คนทั่วโลกและคนไทยกำลังแซ่ซ้องสรรเสริญการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเกาหลีใต้ ยกย่องให้เป็นประเทศหนึ่งในเอเชียตะวันออกที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและมั่นคง ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งๆที่จะเปลี่ยนจากเผด็จการมาเป็นประชาธิปไตยแค่ 40 กว่าปี แต่ไทยเปลี่ยนแปลงมาเกือบ 100 ปีแล้ว ยังก้าวหน้าถอยหลังแต่การเมืองไทยก็ใช่ว่าจะถอยหลังไปเสียทุกอย่าง มีบางอย่างที่ก้าวหน้า เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ได้สำรวจความคิดเห็นตัวอย่างคนไทยจากทั่วประเทศ ถามว่าถ้าพบบุคคลใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ประชาชนผู้พบเห็น ควรมีสิทธิร้องศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงหรือไม่มีกลุ่มตัวอย่างถึง 81.37% เห็นว่าประชาชนผู้เห็นการกระทำควรมีสิทธิร้องศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ไม่ต้องผ่านองค์กรอื่นๆให้เสียเวลา เช่น ต้องผ่าน ก.ต.ก. หรืออัยการสูงสุด อีกคำถามหนึ่งถามว่ามีความเห็นอย่างไรต่อการยุบพรรคที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างระบอบประชาธิปไตย 61.30% ตอบว่าห้ามยุบพรรคแสดงว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค แม้จะถูกศาลตัดสินว่าใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างประชาธิปไตย แต่ขอให้เป็นการลงโทษด้วยวิธีอื่นๆ เพราะถือว่าพรรคการเมืองเป็นสถาบันที่สำคัญ เป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่จะรวมกันจัดตั้งพรรคเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประเทศส่วนการเมืองเกาหลีใต้ แม้จะก้าวหน้าด้วยดี ไม่เคยมีรัฐประหารเพื่อนำประเทศกลับสู่ระบอบเผด็จการแม้แต่ครั้งเดียว หลังจากที่ระบอบเผด็จการที่สืบทอดมาจากเผด็จการปักจุงอี จะถูกล้มมากว่า 40 ปี การปกครองเกาหลีใต้เป็นระบอบประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ที่อาจถูกรัฐสภาถอดถอนได้แต่การถอดถอน ยุน ซอกยอล ในรัฐสภาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ประธานาธิบดีออกมาขอโทษประชาชนที่ประกาศกฎอัยการศึก ไม่สามารถถอดถอนได้โดยง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตนายก รัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน อันที่จริง การประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อปกครองประเทศด้วยเผด็จการเต็มใบ ส่วนหนึ่งเป็นระบอบที่ไปจากไทยตัวอย่างที่สำคัญก็คือ ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส แห่งฟิลิปปินส์ แต่ไม่ชอบรัฐธรรมนูญที่บังคับให้อยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 2 สมัย 8 ปี มาร์กอสจึงเลียนแบบยุคเผด็จการไทย ด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยและประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่นานตั้งแต่ปี 2508 ถึง 2529 ด้วยการแปลงร่างจากนักประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม