สำนักงานเศรษฐกิจการคลังแถลง ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะโตที่ 2.2% ต่อปี ผอ.เศรษฐกิจการคลัง พรชัย ฐีระเวช ระบุกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟ ประมาณการเศรษฐกิจโลกขยายตัวที่ 3% และไทยจะขยายตัวที่ 2% เท่านั้น ที่น่าสนใจคือประเทศคู่ค้าของไทย 15 ประเทศ การขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ไม่ต่างจากไทยมากนักคือระหว่าง 2.7-2.8% ก็แปลว่าการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ส่วนที่รัฐบาลมักจะพูดว่า หาตลาดใหม่ เป็นแค่วาทกรรม เพราะตลาดใหม่ไม่เคยมีอยู่จริงการเติบโตของเศรษฐกิจไทยใน ภาคอุตสาหกรรม ยืดๆหดๆ ปีที่แล้วหดตัวที่-0.4% ปีนี้กลับมาฟื้นตัวที่ 1.2% ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วน แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสินค้าที่สหรัฐฯตั้งกำแพงภาษีที่ร้อยละ19 อย่างต่ำ เครื่องยนต์ตัวที่สอง การส่งออก ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาได้อานิสงส์จากการประกาศจะขึ้นกำแพงภาษีนำเข้ารีบส่งออกกันอุตลุด ขยายตัวที่ 5.5% ขณะที่การนำเข้าก็โตขึ้น 5% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออก ที่ตัวเลขสอดคล้องกัน และเครื่องยนต์ตัวสุดท้าย การบริโภคภายในประเทศ ในภาวะกำลังซื้อตกต่ำไม่มีปัจจัยบวกจากภายในทั้งเสถียรภาพและความมั่นคงของรัฐบาลคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.1 การลงทุนภาครัฐขยายตัวร้อยละ 3 การบริโภคภาครัฐขยายตัวร้อยละ 1.2 การลงทุนภาครัฐขยายตัวร้อยละ 3.9 จากกรอบวงเงิน 1.57 แสนล้าน และคาดว่าการท่องเที่ยวจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 34.5 ล้านคน (การคาดการณ์ดังกล่าวยังไม่มีปัญหาสงครามชายแดน)วันนี้ ภาษีทรัมป์ มีตัวเลขที่ชัดเจนที่ร้อยละ 19 ก็จริง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นปัจจัยบวกในการแข่งขันทางการค้าเสมอไป ยกตัวอย่าง เวียดนาม ที่มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า เงื่อนไขการลงทุนที่ดีกว่า หรือ มาเลเซีย ที่ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้มากกว่าเรา กัมพูชาไม่ต้องไปพูดถึง เพราะไม่ได้หวังพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักอยู่แล้ว จะอาศัยความเป็นพันธมิตรไม่ได้ช่วยอะไรเลย ความสำเร็จจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะถูกสหรัฐฯเรียกเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับความได้เปรียบทางการค้าและความสามารถในการแข่งขันเรามีมากน้อยแค่ไหนพูดกันตรงไปตรงมา ถ้าจะให้สหรัฐฯ จีน มาเลเซีย เลือกระหว่างไทยกับกัมพูชา ก็คงเลือกกัมพูชามากกว่า เพราะทรัพยากรธรรมชาติหายากมีมากกว่า ควบคุมง่ายกว่า รัฐบาลมีศักยภาพทางการเมืองมากกว่า และที่ตั้งคำถามกับรัฐบาลที่เราได้อัตราภาษีที่ร้อยละ 19 จากสหรัฐฯ เราต้องแลกกับอะไรบ้าง เช่น ต้องแลกกับการหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไขด้วยหรือไม่ แลกกับการเอาเกษตรกรไทย บริษัทพลังงานไทย การบินไทย ฐานทัพไทย ไปเป็นตัวประกันหรือไม่วันนี้ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่กับดักโลกล้อมประเทศ เต็มตัวเราจะต้องเดินตามเกมที่กัมพูชาขีดเส้น เพราะเรายึดการต่อสู้ด้วยสันติวิธี เราต้องยอมให้จีนและสหรัฐฯเข้ามากำหนดทิศทางและใช้ประเทศไทยปักหมุดภูมิรัฐศาสตร์ สงครามเย็น ในภูมิภาคนี้ โดยมีอนาคต (ใคร) เป็นเดิมพัน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม