคะแนนเสียงสนับสนุนนับล้านคน มักถูกมองว่าปฏิเสธเจตจำนงของประชาชน ซึ่งจะนำไปสู่ความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจลุกลามเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองประเทศไทยของเรา ผู้มีอำนาจ และผู้รักษากฎหมายในบ้านเมือง ต้องวางจุดสมดุลให้ดี การตัดสิทธิทางการเมืองควรเป็นยาแรง ที่ใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นและชัดเจนที่สุดเท่านั้น เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือที่บ่อนทำลายประชาธิปไตยเสียเอง หัวใจสำคัญคือ กระบวนการต้องโปร่งใส สัดส่วนของโทษต้องเหมาะสมกับความผิดโทษแบนตลอดชีวิตต้องไม่ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ตั้งมั่นบนพื้นฐานสากลที่ทั่วโลกยอมรับได้ เช่น ใช้กับพวกที่ทำลายรากฐานของรัฐอย่างรุนแรงเท่านั้น ที่สำคัญ ต้องไม่ถูกใช้เพื่อสกัดกั้นตัวแทนที่ประชาชนเลือกมา เพียงเพราะความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ประเทศไทยเราเลือกได้ว่าจะเป็นประเทศประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือเต็มใบในอนาคต.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม