“นายกฯอิ๊งค์” เปิดทำเนียบหารือ “อันวาร์ อิบราฮิม” เน้นปมเศรษฐกิจ หวังผนึกชาติอาเซียนเจรจาทลายกำแพงภาษีสหรัฐฯ เผย “พิชัย” นัดคุยระดับ รมต.สหรัฐฯ 23 เม.ย. ออกตัวต่อสายตรงถึง “ทรัมป์” ตอนนี้ไม่สะดวก แต่มั่นใจในมุมนักธุรกิจคุยกันได้ ลั่นทีมเจรจาไม่ยอมให้ไทยเสียประโยชน์ รับปากดูแลผู้ประกอบการเต็มที่ “ทักษิณ” ปิดโรงแรมจับเข่าคุย “อันวาร์-มิน อ่องหล่าย” สื่อนอกตามเกาะติดข่าว “ณัฐพงษ์” ส่งแรงใจทีมเจรจาภาษี ย้ำปมประชาธิปไตยในเมียนมามีส่วนสำคัญ แนะทำประชามติร่างเอนเตอร์เทนเมนต์ฯ ไปพร้อมกับเลือกตั้ง ชี้ พท.-ภท.จำใจจูบปากร่วมหอลงโรงกันต่อน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบต้อนรับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย หารือ 3 ประเด็นสำคัญ เน้นรวมพลังชาติอาเซียนเจรจาสหรัฐฯทลายกำแพงภาษี ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ปรึกษาประธานอาเซียน ปิดโรงแรมคุยนายอันวาร์ อิบราฮิม และผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา“อิ๊งค์” เปิดทำเนียบรับ “อันวาร์”เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่บ้านพิษณุโลก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับทีมคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ ต่อมาเวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธารให้การต้อนรับดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หารือทวิภาคีในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ร่วมต้อนรับ ใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที น.ส.แพทองธารแถลงถึงผลการหารือว่า พูดคุยกับนายอันวาร์ 3 เรื่อง คือ 1.ความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานสุไหงโก-ลก 2.ความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ขอความร่วมมือกับทางมาเลเซีย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องอาหารฮาลาล Rubber City มีความเห็นว่าควรเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ช่วยเหลือทางเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน และ 3.ภาษีสหรัฐอเมริกา หารือกันว่าภูมิภาคอาเซียนจะรวมพลังกันอย่างไรได้บ้าง เพราะหากรวมประชากรในอาเซียนถือว่าเยอะและมีความแข็งแรง ดูว่าแต่ละประเทศมีทางออกอย่างไร ซึ่งนายอันวาร์ ประธานอาเซียน อยากได้รับความร่วมมือ เมื่อถามว่ายังให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยการในการพูดคุยสันติสุขเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า “ใช่ค่ะ”“พิชัย” นัดคุย รมต.สหรัฐฯ 23 เม.ย.ผู้สื่อข่าวถามว่าการจับมือกันในชาติอาเซียนต่อสู้มาตรการภาษีสหรัฐฯเป็นลักษณะใด น.ส.แพทองธารตอบว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียด แต่ไทยพร้อมร่วมมือกับอาเซียน เราไม่เน้นความรุนแรง การเจรจาไหนที่วิน-วินได้เราพยายามทำ เมื่อถามว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่าพูดคุยกับคนรอบข้างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปหลายคนแล้ว น.ส.แพทองธารตอบว่า นายทักษิณคุยแบบไม่เป็นทางการหลายคน ถือเป็นประโยชน์ สามารถรวบรวมความคิดเห็นกันได้ก่อน ทางสหรัฐฯก็อยากได้ความคิดเห็นของไทยเช่นกัน แต่การพูดคุยอย่างเป็นทางการ มีชุดนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ไปคุยก่อน สามารถนัดวันได้แล้ว คือวันที่ 23 เม.ย. เป็นการคุยกับระดับรัฐมนตรี แต่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นใคร รอการยืนยันอีกครั้ง เมื่อถามว่าตัวนายกฯมีโอกาสต่อสายตรงถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า หากเป็นในภาวะปกติคงได้ แต่ขณะนี้ทุกประเทศเข้าคิวพูดคุย เราก็ไปตามขั้นตอน แต่หากสามารถพูดคุยแบบไม่เป็นทางการได้ก็คุยเช่นกันลั่นไม่ยอมให้ไทยเสียประโยชน์เมื่อถามว่าสามารถพูดได้หรือไม่ว่าน่าจะมีข่าวดี น.ส.แพทองธารตอบว่า คิดว่าข้อเจรจาต่อรองของเราที่เตรียมไปแข็งแรงพอสมควร มั่นใจว่าจะเป็นเรื่องบวกของทั้ง 2 ประเทศ อยากให้คุยแนวนั้นเพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน น่าจะคุยแล้วเกิดผลดี เมื่อถามว่าจะใช้อะไรเป็นแต้มต่อในการเจรจา น.ส.แพทองธารตอบว่า เป็นเรื่องการค้า แต่ในรายละเอียดให้นายพิชัยเป็นคนแถลง เราต้องดูผลประโยชน์ของประเทศของประชาชนไม่ให้เสียไป อันนี้เป็นเรื่องสำคัญและทราบอยู่แล้วว่าต้องเน้นย้ำเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่าจุดแข็งของเราคืออะไร น.ส.แพทองธารตอบว่า จุดแข็งเรามีสินค้าจำนวนมากที่ส่งไปสหรัฐฯ และสินค้าเรา ราคาดีหลายอย่าง ไม่ใช่แค่สินค้าการเกษตร ทุกรายละเอียด เคยถูกกางมาแล้วตั้งแต่ก่อนมาตรการภาษีจะออกรับปากดูแลผู้ประกอบการเต็มที่ผู้สื่อข่าวถามว่า มีมาตรการเตรียมพร้อมช่วยผู้ประกอบการนำเข้าส่งออกหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า อันนี้เน้นเลยเรื่องช่วยผู้ประกอบการไทย นอกจากติดต่อกับสหรัฐฯแล้ว ยังพูดคุยกับทีมทำงานว่าเราควรสนับสนุนเอกชนไปลงทุนในต่างประเทศด้วย ที่ผ่านมายังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ตอนนี้กำลังทำให้ชัด ขณะนี้ภาคเอกชนที่ไปลงทุนต่างประเทศไปด้วยตัวเอง ถ้าได้ภาครัฐสนับสนุนอาจทำได้ดีกว่าเดิม เคยอยู่ภาคเอกชนมาถ้าได้การสนับสนุนจากภาครัฐคงทำประโยชน์ให้ประเทศอย่างมาก เมื่อถามว่าประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน น.ส.แพทองธารตอบว่า เราต้องมีการปรับตัว เพราะภาษีต่างๆยังไม่ได้ถูกปรับใหม่ ทำให้ตัวเลขที่ออกมายังไม่เป็นมาตรฐานจริงๆ บางอันเราอาจได้เปรียบมากขึ้น บางอันประโยชน์อาจน้อยลง ต้องเกลี่ยทั้งกระดาน ขอให้ผู้ประกอบการทุกท่านมั่นใจว่าในฐานะเป็นนักธุรกิจมาก่อน ทราบว่าไม่มีใครอยากเสียผลประโยชน์ แต่เราพยายามคุยตรงนี้ ให้เราแข็งแรงในการเจรจาต่อรอง ขอให้มั่นใจรัฐบาลดูเรื่องนี้เต็มที่ เมื่อถามว่าการเจรจาจะเจรจาภาษีทั้งระบบ หรือเป็นสินค้าแต่ละชนิด นายกฯตอบว่า ให้นายพิชัยเป็นผู้แถลงมั่นใจ “ทรัมป์” มุมนักธุรกิจคุยกันได้น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า ช่วงหลังไม่ค่อยได้เจอกับนายทักษิณ เพราะไม่ค่อยมีเวลา ช่วงสงกรานต์ที่เชียงใหม่ รีบไปนั่งรถกับท่านแล้วให้ลูกนั่งอีกคัน ท่านก็อัปเดตเรื่องสหรัฐฯว่า ได้คุยกับคนนั้นคนนี้ คุยไปทิศทางว่าจะไปทางนั้นทางนี้อย่างไรบ้าง ตอนตนเด็กๆอายุ 10 ขวบ มีโอกาสพบกับครอบครัวนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมืองไทย ได้ทานข้าวด้วยกัน นายทักษิณทราบแนวทางของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นนักธุรกิจ ท่านก็บอกว่าสามารถคุยกันได้อยู่แล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์ทั้งเขาและเรา เขาแค่ไม่อยากเสียประโยชน์ของเขา เพราะมีประเทศใหญ่ๆอีกมากที่ดีลกับเขาโดยตรง เขาก็พยายามให้ทุกประเทศแฟร์ๆ เราก็ดูแนวทางมาว่าประมาณไหนบ้าง ก็ปรึกษากัน“ทักษิณ” ถก “อันวาร์–มินอ่องหล่าย”ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่โรงแรมโรสวูด กทม. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาประธานอาเซียน พบปะหารือและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงรับรองอาหารค่ำแก่นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ประธานอาเซียน และคณะที่ปรึกษาอาเซียน พร้อมทั้ง พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา โดยนายอันวาร์เดินทางมาถึงเวลา 14.42 น. หลังเสร็จสิ้นพบปะหารือกับ น.ส.แพทองธารที่ทำเนียบฯ ขณะที่ขบวนรถ พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย ไล่หลังตามมา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ไทยและมาเลเซีย โดยกันผู้สื่อข่าวให้คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรม ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีรถของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC) อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ เดินทางออกจากโรงแรมโรสวูดเมื่อเวลา 15.00น.สื่อนอกตามเกาะติดรายงานข่าวขณะที่สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซียรายงานข่าวการเดินทางเยือนไทยของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 17-18 เม.ย. เพื่อหารือทวิภาคีกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯไทย โดยทั้งคู่จะพูดคุยถึงความร่วมมือระหว่างกัน ประเด็นในภูมิภาคและระหว่างประเทศ รวมถึงติดตามผลการประชุมหารือประจำปีระหว่างไทยกับมาเลเซียครั้งที่ 7 เมื่อปีที่แล้ว ที่เมืองปูตราจายาของมาเลเซียขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์อังกฤษรายงานเพิ่มเติมว่า นายอิบราฮิมซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นประธานอาเซียน ยังมีกำหนดหารือร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของไทย และที่ปรึกษาประธานอาเซียน รวมถึงนายอันวาร์ อิบราฮิม ยังเปิดเผยว่า จะเจรจากับ พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาที่ไทย ขอให้รัฐบาลเมียนมาขยายระยะเวลาหยุดยิงในประเทศด้วย“ณัฐพงษ์” ส่งแรงใจทีมเจรจาภาษีที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงบทบาทนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่พยายามดึงชาติอาเซียนมาร่วมเจรจากับสหรัฐฯประเด็นกำแพงภาษีว่า อยากให้กำลังใจรัฐบาลในการเจรจาทุกรอบทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด แต่สิ่งสำคัญการเจรจาขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของนายกฯเป็นหลัก การพบปะระหว่าง น.ส.แพทองธาร และนายอันวาร์ อิบราฮิม ทิศทางใหญ่ๆ คิดว่ามีความเห็นตรงกัน ทั้งตน นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จะรับตำแหน่งด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างอำนาจต่อรอง โดยการร่วมมือกันในภูมิภาค เช่น กลุ่มอาเซียน แต่สิ่งสำคัญคือรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรย้ำปม ปชต.ในพม่ามีส่วนสำคัญเมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลมาถูกทางแล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า หลักๆคือรายละเอียดที่จะพูดคุย ย้ำว่าการพูดคุยเรื่องความเป็นประชาธิปไตย และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของเมียนมา เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน ให้ได้รับการยอมรับในเวทีสากลมากขึ้น ในเวทีระดับนานาชาติ เราไม่อยากให้เลือกข้างใดข้างหนึ่งไม่ว่าจะจีนหรือสหรัฐฯ ดังนั้นถ้าเรายึดหลักความเป็นประชาธิปไตย ยึดหลักสร้างความร่วมมือในอาเซียน จะทำให้เรามีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการเจรจากับสหรัฐฯ ส่วนการพบปะกันของ น.ส.แพทองธารกับ พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย รัฐบาลต้องระมัดระวังท่าที เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าท่าทีของไทยที่ผ่านมา ทั้งการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีน หรือการเจรจากับ พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย ล้วนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยเช่นเดียวกันแนะทำประชามติไปพร้อมเลือกตั้งนายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีวุฒิสภาตั้งคณะทำงานศึกษาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ว่า การศึกษาของ สว.เป็นส่วนหนึ่งที่มาช่วยประกอบ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกับสังคม ให้ตกผลึกกับการลงรายละเอียด และศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ รวมถึงความชัดเจนในมาตรการฟอกเงิน และการป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ มีข้อเสนอของภาคประชาชนเข้ามาคือเรื่องการทำประชามติ คิดว่าไม่ใช่กฎหมายทุกเรื่องต้องทำประชามติก่อนเสนอเข้าสภาฯ แต่อย่างน้อยการทำประชามติจะเป็นเวทีเปิดพื้นที่รณรงค์ทำความเข้าใจ ก่อนนำไปสู่คำถามในการทำประชามติ จังหวะที่เหมาะที่สุดเพื่อเป็นการประหยัดงบฯ เช่น อาจทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็เป็นไปได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่จำเป็นที่กฎหมายต้องผ่านในรัฐบาลชุดนี้ หรือรัฐบาลชุดหน้าพท.–ภท.จำใจจูบปากร่วม รบ.ต่อเมื่อถามว่า มองท่าทีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย กับเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อย่างไร นายณัฐพงษ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนจะเร่งผลักดันอะไร เพราะเห็นได้ชัดว่าพรรคร่วมรัฐบาลอาจไม่เห็นด้วยกับความรีบเร่งผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว เรื่องนี้จึงกลับมาที่จุดยืนเดิมคือการสื่อสารทำความเข้าใจกับสังคมให้เป็นที่ยอมรับมากที่สุดก่อน เมื่อถามย้ำว่ามองว่าพรรค ภท.กับพรรค พท.ยังไปด้วยกันตลอดรอดฝังหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ถ้าดูจากสมการการเมืองจำนวน สส.ขณะนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้ง ภท.และ พท.ยังจำเป็นต้องไปต่อด้วยกัน เว้นแต่อาจมีการตัดสินใจจากพรรค พท. คือนายกฯยุบสภาฯ เราคงแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะอำนาจอยู่ที่ตัวนายกฯคนเดียวหาเสียงเมืองคอนกระแสตอบรับดีนายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ว่า เชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่พรรค ปชน.มีโอกาสมาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. และนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ปชน. สลับกันลงพื้นที่หาเสียงแล้ว มีกระแสตอบรับค่อนข้างดี ขณะเดียวกันพรรคร่วมรัฐบาลที่ลงแข่งขันก็ตัดคะแนนกันเอง มีผู้สมัครแข่งกันเอง 6 คน แต่ในมุมฝ่ายค้านหากประชาชนใน จ.นครศรีธรรมราช มองว่าต้องการอีก 1 เสียงในสภาฯ ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล เชื่อว่าพรรค ปชน.เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เด่นชัดที่สุด มั่นใจว่ายังมีหวังทุกสนามเลือกตั้งสว.น้ำเงินขู่รายวันคว่ำ ก.ม.กาสิโนด้านนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ผู้เสนอ ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร วุฒิสภา กล่าวว่า กมธ.นัดประชุมนัดแรกวันที่ 23 เม.ย. เพื่อเลือกตำแหน่งต่างๆ คงนำผลการศึกษาของฝั่ง สส.มาดูด้วย เพราะไม่คิดว่า ผลศึกษาของ สส.จะรอบด้าน เป็นการศึกษาเพื่อสนับสนุนกฎหมายของตัวเอง สว.จึงต้องศึกษาซ้ำเพื่อให้คำตอบสังคม ไม่ได้ทำงานซ้ำซ้อน หาก สส.จะนำร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรเข้าสภา ต้องรอผลการศึกษาของ สว.ให้ได้ข้อสรุปก่อน หากเร่งพิจารณาโดยไม่รอ ทาง สว.คงไม่เอาด้วยแน่ พรรคร่วมรัฐบาลควรคุยกันให้ได้ข้อสรุปก่อน หากยังเห็นไม่ตรงกันเชื่อว่าไม่ผ่าน นอกจากจะมีการปรับแก้ ถ้าไม่แก้ สว.ไม่ให้ผ่านแน่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่