ก๊วนสีน้ำเงินได้ระทึกบ้าง คณะกรรมการชุดที่ 26 ของ กกต.ในคดีฮั้วเลือก สว.มีมติเสนอ กกต.ชุดใหญ่ ดำเนินคดี 229 ราย เป็น สว. 138 คนกก.บห.ภท.และเครือข่ายอีก 91 คน ชี้เข้าข่ายอันควรเชื่อได้มาเป็น สว.โดยไม่สุจริต-เที่ยงธรรม และขัด รธน.มาตรา 113 ดีเอสไอ-ปปง.ขย่มต่อ ถกคดีฮั้วเลือก สว. ฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน เผยสอบไปแล้ว 90 ปาก พบเส้นทางเงินกระจายหลายสิบเส้น เมิน กกต.ยกคำร้องพวกปลาซิวปลาสร้อยย้ำคนละส่วนกัน ดีเอสไอลุยต่อเนื่องสอบทีมสอบสนามกอล์ฟแรนโช ชาญวีร์ เขาใหญ่ รุกล้ำนิคมฯลำตะคอง ทนายบริษัทโวยมาสร้างคอนเทนต์ สถ.แจงยิบจัดงบกระจุกไม่กระจาย มือกฎหมาย ภท.เต้นผางงัด 157 ขู่ มท.1 “พิเชษฐ์” แฮตทริกชิงปิดประชุม 3 สัปดาห์ซ้อน “ทักษิณ” โชว์วิชันปลดล็อกอนาคตไทย-พลิกเกมเศรษฐกิจสู่อนาคตคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ของสำนักงาน กกต. คดีฮั้วเลือก สว. ประชุมสรุปสำนวนการสอบสวน มีมติเสนอ กกต. เห็นควรดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 229 ราย แบ่งเป็น สว. 138 คน กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเครือข่าย 91 รายดีเอสไอ–ปปง.ถกคดีฮั้วเลือก สว.เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคล หรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงินว่า ได้เชิญนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในฐานะผู้แทนสำนักงาน ปปง. และพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน ติดตามความคืบหน้าการสอบสวนพยาน และสอบถามในส่วนข้อกฎหมายฟอกเงิน ได้รับความมั่นใจและความชัดเจนจาก ปปง.ว่ากรณีดังกล่าว พฤติกรรมการเตรียมเงินและจ่ายเงินให้กับหัวคะแนน หรือโหวตเตอร์ ที่ไปสนับสนุนการกระทำความผิด ถือเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามนิยามกฎหมาย ปปง.หรือไม่ พบว่ามีการจ่ายเงินในหลายพื้นที่ รับฟังได้ว่ามีมูลกระทำความผิด ตามที่มีการกล่าวหาเกิดขึ้น ทั้งอั้งยี่และฟอกเงิน ที่ประชุมยังกำหนดสอบพยานอีกส่วนหนึ่ง เพื่อพิจารณาเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาในโอกาสต่อไปสอบปากคำอั้งยี่–ฟอกเงิน 90 ปากพ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า การสอบสวนคืบหน้าไปแล้ว 60-70 เปอร์เซ็นต์ มีการสอบปากคำพยานในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน รวม 90 ปาก มีทั้งกลุ่มที่เข้าไปรู้เห็นการวางแผน การทำหน้าที่ต่างๆ และพยานหลักฐาน เกี่ยวกับการเงิน ผลการให้ปากคำในส่วนของผู้ที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง มีประมาณ 7-8 ราย แต่ เราดูหลักฐานการเดินบัญชีเป็นหลัก ส่วนใหญ่พยานจะอ้างว่าเป็นการโอนเงินตามมูลหนี้ แต่ต้องมาชั่งน้ำหนักอีกทีว่ารับฟังได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นพยานในลอตถัดไปจะมีพฤติการณ์ไม่เหมือนกับ 90 รายแรก จะพิสูจน์ว่าบรรดาผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาประจำตัว สว. ที่มีการแต่งตั้งมีที่มาอย่างไร เพราะทราบว่ามีเงินบางส่วนถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่ม ต้องติดตามตรวจสอบต่อไป หมายเรียกพยานหากหมดลอตถัดไป จะพิจารณาเรื่องหมายเรียกผู้ต้องหาเส้นทางเงินกระจายหลายสิบเส้นพ.ต.ต.ยุทธนากล่าวต่อว่า ประมาณ 1 เดือนจะเห็นความคืบหน้าชัดเจนมากขึ้น หรืออาจเป็นขั้นตอนเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเลยก็ได้ พฤติกรรมแวดล้อมจะบ่งบอก อย่างช่วงเลือกตั้งบางทีไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรับโอนเงินก้อนใหญ่ หรือเงินกระจายไปยังบุคคลอื่นหลายสิบเส้น และบุคคลเหล่านั้นก็ไปสมัครสว. ในช่วงนั้น มีการเลือกคนที่อยู่ในโพย มันมีความโยงใยกัน ตอนนี้ทราบว่าเส้นทางการเงินกระจายมากกว่า 30 จังหวัด สำหรับคดีฮั้วเลือก สว. ที่รับผิดชอบโดยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน กับคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน ที่รับผิดชอบโดยดีเอสไอ โดยหลักการไม่ยึดโยงกัน แต่สนับสนุนเอื้อซึ่งกันและกัน ดีเอสไออาจขอพยานหลักฐานหรือความเห็นในส่วนของ กกต. มาประกอบสำนวนด้วยได้ สำหรับจำนวนผู้เข้าข่ายกระทำผิด รวมๆแล้วทั้งของดีเอสไอ และ กกต. อย่างน้อยอาจมีประมาณหลักร้อยคน ดูตามพยานหลักฐานว่าเชื่อมโยงถึงใครบ้างเมิน กกต.ยกคำร้องปลาซิวปลาสร้อยผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกคำร้อง 206 ผู้สมัคร สว.ระดับอำเภอ จ.อำนาจเจริญ เพราะไม่พบเส้นทางเงินจ้างลงสมัคร อธิบดีดีเอสไอตอบว่าในส่วนของ กกต. ไม่อยากพูด เพราะไม่ได้ ไปรู้เห็นด้วย และเป็นคนละเหตุการณ์ คนละส่วน พยานหลักฐานก็คนละชุดกัน แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นคนเดียวกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ขอย้ำว่าการดูเส้นทางเงิน ต้องดูว่ามีความสมบูรณ์หรือไม่ และเป็นไปได้ที่ดีเอสไอจะกันพยานไว้ หากพยานคนนั้นอยู่ในเงื่อนไขที่ไม่ใช่บุคคลสำคัญ และให้การเป็นประโยชน์เอาผิดถึงตัวการสำคัญได้ หลังจากนี้เราจะโฟกัสเรื่องพยานหลักฐาน เน้นสอบสวนให้เห็นว่า การกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเกิดขึ้นแล้วแย้มคณะที่ 26 จ่อปิดสำนวนสอบด้าน พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 1 ใน 7 คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ของ กกต. กล่าวเสริมว่า ทราบว่าสำนวนการไต่สวนของคณะอนุฯคณะที่ 26 จะดำเนินการเสร็จวันนี้ ส่วนจำนวนผู้ถูกดำเนินคดียังไม่เรียบร้อยนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ดีเอสไอเชิญ ปปง.มาให้ความเห็นทางคดีเกี่ยวกับความผิดมูลฐานฟอกเงิน และเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน แบ่งเป็น 1.ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด 2.ทรัพย์สินที่ช่วยสนับสนุนการกระทำความผิด และ 3.บุคคลที่เกี่ยวข้องกับตัวทรัพย์สิน เมื่อดีเอสไอต้องดำเนินคดีฐานอั้งยี่-ฟอกเงินกับบุคคลใด ปปง.จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องการสืบทรัพย์สินเพื่อออกคำสั่งยึด และอายัดทรัพย์ชั่วคราวเป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน เพราะ ปปง.เข้ามาดูจะต้องมีความชัดเจน ต้องมีความชัดเจนตามพยานหลักฐานชุดที่ 26 ชงฟัน 138 สว.–กก.บห.ภท.ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ของสำนักงาน กกต. ที่รับผิดชอบคดีฮั้วเลือก สว. ประชุมสรุปสำนวนการสอบสวน มีมติเสนอ กกต. เห็นควรดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 229 ราย แบ่งเป็น สว. 138 คน กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเครือข่าย 91 ราย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 76 และมาตรา 77 (1) โดยที่ประชุมคณะกรรมการสืบสวนฯเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว เข้าข่ายมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าทำให้ได้รับเลือกมาเป็น สว. โดยไม่สุจริต เที่ยงธรรม และขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 113 ที่บัญญัติว่า สว.ต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด หากที่ประชุม กกต.มีมติเห็นพ้อง อาจนำไปสู่การร้องต่อ กกต. ขอให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคได้ ขั้นตอนหลังจากนี้สำนวนจะเข้าสู่ขั้นที่ 2 คือ เลขาธิการ กกต.ต้องมีความเห็น มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า เลขาธิการ กกต.จะมอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต. เป็นผู้มีความเห็นแทน เนื่องจากเป็นผู้อำนวยการการเลือก สว.ระดับประเทศ ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียลุยสอบต่อสนามกอล์ฟแรนโชฯช่วงสายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม พ.ต.ต.นิมิตร พรหมมา รอง ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายเมธีวัฒน์ คำเสือ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เดินทางมาที่ อบต.ขนงพระ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ร่วมประชุมกับนายไพฑูรย์ แก้วศรี รองนายก อบต.ขนงพระ รักษาการนายก อบต.ขนงพระ นายสุรศักดิ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ปลัด อบต.ขนงพระ นายศุภชัย เพ็ชรนอก ผอ.กองช่าง อบต.ขนงพระ ต่อมาร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสนามบินเล็ก ที่สร้างรันเวย์ทับถนนสาธารณประโยชน์ที่ชาวบ้านสัญจร ข้างสนามกอล์ฟแรนโช ชาญวีร์ เขาใหญ่ หลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์พ.ต.ต.ณฐพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบ พบว่ามีการสร้างรันเวย์สนามบินจริง มีร่องรอยทับถนนทางสาธารณะ มีเครื่องบินจอดอยู่ 1 ลำในบริเวณดังกล่าว ตรวจสอบพบอยู่ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง จะตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตใช้ประโยชน์จริงหรือไม่ และพบประเด็นใหม่จากการเดินเข้าไปสุดถนน เจ้าหน้าที่ อบต.ขนงพระ นำชี้เข้าไปที่สนามกอล์ฟ แจ้งว่าบริเวณดังกล่าวเป็นทางสาธารณะ ต้องตรวจสอบแผนที่เอกสารต่อไปทนายบริษัทโวยมาสร้างคอนเทนต์นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความบริษัทที่ดูแลโครงการ รวมทั้งบริเวณก่อสร้างรันเวย์สนามบิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พื้นที่นี้ผ่าน EIA แล้ว ถ้าดูภาพ จะเห็นได้ว่าเส้นแบ่งระหว่างที่ของบริษัทกับที่ดินสาธารณะ แบ่งแยกชัดเจน มีประชาชนเข้าออกเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ได้รับความสะดวกในเส้นทาง สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นไม่ใช่เลวลง อำนาจดีเอสไอคือสอบสวนกรณีบุกรุกที่สาธารณะ ผู้มีอิทธิพล ที่อยู่แนบท้ายกฎหมาย แต่ตรงนี้เป็นที่นิคมอุตสาหกรรม ที่มานี่คือมาสร้างคอนเทนท์เฉยๆสถ.แจงยิบจัดงบกระจุกไม่กระจายผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่า เพจเฟซบุ๊ก “ท้องถิ่นไทย” ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โพสต์ชี้แจงกรณีโครงการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (งบกระตุ้นเศรษฐกิจ) วงเงิน 157,000 ล้านบาท ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้รับการพิจารณาในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสมมีการกระจุกตัวอย่างไม่เป็นธรรม สถ.ยืนยันว่าพิจารณาอย่างเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และแนวทางจัดสรรเพื่อการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามมติ ครม. 2 พ.ค.2568 และตามมติคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ วันที่ 19 พ.ค.2568 หลัง มท.แจ้งให้จังหวัดทำข้อเสนอโครงการและคำของบประมาณ แต่มีอปท.ที่ขอโครงการไม่ผ่าน 1,947 แห่ง เนื่องจากคำขอไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์มือกฎหมาย ภท.เต้นผางโต้ มท.1นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ถึงข้อสั่งราชการของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รักษาการนายกฯ ให้ดำเนินการเรื่องที่ดินเขากระโดงว่า เรื่องนี้ฟังดูเหมือนตั้งธงเอาไว้แล้ว แสดงว่าไม่ศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่า เรื่องนี้ รมว.มหาดไทยต่อให้ยิ่งใหญ่อ้วนพีขนาดไหน ก็เข้าไปยุ่งไปแทรกแซงไม่ได้ พลาดท่าจะโดนมาตรา 157 เอาได้ มท.1 ควรรู้ว่าบนที่ดิน 5,083 ไร่ ประชาชนผู้ครอบครองที่ดินที่ได้มาโดยสุจริตกว่า 1 พันราย เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และยังมีสถานศึกษา สถานที่ราชการ สถานประกอบการตั้งอยู่มากมาย มท.1 มีหน้าที่ทำความจริงให้ปรากฏ และได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด ไม่อาจใช้อำนาจตามอำเภอใจ เป็นเรื่องที่กรมที่ดินและ รฟท. ต้องหาข้อยุติตามกฎหมายปชน.-ภท.ฉุน “วันนอร์” ขวางกระทู้ช่วงสายที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด โดยนายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย สอบถามปัญหากำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา แต่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง อ้างติดภารกิจขอเลื่อนไปก่อน นายชลัฐยังคงใช้สิทธิอภิปราย 15 นาที ตามเดิมเพราะเหลือเวลาอีกแค่ 2 สัปดาห์ ภาษีทรัมป์จะบังคับใช้แล้ว สิ่งที่ไปเจรจามีอะไรบ้าง มีข่าวลือเรื่องดีลลับทำให้ประเทศสูญเสียอธิปไตยจริงหรือไม่ ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์รีบตัดบทเข้าสู่กระทู้ต่อไปทันที แต่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน และ สส.ภูมิใจไทยอีกหลายคนรุมท้วงติงการทำหน้าที่ของประธานฯปชน.ย้อนศรขอนับองค์ประชุมสภาต่อมาที่ประชุมพิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบประมาณ 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มี สส.อยู่ในห้องประชุมบางตา นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน จึงเสนอขอนับองค์ประชุม ทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นมาทันที นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม เปรยว่า “ไม่อยากอภิปรายกันแล้วหรือ” ก่อนกดออดเรียกสมาชิก ทำให้ สส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนที่กำลังประชุม กมธ.ในหลายคณะ วิ่งกระหืดกระหอบกลับห้องประชุมใหญ่เพื่อเตรียมนับองค์ประชุม ขณะที่ สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านโต้เถียงกันไปมาเรื่องการนับองค์ประชุม จนนายพิเชษฐ์ชิงตัดบทสั่งปิดประชุม ถือเป็นการชิงปิดประชุมหนีองค์ประชุมล่ม 3 สัปดาห์ติดของนายพิเชษฐ์“อิ๊งค์” ใช้บ้านพิษณุโลกบัญชาการสำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.วัฒนธรรม เดินทางเข้าบ้านพิษณุโลก ติดตามงานตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมาย รมว.วัฒนธรรม ให้สั่งการหน่วยราชการเรื่องการรณรงค์เกี่ยวกับแนวทางวัฒนธรรมไทยพุทธที่ถูกต้อง เพื่อให้สังคมมีศีลธรรมอันดี พร้อมหารือกับทีมที่ปรึกษาติดตามงานของกระทรวงวัฒนธรรม อาทิ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ (Cash Rebate) ภาพยนตร์ไทย งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ Bangkok International Film Festival ด้านดนตรีงาน Music Festival, Music Awards และงานด้านศิลปะ การเปิดหอศิลป์แห่งชาติ และภาษีนำเข้างานศิลปะ เป็นต้น“เท้ง” ฉะ พท.ดีแต่ปากปม ม.112อีกเรื่อง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค พท.ยืนยันมีทางออกเรื่องมาตรา 112 ว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ผ่านมา ในทางหลังบ้านเหตุผลที่จะโหวตคว่ำร่างของภาคประชาชน เพราะประเด็นหลักคือเรื่องการนิรโทษกรรมมาตรา 112 เหตุผลดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้น ถ้าพรรคเพื่อไทยแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในวิปรัฐบาล ก็มีน้ำหนักเพียงพอทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้าใจได้ ไม่ใช่มาอ้างว่าเสียงปริ่มน้ำแล้วต้องยอม เมื่อถามว่าเรื่องนี้อาจโยงถึงการที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดนคดีมาตรา 112 มีนัยอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า การนิรโทษกรรมไม่ควรพุ่งเป้าบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ควรครอบคลุมไม่เลือกปฏิบัติ จะสร้างสันติสุขเดินหน้ากระบวนการปรองดองได้อย่างแท้จริงกัลยาณมิตรจี้ “เต้น-เชิดชัย” ถอนตัวนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ค่อนข้างกังวลกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯ หนึ่งในแกนนำ นปช. และ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสาน ร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในฐานะกัลยาณมิตรของพรรคเพื่อไทย และของทั้ง 2 ท่าน แต่ขอพูดในหลักการ เวลานี้พรรคเพื่อไทยเผชิญประเด็นอ่อนไหวหลายเรื่องที่ล้วนอาจเป็นชนวนลุกลามสร้างความไม่พอใจขยายวงกว้างได้ อยากให้ทั้ง 2 ท่านทบทวน เพราะห่วงว่ากฎหมายนี้จะตกไปเป็นเครื่องมือให้บุคคลที่ไม่เห็นด้วยร่วมกันคว่ำกฎหมาย การตัดไฟแต่ต้นลมปิดทุกช่องทางอันอาจนำไปสู่การขยายผลทางการเมืองปลุกระดมได้ ย่อมเป็นเรื่องที่ดี“ทักษิณ” โชว์วิชันปลดล็อก–สู่อนาคตกระทั่งเวลา 19.45 น. ที่ห้องบอลรูม 1-2 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก - พลิกเกมเศรษฐกิจไทย สู่อนาคต” จัดโดยบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) มี น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม และรัฐมนตรีหลายคน อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และ รมว.ดิจิทัลฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้าร่วมฟัง นายทักษิณกล่าวไปต่างประเทศหลายปีกลับมาหลายเรื่องแย่กว่าเดิม แต่หลายเรื่องก็ก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะภาคเอกชนหรือส่วนราชการที่มีคนเก่งๆ วันนี้ประเทศไทยเราต้องการความเชื่อมั่นในหมู่คนไทยด้วยกันก่อน วันนี้คนไทยด้วยกันบางทีก็ไม่เชื่อมั่นตัวเอง และไม่คิดพยายามจะรวมพลังกัน พร้อมกับย้ำนโยบายที่รัฐบาลมุ่งมั่นต้องทำให้ได้ อาทิ ค่ารถไฟฟ้า 20 บาททุกสาย ที่น่าจะเสร็จใน 2 เดือนนี้ รวมไปถึงการปรับปรุงระบบราชการที่ใหญ่โตสิ้นเปลืองงบประมาณ กฎหมายล้าสมัยไม่เอื้ออำนวยให้นักลงทุน การสร้างนิเวศใหม่ๆ หารายได้ให้ประเทศ อาทิ การขุดลอกคลอง แม่น้ำ การถมทะเล ที่แก้ปัญหาทั้งน้ำทะเลหนุนสูง และได้ที่ดินเพิ่มขึ้นมา ถ้าถมทะเลและขุดลอกคูคลองไปด้วยกันได้จะดีมาก วันนี้รัฐกู้อีกไม่ไหว เราต้องลดจีดีพี จะลดได้ก็ต้องมีรายได้ มีเงินใหม่ๆเข้ามาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่