การเมืองคงต้องดูกันเป็นวันๆเพราะอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้เพราะมีปัจจัยและเงื่อนไขที่ค่อนข้างจะเปราะบางการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมแบบที่ว่า “จุดติด” ผ่านพ้นไปแล้วจากนี้ไปก็คงจะอยู่ที่ตั้งเพื่อเตรียมพร้อมที่จะชุมนุมต่อไปเมื่อมีการนัดหมายนี่เป็นสถานการณ์การเมืองที่ดำรงอยู่การที่ยังไม่มีการนัดชุมนุมในตอนนี้ก็เพราะรอให้ศาลรัฐธรรมนูญประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องของประธานวุฒิสมาชิกที่ให้วินิจฉัยกรณี “คลิปฉาว”นายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ไม่ต่างไปจาก “เศรษฐา ทวีสิน” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกถอดถอนไปแล้วประเด็นอยู่ที่...1.ศาลจะรับเรื่องหรือไม่2.หากรับเรื่องจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่หากศาลรับและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็คงอีกไม่นานก็จะรู้ว่านายกรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ไม่ต่างไปจาก “เศรษฐา” ที่ตกเก้าอี้อย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อนแน่นอนว่านายกรัฐมนตรีได้มีการเตรียมการรับมือด้วยการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีวัฒนธรรมควบคู่กับนายกรัฐมนตรีหลังจากปรับ ครม.ชุดใหม่ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ให้หลุดจากวงจรหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แบบเดียวกับ “บิ๊กตู่” ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีแต่ยังมีตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมอีกตำแหน่งหนึ่งจึงเข้าประชุม ครม.ได้ โดยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเบอร์ 1 ทำหน้าที่แทนแม้จะไม่กี่วันแต่ทำให้ “บิ๊กป้อม” แฮปปี้ได้หาก “แพทองธาร” ถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีเบอร์ 1 ก็จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีแทนวันที่ 1 ก.ค.2568 ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดจึงมีความหมายทางการเมืองยิ่งเพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องก็คงอีกไม่กี่วันจากวันนั้นก็จะมีคำวินิจฉัยออกมาว่านายกรัฐมนตรีจะต้องถูกถอดถอนหรือไม่นี่เป็นกระบวนการทาง “นิติสงคราม” ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนทางการเมืองด้านหนึ่งที่ไม่ใช่แค่ม็อบชุมนุมขับไล่เท่านั้นพูดง่ายๆว่ามีดาบ 1 ดาบ 2!ที่จะทำให้พ้นจากตำแหน่งการชุมนุมจึงต้องหยุดชั่วคราวไม่ต้องลากยาวเหมือนการชุมนุมที่ผ่านมาอย่าง กปปส.ที่ยืดเยื้อยาวนานแม้มีผู้ร่วมชุมนุมมากแต่ก็ไม่สามารถทำให้ “นายกฯปู” พ้นจากตำแหน่งได้“บิ๊กตู่” จึงต้องยึดอำนาจทุกอย่างผ่านพ้นไปได้เว้นแต่ศาลไม่รับเรื่อง “แพทองธาร” ก็ยังทำหน้าที่ต่อไปได้เรื่องนี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า “หนักใจ” กับการวินิจฉัยมากนั่นแสดงว่าการพิจารณาครั้งนี้มีปัจจัยและเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาให้รอบด้านเพราะมันเกี่ยวข้องกับปัญหาภายในประเทศและต่างประเทศแต่ถ้าศาลไม่รับก็หาใช่ว่าทุกอย่างจะจบเพราะจะเกิดการชุมนุมขับไล่อีกอย่างแน่นอนเพราะมวลชนคงไม่เลิกราง่ายๆเป็นวิบากกรรมที่ไล่ล่าทุกมิติ! “สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม