“ทักษิณ” มาตามนัดเวที ป.ป.ส.โชว์กร้าว ปราบยาเสพติด ล้างว้าแดงแหล่งผลิต กระทุ้งฝ่ายปฏิบัติอย่า “เข้าเกียร์ว่าง ได้ตังค์ใช้” ลั่น “ยังอยู่ดีกินดีไม่ได้ไปไหน” ฉุนเฟกนิวส์กุข่าวหนี กั๊กรอตัดสินใจไปศาล 13 มิ.ย. แฉไลน์หลุดแพทยสภาฉะคนไร้จริยธรรม บอกสบายๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุปคดีชั้น 14 เหน็บ “ตู่-สนธิ” ระวังเส้นโลหิตแตก ขี้เกียจไปเยี่ยม โอบไหล่ “หนู” โชว์ไม่มียุบสภา แต่คดีฮั้ว สว.หยุดไม่ได้แล้ว ปลอบ “น้องปู” รอพายุสงบได้กลับไทย ชุด 10 อรหันต์ ส่งความเห็นถึง รมว.สธ. “สมศักดิ์” ชี้มีการเปลี่ยนแปลงโทษในระยะสั้นๆ “พิชัย” สั่งฝ่ายกฎหมายพลิกตำราสู้ สั่ง “ยิ่งลักษณ์” ชดใช้หมื่น ล. “ชูศักดิ์” แนะตั้ง กก.สะสางบัญชีใหม่ “อ้วน” ยกราคาข้าวเป็นข้อมูลใหม่ สู้คดี “อิ๊งค์” ร่วมวงอาเซียน-อ่าวอาหรับ-จีน ผนึกกำลังสู้วิกฤติโลก เรียกลอต 4 สว.สีน้ำเงิน มีชื่อ “หมอเกศ”นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาประธานอาเซียน ร่วมปาฐกถาพิเศษให้ ป.ป.ส.สยบข่าวลือหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อนถึงกำหนดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพร้อมและไต่สวนกรณีการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ“ทักษิณ” ลั่นยังอยู่ดีกินดีไม่มีหนีเมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธานอาเซียน ร่วมปาฐกถาพิเศษในการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 3/2568 ทั้งนี้นายทักษิณเดินทางมาด้วยรถยนต์โรลส์-รอยซ์ สีกรมท่า ทะเบียน ฐฐ 267 กรุงเทพ มหานคร มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. รอต้อนรับ ทันทีที่มาถึงนายทักษิณโบกมือทักทายผู้สื่อข่าวก่อนพูดว่า “ยังอยู่ดีกินดีไม่ได้ไปไหน” ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาลงโทษแพทย์ตามมติแพทยสภา ในคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ นายทักษิณตอบว่า “แก่แล้ว 70 กว่าแล้วนะ ใจเย็นๆ” ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของนายทักษิณ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพร้อมและนัดไต่สวนกรณีการพักรักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ วันที่ 13 มิ.ย. หลังมีข่าวลือหลบหนีออกนอกประเทศโชว์วิสัยทัศน์กร้าวปราบยาเสพติดต่อมาเวลา 13.45 น. ที่ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ นายทักษิณกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ว่า ชาวบ้านบอกเศรษฐกิจวันนี้รอได้ แต่ยาเสพติดรอไม่ไหวแล้ว เดือดร้อนนอนผวากันหมด วันนี้การผลิตแทบ 100% อยู่ที่ว้าแดง รู้จุดแล้วเฉยไม่ได้ พ่อค้ารายใหญ่หลบหนีไปข้างบ้านหมด แต่ยังมีเครือข่ายในไทย เจ้าหน้าที่แกล้งไม่รู้หรือไม่อยากรู้เรื่อง การแก้ปัญหาทุกหน่วยงานต้องมีใจ ตลาดยาเสพติดใหญ่ที่สุดคือไทยเพราะมีเงินที่สุด ตอนนี้มีหน่วยงานจัดการยาเสพติด 29 หน่วย ไม่รู้ว่ามากไปเพราะความหอมหวานของงบประมาณหรือไม่ ยาเสพติดเข้าไทยตรงๆ มาทางเรือด้วยคอนเทนเนอร์ ศุลกากรวันนี้มีตู้เข้ามา 6 ล้านตู้ เครื่องเอกซเรย์มีไม่พอ เอกซเรย์ไม่หมด เปิดตู้บ้าง ไม่เปิดตู้บ้าง ตั้งใจไม่เปิดตู้ก็มี ไม่รู้คาเฟอีนลงเรือที่เขมรมาที่แหลมฉบัง วันนี้เราถอยลงเพราะระบบราชการถูกวางไว้ต่างคนต่างทำ ขาดเจ้าภาพและวัดเคพีไอ ที่ผ่านมาเราไม่ได้บริหารแต่เราทำธุรกรรม คือทำให้เสร็จไปวันๆ ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีเป้าหมายไร้จริยธรรมประกาศสงครามว้าแดงแหล่งผลิตนายทักษิณกล่าวต่อว่า วันนี้ตนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านค่อนข้างดี แต่บังเอิญไปไหนไม่ค่อยได้ถึงเวลาที่ต้องขอความร่วมมือจริงจังกับประเทศเพื่อนบ้านแหล่งผลิต “ถ้าเมียนมาบอกว่าจัดการไม่ได้ เพราะเป็นชนกลุ่มน้อย เราคงต้องขอจัดการเองมั้ง เพราะมันเป็นศัตรูของเรา มันอยู่ในพื้นที่ไหน ถ้าเขาจัดการไม่ได้ เราต้องขออนุญาต วธีจัดการของเรามีวิธีที่สากลรับได้ อีก 1-2 เดือนนี้ รมว.ต่างประเทศต้องไปพบปะกับเพื่อนบ้านทั้งหมด เพื่อผนึกกำลังกันให้ว้าแดงเลิกผลิตยาเสพติด ถ้าคุณยังผลิตคุณคือศัตรูของประเทศไทย เราไม่ควรมีความปรานีกับศัตรู นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีความชัดเจน เราต้องดักจับทุกรูปแบบ ที่สำคัญต้องจบที่หมู่บ้านและชุมชน ต้องสีขาวให้ได้ สำคัญที่สุดอย่าให้พ่อค้าที่ทุกคนในหมู่บ้านรู้หมด อย่าให้มันอยู่ในหมู่บ้าน ต้องจับกุมไปอยู่ในเรือนจำ จึงขออนุญาตนายกฯว่าว่างๆแก่แล้ว ไม่มีอะไร จะไปต่างจังหวัด ไปดูแต่ละชุมชนว่าหมู่บ้านไหนมีเรื่องยาเสพติด จะได้มารายงาน รมว.มหาดไทย ขอให้ไปสืบทรัพย์หน่อยได้หรือไม่ จะเป็นคนขี้ฟ้องหน่อย ส่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ต้องมีบทบาทเข้มแข็ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ไม่เช่นนั้นคนจะฟ้องอีกว่าช่วยยุบ กอ.รมน. เพราะเสียดายใช้งบประมาณปีละกว่า 7,000 ล้านบาท”ย้ำ มท.–ตร.–สธ.–ศธ.–กห.จับมือลุยนายทักษิณกล่าวว่า วันนี้ ผบ.ตร. และ รมว.มหาดไทย ต้องออกไปกินข้าวกันบ่อยขึ้น วางแผนทำอย่างไรให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจทำงานร่วมกัน หากตรงไหนไม่ถูกกันก็ให้เปลี่ยนที่อยู่ ให้เกิดการทำงานที่สามัคคี ทำให้นายอนุทินหันไปยิ้มและพยักหน้ากับ ผบ.ตร. ที่นั่งฟังอยู่ นายทักษิณกล่าวต่อว่าต้องซีลชายแดน ต้องขอตำรวจชายแดน ทหาร และกรมศุลกากร เอาจริงเอาจัง อย่าเข้าสุภาษิต “เข้าเกียร์ว่าง...ได้ตังค์ใช้” พร้อมกับฝากไปยังหัวหน้าส่วนราชการทุกคนขอให้จริงจังกับการแก้ไขปัญหา ปราบปรามยาเสพติดครั้งนี้ ต้องไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง ใครไม่ร่วมมือถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศตัวเอง ข้อหาสมรู้ร่วมคิดหรือเป็นผู้สนับสนุน วันนี้ถ้าใครยุ่งกับยาเสพติดคือศัตรูของประเทศไทย ที่ยังสงสัยคือการติดตามเครือข่ายที่หลบหนีออกไปนอกประเทศ แต่ยังติดต่อกับผู้ค้ารายย่อยในประเทศ ต้องไล่บี้ให้ถึงที่สุด เชื่อตำรวจต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ท่านปลัด (มท.) ต้องไปขอไม้แขวนเสื้อมาไว้สัก 10 ไม้ ใครไม่ทำงานให้มาอยู่ในไม้แขวนเสื้อ รับรองขึ้นหมดภายในไม่กี่วันฉุนเฟกนิวส์นิยายน้ำเน่ากุข่าวหนี“วันนี้มีคนปล่อยข่าวว่าผมหนีไปแล้ว และผมเพิ่งกลับมาวันนี้ หนีไปทางช่องทางธรรมชาติ แต่เครื่องบินจอดไว้ที่นี่ ออกช่องทางธรรมชาติบินไปที่อื่น ไปกันใหญ่ ผมไม่อยากให้ทุกท่านแต่งนิยาย อย่าง เจ.เค.โรว์ลิง ที่ไปนั่งดื่มกาแฟทั้งวัน แต่งนิยายเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์จนดัง จนรวย อันนี้เขาใช้จินตนาการแต่งนิยายให้เกิดประโยชน์ แต่ของเรานิยายน้ำเน่า สงสัยว่าช่องเจ็ดสีสอนไว้ดีเลยทำให้แต่งนิยายจินตนาการเลอะเทอะ หลอกไปหลอกมาเชื่อตัวเองอีก บอกว่านายกฯอิ๊งค์ไปรอลอนดอน ผมก็จะหนีตามไป เป็นเรื่องที่ตลก วันนี้คนไทยต้องตั้งหลักให้ดีอย่าให้คนจูงได้ง่าย เฟกนิวส์มาจาก 2 ช่องทาง คือหนังสือพิมพ์ที่ไม่มีคนอ่านแล้ว และทีวีตกรุ่น ที่สื่อออนไลน์ของสังคมไทยไม่มีการเซ็นเซอร์เลย” นายทักษิณกล่าวเมินคนปล่อยข่าวมีอยู่ไม่กี่คนต่อมานายทักษิณให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือหนีออกนอกประเทศว่า ข่าวลือแปลว่าข่าวที่คนปล่อยอยากให้เป็นจริง ส่วนใหญ่คือไม่จริง คนปล่อยมีอยู่ไม่กี่คนอย่าไปสนใจมาก ไม่ค่อยใส่ใจอะไร เมื่อถามว่ามีการเชื่อมโยงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณกับสถานการณ์การเมืองหรือรัฐบาล นายทักษิณตอบว่า หากไม่จำเป็นไม่อยากออกมา อยากอยู่เงียบๆ สบายๆ อายุมากแล้วอย่าใช้งานเยอะ เมื่อถามว่าถูกมองว่าจะไม่ไปไหน เพราะลูกสาวเป็นนายกฯ นายทักษิณตอบว่า “ไม่มีเหตุผลอะไรเลย แหม่ อุตส่าห์กลับมาแล้วก็มาทำงาน และมีพระบรมราชโองการ มีพระมหากรุณาธิคุณลดโทษแล้ว ให้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือประชาชนในบ้านเมือง ก็ต้องรับด้วยเกล้าฯ รับใส่เกล้าฯไว้ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นหน้าที่”กั๊กรอตัดสินใจไปศาลวันที่ 13 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 13 มิ.ย. จะเดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการนัดพร้อม และไต่สวนกรณีการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า ถามทนายอยู่ว่าเขาให้ไปหรือไม่ ความจริงจะไปหรือไม่ไปก็ได้แต่ต้องมีทนายไป เมื่อถามย้ำว่าจะเดินทางไปเองหรือไม่ นายทักษิณตอบว่ายังไม่ทราบ มีเวลาตั้งหลายวัน วันที่ 12 มิ.ย. เที่ยงคืนค่อยตัดสินใจ เมื่อถามว่าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต้องไปศาลเองเพื่อเรียกความเชื่อมั่นหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า “ไม่มีอะไรเลย จะไปหรือไม่ไปก็เป็นเรื่องของความร่วมมือกับศาล ถ้าศาลต้องการข้อมูลเราก็ให้ได้ ไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรตื่นเต้น อย่ามาตื่นเต้นแทนผมซิ”แฉไลน์หลุดฉะแพทยสภาไม่มีจริยธรรมเมื่อถามถึงกรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทยสภา 3 คน กรณีการพักรักษาตัวนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ นายทักษิณตอบว่า แพทยสภามีหน้าที่ดูเรื่องจริยธรรมของแพทย์ บางทีแพทยสภาก็ไม่มีจริยธรรมเสียเองก็มี “บางคนไลน์กลุ่มหลุดออกมา แพทยสภาบางคนด่าผมอยู่ในไลน์กลุ่ม แล้วแพทยสภาอีกคนหนึ่งก็ตอบเป็นสติกเกอร์ไปว่า YES ยังไม่ทันพิจารณาเลย อย่างนี้เรียกว่าจริยธรรมมีปัญหาซะเอง” เมื่อถามว่าแสดงว่าในแพทยสภามีไส้ศึกใช่หรือไม่ ถึงได้ไลน์ที่หลุดออกมา นายทักษิณตอบว่า ทุกฝ่ายถ้ารักษากติกา รักษาจริยธรรมในวิชาชีพ ไม่มีปัญหา เมื่อถามว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ต้องตัดสินเรื่องวีโต้แล้ว นายทักษิณตอบว่า เชื่อว่านายสมศักดิ์มีข้อมูลทุกอย่าง และต้องคิดเยอะหน่อยร้อง “โอ้” อย่าด่วนสรุปคาดการณ์ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่กังวลที่แพทยสภาตัดสินออกมาเช่นนี้ นายทักษิณตอบว่า ก่อนกลับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ซื้อเป็ดโฟร์ซีซั่นมาฝาก สบายได้กินข้าวหมดจาน สบายๆ ไม่ได้คิดเยอะ อายุขนาดนี้จะไปคิดอะไรเยอะ อย่ามาชวนคิดเยอะสิ ไม่คิดเยอะ เมื่อถามว่าหมายความว่าถ้าผลออกมาเป็นลบจริงๆก็พร้อมใช่หรือไม่ นายทักษิณตอบว่า “โอ้ อย่าเพิ่งสรุป ไม่มีอะไรต้องสรุปล่วงหน้า ผมเชื่อว่าผู้พิพากษาที่พิจารณาก็ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องดูพยานหลักฐาน ดูการสืบพยานโจทก์ พยานจำเลย ฉะนั้นอย่าไปสืบเอง อย่าไปทำนายอะไรล่วงหน้า อย่าไปคาดการณ์ล่วงหน้า ไม่มีอะไร” เมื่อถามว่าแสดงว่าได้สัญญาณบวกใช่หรือไม่ นายทักษิณตอบว่า ไม่ต้องมีสัญญาณ ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน บ้านเรามีกฎหมายมีพยานหลักฐานอยู่ ทุกอย่างไม่ต้องมีสัญญาณหรอก ทำไมชอบไปฟังสัญญาณคดีฮั้ว สว.หยุดกระบวนการไม่ได้เมื่อถามถึงคดีฮั้วเลือก สว. นายทักษิณตอบว่า จุดเริ่มต้นเรื่องนี้เกิดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพราะมีการร้องเรียนไปที่ กกต. มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าร่วมด้วย มีพยานหลักฐานต่างๆไหลไปที่ดีเอสไอ เขาจึงทำตามหน้าที่ไม่ต้องมีใครไปสั่ง ถ้าไม่ทำเขาอาจโดนมาตรา 157 เมื่อเขามีพยานหลักฐาน ส่วน สว.หรือผู้ถูกกล่าวหาก็แก้ไปตามประมวลกฎหมาย ทุกอย่างเมื่อมีกระบวนการ เข้าไปแล้วต้องจบที่กระบวนการ เหมือนตนที่ถูกทหารเกี่ยวเบ็ดไว้ 112 ตอนสมัยปฏิวัติ กลับมาก็ต้องเข้าสู่กระบวนการให้จบ เราบริสุทธิ์ก็อธิบายให้บริสุทธิ์ ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อมีกระบวนการแล้วจะหยุดกลางกระบวนการไม่ได้ เพราะคดีค้างอยู่เหน็บ “ตู่-สนธิ” ระวังเส้นโลหิตแตกนายทักษิณยังกล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช. กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ สวมกอดกันว่า “ก็หลากหลายอารมณ์” เมื่อถามว่าการจับมือกันระหว่างนายสนธิกับนายจตุพรประกาศต่อต้านระบอบทักษิณ รู้สึกขนลุกหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า ไม่รู้อะไรลุกขนไม่ลุก อย่าไปสนใจ อย่าไปใส่ใจ ตนมีลูกเมียมีหลานต้องเลี้ยงเอง ไม่ต้องเลี้ยงลูกเมียคนอื่น เมื่อถามว่าขณะนี้เจอปั่นทั้งซ้ายทั้งขวา นายทักษิณตอบว่า ไม่เป็นไร บังเอิญเป็นคนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเพราะแก่แล้ว แต่ห่วงคนปั่นกลัวจะเครียดแล้วเส้นโลหิตในสมองแตก ติดเตียง เป็นห่วง ขี้เกียจไปเยี่ยมโอบไหล่ “หนู” โชว์สื่อไม่มียุบสภาเมื่อถามว่า มีโอกาสจะเห็นภาพนายทักษิณกับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรค ภท. ได้สวมกอดกันบ้างหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า “ผมเจอกัน หลายรอบ เจอกันเป็นประจำ” เมื่อถามว่า ล่าสุดเมื่อไหร่ นายทักษิณหันหน้าไปมองนายอนุทินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนพูดว่า เดือนกว่าเองมั้ง แต่นายอนุทินตอบว่า 2 เดือน ทำให้นายทักษิณหันมาพูดกับสื่อใหม่ว่า 2 เดือน อย่าไปสนใจ ทุกอย่างมีกติกาของมัน หนึ่ง มีกติกา สองเราต้องมีมารยาทในการร่วมรัฐบาลต่อกัน เมื่อถามว่า กระแสปั่นนี้ไปถึงสั่นคลอนพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า ไม่มีไม่เกี่ยว พรรคร่วมรัฐบาลจะไปสั่นคลอนได้อย่างไร อยู่ด้วยกัน ทุกวันนี้ อยู่กันจนจบแน่นอน ไม่ต้องห่วง เมื่อถามว่า จะไม่มีการเปลี่ยนนายกฯกลางคันใช่หรือไม่ นายทักษิณ ตอบว่า ไม่มี ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ให้ประชาชน ตัดสิน โน่นยังอีกนาน ยังไม่ใช่ตอนนี้ เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยจะกอดคอไปด้วยกันจนจบใช่หรือไม่ นายทักษิณตอบทันทีว่า “ตอนนี้ยัง กอดได้อยู่” พร้อมกับยกมือขึ้นโอบไหล่นายอนุทิน ซึ่งนายอนุทินยิ้มแล้วยกมือไหว้ เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วง นายอนุทินหรือไม่ ที่โดนร้องจริยธรรม นายทักษิณ ตอบว่า โอ้ยเขาเอาตัวรอดไม่ต้องห่วง ผ่านร้อนผ่านหนาว มาขนาดนี้ไม่หวั่นไหวหรอก ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ลื่นล้ม ก็สงสาร ไม่รู้เป็นไงบ้างรอเหตุการณ์สงบ “ปู” ได้กลับไทยนายทักษิณยังกล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาเรื่องคดีจำนำข้าวว่า ศาลได้อธิบายว่า เรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นโจทก์ไม่ได้เป็นจำเลย ฟ้องว่ากระทรวงการคลังทำไม่ถูก ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังมีสิทธิ์เสนอพิจารณาใหม่ภายใน 90 วัน เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์บ้าง หรือไม่ นายทักษิณตอบว่า คุยบ้าง เรื่องคดีก็ต้องสู้ไป เป็นเรื่องของแพ่งไม่เกี่ยวกับอาญา เมื่อถามว่า จะเป็น อุปสรรคต่อการเดินทางกลับไทยหรือไม่ นายทักษิณตอบว่า รอให้เหตุการณ์ทุกอย่างสงบ ตอนนี้มีคนปั่น พายุอยู่ เดี๋ยวพายุก็หมด ส่วนคนที่ปั่นพายุนั้นไม่ทราบว่า เป็นใคร เป่าอยู่นั่น แต่เดี๋ยวก็จบแล้วไม่มีอะไร“ทวี” ย้ำเชิญ “นายใหญ่” ไร้การเมืองพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่ากรณี ป.ป.ส.เชิญนายทักษิณมาบรรยายเรื่องการแก้ไข ปัญหายาเสพติด เพราะนายทักษิณมีประสบการณ์ในการสร้างพลังแผ่นดินชนะยาเสพติดได้ และปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน จึงอยากฟังแนวคิดและประสบการณ์ที่จะพูดโดยตรงกับผู้ปฏิบัติที่รับนโยบายมาจากรัฐบาล เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผบ.ทบ. ผบ.ตร. ทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเร่งด่วน ยืนยันไม่มีวาระการเมือง เมื่อถามว่า การปรากฏตัวของนายทักษิณ ถือเป็นความได้เปรียบในคดีวันที่ 13 มิ.ย. ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า ไม่มีประเด็นนี้ มีแต่เรื่องประชาชน เมื่อถามว่า ทำไมถึงไม่เชิญนายกฯมาแสดงวิสัยทัศน์ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า นายกฯประชุมเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการด้อยค่านายกฯ พ.ต.อ.ทวีตอบว่า ไม่มีการด้อยค่า มีแต่ชื่นชม และทุกคนต้องทำตามนโยบายนายกฯ ไม่ได้ทำตามนโยบายใคร“ภูมิธรรม” โต้ลั่นด้อยค่านายกฯนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า การเชิญ นายทักษิณมาบรรยาย แต่ไม่เชิญนายกฯ เป็นการด้อยค่านายกฯ ว่า จะไปด้อยค่าอย่างไร อย่าคิดอะไรเป็นการเมืองหมด เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีผลทางการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่ทราบ ที่นายทักษิณมาบรรยาย เพราะเป็นคนมีความรู้ และประสบความสำเร็จ ใครได้ฟังสามารถนำไปปรับใช้ได้ ส่วนจะกลบกระแสข่าวหลบหนีไปต่างประเทศได้หรือไม่นั้น ไม่ทราบ เรื่องนี้นายกฯตอบแล้วที่สื่อมาถาม สะท้อนให้เห็นว่าดราม่ามันเยอะ สื่อก็ไม่ควรขยายดราม่า ควรตรวจสอบที่มาของข่าวก่อน เมื่อถามว่า แต่นายทักษิณเคยหนีคดีมาก่อน นายภูมิธรรมตอบสวน ว่า ใช้ประสบการณ์อย่างเดียวมาตัดสินไม่ได้ ต้องดู ว่ามีเหตุมีผลหรือไม่ เพราะสภาพและเงื่อนไขเปลี่ยนไปเยอะ ไม่เหมือนกันต้องค่อยๆดูชุด 10 อรหันต์ส่งความเห็น รมว.สธ.ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการประชุมคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษ กรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 คนที่รักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่รักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ จากนั้นนายพงษ์ศักดิ์ แก้วกมล กรรมการผู้แทนประธานคณะกรรมการฯ พร้อมนายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สธ. และนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการร่วม ยื่นรายงานความเห็นของคณะกรรมการฯถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภา มีนางปวีณ์ริศา สกุลเกียรติศรุต หัวหน้ากลุ่มงานสนับสนุนวิชาการ รักษาการหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี เป็นผู้แทนรับเรื่อง นายธนกฤตกล่าวว่า กรรมการแต่ละคนเห็นมีความเป็นอิสระ และกรรมการทุกคนมองว่ายังมีอะไรที่ไม่ครบในเรื่องของข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ยังมีปัญหาขอเอกสารเพิ่มจากแพทยสภาแล้วไม่ได้รับ อีกทั้งมี 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมราชทัณฑ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแพทยสภา ต่างมี พ.ร.บ.ของตนเองที่มีศักดิ์เท่ากัน และเรื่องนี้สภานายกพิเศษไม่ใช่คนตัดสิน คนตัดสินสุดท้ายคือแพทยสภานายนรินท์พงศ์กล่าวว่า ความเห็นกรรมการแต่ละคนไม่สามารถเปิดเผยได้ จนกว่า รมว.สธ.จะอ่าน มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และผลดังกล่าวไม่ได้ไปมีผลต่อการตัดสินคดีของศาลฎีกาในวันที่ 13 มิ.ย.นี้ เพราะเป็นคนละเรื่อง แต่การที่เราพิจารณาส่งถึงนายสมศักดิ์ กระบวนการต่อไปก็ส่งกลับไปที่แพทยสภาที่ต้องพิจารณาต่อและลงมติ 2 ใน 3 ถ้าเห็นว่าแพทย์ทำผิด ก็ยืนยันตามเดิม เป็นความยุติธรรมไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อใคร“สมศักดิ์” ชี้มีการเปลี่ยนแปลงโทษนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ กล่าวว่า ต้องตัดสินใจเรื่องนี้และส่งความเห็นกลับไปยังแพทยสภาทันภายใน 15 วัน ถ้าไม่มีอะไรส่งกลับคืนก็ถือว่าไม่ได้สงสัยอะไร คิดว่า วันที่ 28-29 พ.ค. ต้องจบแล้ว จะดูความเห็นคณะกรรมการเสนอความเห็นสภานายกพิเศษมาประกอบ เมื่อถามว่าส่วนใหญ่คาดว่าสภานายกพิเศษจะวีโต้แน่นอน นายสมศักดิ์ตอบว่า เหรียญ 2 ด้าน มีแค่วีโต้กับไม่วีโต้แค่นั้น ไม่มีออกกลาง และไม่มีอะไรหนักใจ พิจารณาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กระบวนการพิจารณาของแพทยสภา มีคณะกรรมการ 4 ชุด ชุดแรกเป็นชุดรับเรื่องร้องเรียน ชุดที่ 2 อนุกรรมการสอบสวนให้ความเห็นในระดับหนึ่ง ทำงานอยู่ประมาณ 4 เดือน ส่งไปชุดที่ 3 อนุกรรมการกลั่นกรอง ทำงานระยะสั้นๆ และมีการเปลี่ยนแปลงโทษแล้วเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา จากวันที่ 1 เป็นในวันที่ 8 พ.ค.2568 “ระยะเวลาสั้นๆ โทษถูกเปลี่ยนแปลงไปจากการพิจารณาอย่างไรผมไม่ทราบ แต่โทษมีเปลี่ยนแปลงไปจากอนุกรรมการสอบสวนไปถึงอนุกรรมการกลั่นกรองไปถึงคณะกรรมการแพทยสภา จึงอยากรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเพราะอะไร อย่างไร แต่ไม่ได้ข้อมูล ก็ไม่เป็นไร”“พิชัย” สั่งฝ่ายกฎหมายพลิกตำราสู้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีศาล ปกครองสูงสุด เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวเพียงแค่ 10,028 ล้านบาท และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้เร่งรัดว่า สั่งให้ฝ่ายกฎหมายนำข้อเท็จจริงมาดูรายละเอียดทั้งหมด ขอดูเรื่องย้อนหลังก่อน เมื่อถามว่า ต้องตั้ง คณะกรรมการเพื่อคำนวณค่าเสียหายหรือไม่ นายพิชัย ตอบว่า ขอดูรายละเอียดในคำสั่ง ให้ฝ่ายกฎหมายดูข้อเท็จจริงก่อน เมื่อถามว่า ทรัพย์สินที่โดนอายัด จะพิจารณาใหม่หรือไม่ นายพิชัยตอบว่า ยังไม่ทราบ ข้อเท็จจริง ขอหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อน “ต้องขอดู ข้อมูลทั้งหมดว่าที่ทำไปมีอะไรบ้าง ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าต้องดำเนินการอย่างไร”“ชูศักดิ์” แนะตั้ง กก.สะสางปมร้อนนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องมีคณะกรรมการเข้าไปดูแล ความเสียหาย คำสั่งฉบับเก่าผ่านมาหลายปีแล้ว ศาล ตัดสินตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นทนายความต้องไปดูว่า คณะกรรมการบังคับคดีของกระทรวงการคลังในเวลานั้น คิดค่าเสียหายอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป บ้างแล้ว เพราะมีข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การขายข้าว สำนวน และคำบังคับคดีในขณะนั้นเป็นอย่างไร เป็นเรื่องรายละเอียด เมื่อถามถึงทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ถูกอายัดไว้ ต้องคำนวณใหม่ด้วย หรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า ต้องดูว่าถึงปัจจุบันมีความ เสียหายเท่าไหร่ รัฐได้เงินไปแล้วเท่าไหร่ ไปดูทั้งหมด เมื่อถามว่ากระทรวงการคลังต้องทำคำสั่งใหม่ภายในกี่วัน นายชูศักดิ์ตอบว่า คำพิพากษาข้อ 3 ระบุให้ดำเนินการภายใน 60 วัน เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่ต้องไปดู“อ้วน” ยกราคาข้าวข้อมูลใหม่สู้คดีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กรณีที่ศาลไม่ได้สั่งบังคับว่าจะต้อง ไปจ่ายอะไร แสดงให้เห็นว่าการคำนวณตัวเลขค่าใช้จ่าย มีความผิดพลาดตั้งแต่แรก ในยุคที่ตนเป็น รมว.พาณิชย์ สามารถขายข้าวที่เก็บไว้ 10 ปี ได้กิโลกรัมละ 18 บาท เป็นคำถามว่าช่วงก่อนหน้านี้ที่ขายข้าวราคา 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ต้องไปพิสูจน์ว่าข้าวเสียได้อย่างไร ขณะนี้ทราบว่าทนายความกำลังยื่นข้อมูลซึ่งอาจนำหลักฐานจากที่ตนได้ดำเนินการไปประกอบ ให้ศาลพิจารณาว่าเป็นข้อมูลใหม่ เพื่อพิจารณาหักลบ ค่าใช้จ่าย ต้องว่าไปตามกระบวนการ กระทรวงการคลัง มีหน้าที่กำหนดข้อมูลและฟ้อง ส่วนนายกฯ โดยตำแหน่ง ในฐานะที่มีปัญหาเกิดขึ้น ต้องกำกับดูแล แต่ศาลไม่ได้ สั่งให้นายกฯ หรือกระทรวงการคลังดูแล เมื่อถามว่า การขายข้าวในราคา 3-5 บาท จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่า ขายต่ำกว่าราคา นายภูมิธรรมตอบว่า อยู่ในดุลพินิจของศาลมองประเด็นนี้อย่างไร การพิสูจน์ก็ต้องไปดูว่า ในอดีตสื่อฯ พยายามขอเข้าไปดูโกดังข้าว แต่ไม่ได้รับอนุญาต ต้องดูว่าทนายความไปยื่นเรื่องในเงื่อนไขประเด็นใด“อิ๊งค์” ร่วมวงอาเซียน-อ่าวอาหรับเมื่อเวลา 10.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ที่ห้อง Ballroom 1 ชั้น 3 ศูนย์ประชุมกัวลาลัมเปอร์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ครั้งที่ 2 มีผู้นำและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและ GCC อาทิ เจ้าชายซัลมาน บิน ฮะมัด อาล เคาะลีฟะฮ์ มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรบาห์เรน เชค เศาะบาฮ์ อัลคอลิด อัลฮะมัด อัลมุบาร็อก อัศเศาะบาฮ์ มกุฎราชกุมารและรองเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ สรุปสาระถ้อยแถลงที่ น.ส.แพทองธารกล่าวต่อที่ประชุมว่า นายกฯเสนอแนวทางภายใต้กรอบ “3Ps” ได้แก่ 1.ความร่วมมือเพื่อความเจริญรุ่งเรือง 2.ความร่วมมือเพื่อประชาชน และ 3.ความร่วมมือเพื่อโลก พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในฉนวนกาซา ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับรองเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมของการประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ และปฏิญญาร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน กับคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับผนึกกำลัง “อาเซียน–อาหรับ–จีน”จากนั้นเวลา 15.45 น. น.ส.แพทองธารเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ-จีน มีผู้นำประเทศบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และผู้นำจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม นายจิรายุสรุปสาระสำคัญของถ้อยแถลงนายกฯว่า น.ส.แพทองธารมองว่าอาเซียน GCC และจีน รวมกันมีขนาดเศรษฐกิจเกือบ 1 ใน 4 ของ GDP โลก และกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญท่ามกลางภูมิทัศน์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จึงมีโอกาสร่วมกันกำหนดแนวทางใหม่ของการเติบโตที่ครอบคลุม ยั่งยืน พร้อมเสนอกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ “3M” ประกอบด้วย 1.เสริมสร้างระบบพหุภาคีนิยม 2.ส่งเสริมความคล่องตัวของทรัพยากร และ 3.ระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หลังการหารือที่ประชุมได้รับรองเอกสาร 1 ฉบับ คือ แถลงการณ์ร่วมของการประชุมสุดยอดอาเซียน คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ และสาธารณรัฐประชาชนจีนเรียก 16 สว.ลอตที่ 4 มีชื่อ “หมอเกศ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกหมายเรียกกลุ่ม สว.เข้ารับทราบ และชี้แจงข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. เป็นลอตที่ 4 และแจ้งให้ไปรายงานตัววันที่ 4 มิ.ย. มีรายชื่อดังนี้ 1.นายภมร เชาว์ศิริกุล 2.พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ 3.นายจรุณ กลิ่นตลบ 4.นายประเทือง มนตรี 5.นายนฤพล สุคนธชาติ 6.นายอะมัด อายุเคน 7.น.ส.สายฝน กองแก้ว 8.นายชาญชัย ไชยพิศ 9.นายนิรุตติ สุทธินนท์ 10.นายศุภโชค ศาลากิจ 11.นางอารีย์ บรรจงธุรการ 12.นายจำลอง อนันตสุข 13.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย 14.นายขจรศักดิ์ ศรีวิราช 15.นายเอนก วีระพจนานันท์ 16.นางวลีรักษ์ พัชระเมธาพัฒน์ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ไปสอบถาม พญ.เกศกมล แต่เจ้าตัวไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ก๊วนสีน้ำเงินพร้อมสู้ยิบตาคดีฮั้วพ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. กล่าวว่า ได้รับหมายเรียกแล้ว พร้อมไปรับทราบข้อกล่าวหา มั่นใจไม่ได้กระทำผิด ขอตั้งข้อสังเกตหมายเรียกของคณะกรรมการไต่สวนฯเป็นการเขียนกว้างๆ ระบุพฤติการณ์กระทำผิดแบบเหวี่ยงแห ไม่ระบุความผิดชัดเจน ไม่มีอะไรเป็นข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ ไม่ระบุพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุ ก่อนหน้านี้ดีเอสไอพยายามก้าวล่วงมาในเขตอำนาจของ กกต. โยงเรื่องฮั้ว สว.เป็นการเมือง ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ตัวเอง โดยเฉพาะกรณีที่มีเอกสารจากอัยการส่งถึงอธิบดีดีเอสไอเร่งรัดติดตามตัว นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มาดำเนินคดีหลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน แต่ดีเอสไอละเลยไม่ส่งตัวบุคคลดังกล่าวให้อัยการ ปล่อยให้เดินลอยนวลต่อหน้าดีเอสไอ แกล้งมองไม่เห็น การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้กฎหมายตรงไปตรงมาของดีเอสไอหรือไม่ สว.เตรียมยื่นตามช่องทางดำเนินคดีกับดีเอสไอตามอำนาจที่ทำได้พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กล่าวว่า คดีผู้ต้องหาฟอกเงินบางคนที่ดีเอสไอไม่ตามตัวมาดำเนินคดี จะหมดอายุความวันที่ 15 มิ.ย. ปล่อยให้ผู้ต้องหาลอยนวล ทั้งที่อัยการสูงสุดส่งหนังสือมาถึงดีเอสไอให้เร่งนำตัวมาส่งอัยการ แต่กลับไม่ดำเนินการ ดังนั้นถ้า ป.ป.ช.เรียกไปให้ข้อมูลกรณีที่ยื่นเรื่องให้เอาผิดดีเอสไอแทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว. จะนำเอาประเด็นนี้ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.ด้วยภท.เอาคืนแจ้งหมิ่น “ณฐพร-แมว”นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายพรรค ภท.ได้ยื่นฟ้องนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว ทั้งคู่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต มือไม่สะอาด มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายพรรค ภท. อันเป็นสถาบันทางการเมือง เพื่อประโยชน์ทางการเมืองให้กับพรรคการเมืองอื่น ส่วนสมาชิกพรรคที่ได้รับความเสียหายจากการกล่าวหาระบุในคำร้อง สามารถยื่นฟ้องแยกเป็นคดีอื่นต่างหากส่อล่มล่าชื่อชะลอโหวตองค์กรอิสระน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้าชื่อ สว. จำนวน 20 คน ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีที่มี สว.ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฮั้วเลือก สว. ไม่ควรให้มีการโหวตเลือกองค์กรอิสระช่วงปลายเดือน พ.ค.ว่า การเข้าชื่อดังกล่าวไม่น่าจะครบตามกำหนด อยู่ระหว่างหารือในกลุ่มว่าจะเดินหน้าล่าชื่อต่อหรือไม่ และจะแถลงท่าทีอีกครั้งวันที่ 28 พ.ค. อย่างไรก็ตามการประชุมวุฒิสภาวันที่ 30 พ.ค. ยืนยันจะยื่นญัตติขอให้ชะลอการลงมติเลือกองค์กรอิสระ โดยนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. จะเป็นผู้เสนอญัตติ“อังคณา” หวังจิตสำนึกไม่ดันทุรังนางอังคณา นีละไพจิตร สว. ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า สว.ที่ถูกแจ้งข้อหาฮั้วเลือก สว. ควรพิจารณาตัวเอง แม้ยังไม่ผิดกฎหมายแต่ผิดจริยธรรม ไม่ต้องห่วงถ้า สว.ไม่เลือกองค์กรอิสระแล้วจะไม่มีคนทำหน้าที่ ถ้าไม่สามารถสรรหาคนมาแทนได้ และไม่ครบองค์ประชุม รัฐธรรมนูญเปิดให้ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุดแต่งตั้งบุคคลมาปฏิบัติหน้าที่แทนได้อยู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ หากเลือกองค์กรอิสระ โดยที่ สว.มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง การเลือกองค์กรอิสระจะเป็นโมฆะหรือไม่ อยู่ที่จิตสำนึกสปิริต สว.แต่ละคน ดูแล้วจะเดินหน้าอย่างเดียว ทำให้การเมืองไทยถดถอย ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี“เสี่ยเฮ้ง” แย้มหาโอกาสใหม่วันเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองว่า สส.ในกลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองคล้ายกันนัดหารือวันที่ 31 พ.ค.นี้ ส่วนมีความชัดเจนเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ขณะนี้ยังอยู่กับ รทสช. ต้องเคารพผู้ใหญ่ในพรรคที่เราอาศัยเขาอยู่ ในทางการเมืองมีคนออกและเข้าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ทะเลาะกัน เป็นไปตามอุดมการณ์และความต้องการในสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อถามว่ายังหาโอกาสใหม่อยู่ใช่หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า “ก็โอกาสใหม่ๆ” เมื่อถามย้ำว่าโอกาสใหม่ในอนาคตต้องสดใสใช่หรือไม่ นายสุชาติหัวเราะก่อนตอบว่า “ต้องสดใส”ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการให้สัมภาษณ์ของนายสุชาติ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตร สมาชิกพรรคกล้าธรรม (กธ.) ยืนรับฟังการสัมภาษณ์อยู่ข้างหลังด้วย หลังนายสุชาติให้สัมภาษณ์เสร็จ ทั้งคู่เดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปพูดคุยกัน 2 คน“ปิ๊กป้อม” โชว์ฟิตฉลองโลโก้ใหม่ที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาเป็นประธานการประชุมพรรคเป็นครั้งแรก หลังลื่นล้มบริเวณบันไดอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม เพื่อเตรียมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรมีสีหน้าสดใส สวมชุดวอร์มสีเขียว ปักโลโก้พรรค พปชร.ใหม่ ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า “สบายดี” พร้อมทำท่าชกหยอกล้อกับผู้สื่อข่าวโชว์ความแข็งแรงพท.เชิญสำนักงบฯติวเข้มให้ สส.ช่วงบ่ายที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุม สส.พรรค มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อม สส.ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง นำข้าราชการจากสำนักงบประมาณ และกระทรวงต่างๆมาให้ข้อมูล สส.สำหรับประกอบการอภิปราย นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในที่ประชุมพรรคกำชับ สส.ให้เข้าร่วมประชุมสภา พรรคเตรียมผู้อภิปรายไว้ 22 คน เพื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะมีการตั้งวอร์รูมเตรียมการสื่อสารไว้ที่สภากธ.ยันมีเพิ่ม 11 เสียงหนุนงบฯ 69นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวว่า ให้รอดูการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะได้เห็นเสียงที่สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้นจากพรรค กธ. น่าจะมีเพิ่มอีก 11 เสียง บวกของเดิมที่พรรค กธ.มี 25 เสียง เมื่อถามย้ำว่า สส.กลุ่มนี้จะมาโหวตทิศทางเดียวกับรัฐบาลเลยหรือไม่ นางนฤมลตอบว่า “ค่ะ” เมื่อถามย้ำว่านอกจาก 11 เสียง บวก 25 เสียงที่มีอยู่แล้ว มีโอกาสจะได้เห็นเสียงคนที่จะย้ายมาเพิ่มเติมในการลงมติครั้งนี้ด้วยหรือไม่ นางนฤมลตอบว่า “ก็น่าจะมี”“ฐากร” แนะเพิ่มวงเงินกระตุ้น ศก.นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ว่า รัฐบาลตั้งวงเงินงบประมาณไว้จำนวน 3,780,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 27,900 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ถือว่าเพิ่มขึ้นน้อยมาก โดยงบปี 68 รัฐบาลไม่ได้ตั้งงบสำหรับรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ต่างจากปี 2569 ที่ตั้งงบรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังจำนวน 123,541.1 ล้านบาท โดยงบปี 2569 ที่สามารถนำมาพัฒนาประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจได้แท้จริงนั้น เป็นจำนวนเงินน้อยกว่างบประมาณปี 2568 อยู่ 95,641.1 ล้านบาท ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเผชิญกับภาวะชะลอตัว และมีแนวโน้มเข้าสู่วิกฤติจากหลายปัจจัย จึงขอเสนอว่ารัฐบาลควรต้องเพิ่มกรอบวงเงินงบปี 2569 ให้มากขึ้นกว่าที่ตั้งไว้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และสามารถพัฒนาประเทศในด้านต่างๆได้มากกว่านี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่