มันคงไม่ง่ายอย่างที่พูด...“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้นำจิตวิญญาณแห่งค่าย “สีส้ม” ว่าเอาไว้เกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ไทยจะต้องไม่ใช้วิธีการที่แข็งกร้าวเพราะเราต้องการสันติ ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาก็คงต้องเป็นอย่างนั้นเพราะไทยไม่ต้องการให้เกิดสงครามแต่ต้องการให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านชายแดนติดต่อกันอีกทั้งไทยก็ไม่ต้องการให้เกิดปัญหา แต่ต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสงบอยู่แล้ว“ธนาธร” บอกอีกว่า ที่ตั้งของประเทศนั้นด้านทิศตะวันตกก็ติดกับเมียนมา ทิศตะวันออกก็ติดกับกัมพูชา ใต้ก็ติดกับมาเลเซียทำให้ไทยถูกล้อมด้วยชนเผ่าต่างๆที่มีความหลากหลายดั้งนั้นไทยจะต้องไม่ติดความเป็นชาตินิยม แต่ต้องเปิดใจให้กว้างยอมรับความต่างเพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติได้พูดอีกก็ถูกอีก...แต่ในสภาพความเป็นจริงที่มากไปกว่านี้ก็คือไม่ใช่แค่ความต่างเท่านั้น แต่ยังมีความต่างที่เป็นปัญหาให้ไทยค่อนข้างมาก“เมียนมา” นั้นลำพังรัฐบาล “ทหาร” ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องชนกลุ่มน้อยที่ยังต่อสู้กันและยังไม่เห็นหนทางที่สงบลงได้ง่ายๆยิ่งไปกว่านั้นบริเวณชายแดนที่ติดกับไทยยังมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เพิ่งจะสงบไปไม่นานมานี้ ยิ่งไปกว่านั้น“ยาเสพติด” ที่ชนกลุ่มน้อยผลิตแล้วส่งภายในประเทศไทยจนเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขได้ยากยิ่ง เพราะมันคือธุรกิจที่เลี้ยงชีวิตพวกเขาแต่ไทยต้องมารับกรรมไปด้วย! อีกฟากหนึ่งคือกัมพูชาของ “ฮุน เซน” ที่สร้างปัญหาให้ไทยมากพอๆกันคือเรื่องบ่อนการพนันและธุรกิจฉ้อโกงดังไปทั่วโลกเป็น “ถุงเงิน-ถุงทอง” ของผู้นำเขมร พอรัฐบาลไทยคิดจะเปิด “กาสิโน” ก็เกิดปัญหา เนื่องจากไปทุบหม้อข้าวเขาจนเกิดปัญหาขัดกันหนักขึ้นทุกวันนี่คือสภาพปัญหาที่ดำรงอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องความต่างในความเป็นคน ภาษี ศาสนาและวัฒนธรรมแต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์!จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆในการแก้ไข เพราะมันผิดหลักการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อย่างที่ “ธนาธร” มองในแง่ทฤษฎีเท่านั้นก็อยากดูเหมือนกันว่าหาก “พรรคส้ม” ได้เป็นรัฐบาลกุม อำนาจรัฐจะแก้ไขอย่างไร เพราะมันไม่ได้ง่าย พูดได้แต่ปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมยากล่าสุดฝ่ายทหารได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า “กับระเบิด” ที่ทหารไทยเจอเข้าจนบาดเจ็บสาหัสที่ช่องบกนั้นเป็น “ของใหม่” แกะกล่องกว่า 100 ลูกแสดงว่ากัมพูชาได้ลอบเข้ามาวางเพื่อให้เกิดปัญหาซึ่งไทยจะยื่นร้องยูเอ็นเพราะเป็นการละเมิดข้อตกลง รวมถึงจะมีมาตรการเพื่อตอบโต้กัมพูชาที่กระทำเช่นนั้นก็เป็นเรื่องทางยุทธวิธีของฝ่ายทหารที่จะปฏิบัติต่อการกระทำของกัมพูชา อย่างหนึ่งก็คือการฟ้องต่อชาวโลกถึงพฤติกรรมที่จะต้องมีการประณามกันที่แน่นอนไทยจะต้องแสดงให้กัมพูชาเห็นว่าอย่าริอ่านทำอะไรที่ก่อให้เกิดปัญหาไปมากกว่านี้ และบอกให้รู้ว่า “กูไม่ใช่หมู” ที่คิดจะทำอะไรก็ได้คงเป็นของฝ่ายทหารที่จะดำเนินการเพราะรัฐบาลนั้นเป็น “ง่อย” ไปแล้ว!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม