แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับนโยบายเรือธงหลายๆนโยบายของรัฐบาลเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายแจกเงินดิจิทัล และนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรที่แฝงเหลี่ยมบ่อนพนันเอาไว้ด้วย ที่ผมคัดค้านอย่างหัวชนฝาผ่านคอลัมน์นี้แต่ผมก็จะยั้งดาบไว้ไมตรีอยู่เสมอเวลาเขียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิชัย ชุณหวชิร ที่ผมถือว่าท่านเป็นมิตรสหายเก่าแก่เคยดื่มนํ้าชาด้วยกันมาหลายกา ก่อนที่ท่านจะมารับตำแหน่ง “ขุนคลัง” ให้กับรัฐบาลเพื่อไทยตำแหน่งสำคัญตำแหน่งหนึ่งของท่านที่ “วิกิพีเดีย” สารานุกรมเสรี ไม่ได้ลงไว้ ก็คือตำแหน่ง นายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย ที่ท่านมาดำรงตำแหน่งครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ.2554 จนถึงบัดนี้เผอิญผมก็เป็น “จ่าแฉ่ง” ของ กราวกีฬาไทยรัฐ มาหลายปี รู้จักมักจี่กับนายกสมาคมกีฬาหลายต่อหลายสมาคม รวมทั้ง สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ที่ท่านเป็นนายกอยู่ด้วยเมื่อท่านมารับตำแหน่งขุนคลังให้กับพรรคเพื่อไทย ผมจึงค่อนข้างหนักใจที่ผมอาจจะต้องขัดใจกับท่าน เพราะผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ 2 นโยบายเรือธงของพรรคนี้ ดั่งได้กล่าวไว้แล้วแต่ก็โชคดีที่คุณพิชัยมิได้ออกมาแสดงความเป็นเจ้าของและปกปักรักษาทั้ง 2 นโยบายนี้มากนัก ผ่องถ่ายให้รัฐมนตรีช่วยหลายๆท่านออกมารับผิดชอบ และเป็นเป้าหมายในการถูกถล่มแทนล่าสุดท่านก็มารับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม ไทยแลนด์ เจรจากับทีม ยูเอสเอ ในเรื่องภาษีต่างตอบแทน หรือที่เราเรียกกันว่า “ภาษีทรัมป์” ที่จะเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก รวมทั้งไทยในอัตราที่หฤโหด โดยเฉพาะไทยเราอยู่ที่อัตราร้อยละ 36 มาตั้งแต่ต้นถูกตำหนิว่าทำงานล่าช้าบ้าง เจรจาไม่มีข้อยุติเสียทีบ้าง ในที่สุดก็ได้มาซึ่งอัตรา 19 เปอร์เซ็นต์ หลังหยุดยิงกับเขมร ซึ่งเป็นอัตราส่วนใหญ่ของประเทศในกลุ่มอาเซียนและตํ่ากว่าเวียดนามที่ไปเจรจาตกลงได้ก่อนด้วยอัตรา 20 เปอร์เซ็นต์แน่นอนถ้าเทียบกับอัตราภาษีโดยเฉลี่ยแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ที่เราส่งของไปขายสหรัฐฯในอดีต อัตรา 19 เปอร์เซ็นต์ย่อมสูงกว่ามาก และจะกระทบสินค้าไทยอย่างมากแต่สำหรับในสถานการณ์เช่นนี้ในยามที่ทรัมป์อาละวาดอย่างหนัก อัตรา 19 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเป็นอัตราที่ดีพอสมควร ฟังเสียงท่าน ประธานหอการค้าไทย และท่าน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่าพอใจและแข่งขันได้ ไม่เสียเปรียบอาเซียนอื่น....ผมก็โล่งอกไปได้เปลาะหนึ่งแม้ในภาคปฏิบัติโดยเฉพาะในการแข่งขันกับเวียดนามที่เขาได้เปรียบเราหลายอย่างและประเทศอื่นๆจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆก็ตาม...แต่ก็เอาเถอะ เมื่อภาคเอกชนของเราบอกว่าพอสู้ได้ และพร้อมสู้ในอัตรานี้ผมก็โอเคครับ แม้ลึกๆแล้วจะรู้สึกห่วงอย่างยิ่งก็ตามล่าสุดผมขอแสดงความยินดีเป็นการส่วนตัวที่ รมว.พิชัย ยังได้รับการโหวตให้ขึ้นดำรง ตำแหน่งประธานสหพันธ์มวยสากลแห่งเอเชีย ซึ่งสมาชิกทั้ง 32 ประเทศโหวตให้เป็นเอกฉันท์โดยไม่มีคู่แข่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาสหพันธ์ที่ว่านี้เพิ่งตั้งขึ้นใหม่เอี่ยมเพื่อประสานกับองค์กรมวยโลกใหม่ “เวิลด์ บ็อกซิ่ง” ที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากลให้ การสนับสนุน และรับรองแทนองค์กรมวยสากลเดิมที่สุดเละเทะและโอลิมปิกไม่รับรองดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วท่านรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งในฐานะประธานคนแรกเป็นเวลา 4 ปี ระหว่าง ค.ศ.2025-2028 ขอแสดงความยินดีด้วยครับหวังว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้สิ้นสุดลงด้วยเหตุใดๆก็ตาม...ท่านพิชัยสหายเก่าของผมจะไม่กลับมารับตำแหน่งอีกนะครับ...เพื่อเป็น ประธานมวยเอเชีย และของไทยเราต่อไปอย่างเดียวเท่านั้นแฮ่ม! ผมในฐานะนักข่าวกีฬาอีกตำแหน่งหนึ่ง จะได้เชียร์ท่านเต็มที่โดยไม่มีนโยบายทางการเมืองที่อาจนำไปสู่ความเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยมาเป็นอุปสรรคขวากหนามอีกต่อไป หวังไว้อย่างนั้นนะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม