ต้องยอมรับความจริงว่า ความพ่ายแพ้ของพรรคประชาชน ในสนามเลือกตั้งก็คือความจริง การที่พรรคประชาชนได้ สส.มาน้อยกว่าการเลือกตั้งในปี 2566 เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย แต่ด้วยตัวเลขจำนวน สส.ระหว่าง พรรคประชาชน กับ พรรคภูมิใจไทย ห่างกันกว่า 50 ที่นั่ง โอกาส ที่พรรคทีี่่ได้เสียงเป็นอันดับ 2 พลิกกลับมาเป็นแกนนำในการจับขั้วรัฐบาลคงจะยากกว่างมเข็มในมหาสมุทรเหตุผลจะร้อยแปดพันเก้าทำไม พรรคประชาชน แพ้ พรรคภูมิใจไทย ชนิดค้านสายตาคนดู ทั้งที่ทุกสำนักโพล สำรวจความเห็นประชาชนระบุ พรรคประชาชน ต้องชนะที่ 1 ก็ต้องทำใจว่า โพลก็คือโพล คะแนนการเลือกตั้งที่ออกมา ก็คือคะแนนที่เป็นตัวเลขจริง จะสุจริตไม่สุจริตเป็นอีกเรื่องต่อให้ พรรคประชาชน ไปรวมเอา เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กที่เหลือ ยกเว้น ภูมิใจไทย กับ กล้าธรรม มาตั้ง รัฐบาลก็สู้ไม่ได้เพราะน้ำเงินกับเขียวรวมกันเกินกว่า 250 เสียง เกินครึ่งไปแล้วการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลขณะนั้น ชนะพรรคเพื่อไทยอยู่ 10 เสียง มาเป็นอันดับ 1 ก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เลือกตั้งปี 69 ห่างกันเป็น 60-70 เสียง ได้แต่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ไปตามระเบียบถึงจะบอกว่าถ้าพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน จะน่ากลัวมาก แต่วิบากกรรมของพรรคประชาชน ยังรออยู่อีกหลายขุม ป.ป.ช. พิจารณาคดีเกี่ยวข้องกับอดีต สส.พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน กรณีร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดฐานละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เตรียมส่งศาลฎีกาพิจารณาพิพากษานั่นหมายถึงจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต หรือถูกประหารชีวิตทางการเมืองเหมือนกับรุ่นพี่จะมี ว่าที่ สส.พรรคประชาชน หายไปนับ 10 คน ใน จำนวนนี้รวมทั้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ศิริกัญญา ตันสกุล และกรรมการบริหารพรรคแกนนำพรรคหายไปอีกรุ่นพรรคประชาชนจะถูกดองให้เล็กลงหรืออาจจะ ถูกยุบพรรค อีกกระทอก ถึง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะประกาศว่าแพ้กี่ครั้งก็ไม่เป็นไร ขอให้ชนะ แค่ครั้งเดียวก็พอ ก็ไม่ใช่คำตอบ คำถามคือมีโอกาสจะชนะกี่โมงเมื่ออดีตพรรคอนาคตใหม่ อดีตพรรคก้าวไกลมาจนถึงพรรคประชาชน ก็อยู่ใน scenario เดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ จนถึงวัฒนธรรมทางการเมืองไทย ไม่เคยเปลี่ยนและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม