ธนาคารโลกคาดว่าภายในปี 2571 หรืออีก 4 ปี จากนี้ไป ประเทศมาเลเซียจะขึ้นชั้นจากประเทศรายได้ปานกลาง เป็นประเทศรายได้สูง เป็นประเทศที่ 2 ของกลุ่มอาเซียนต่อจาก “สิงคโปร์” ที่ครองตำแหน่ง ประเทศรายได้สูงมาแล้วหลายปี“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า “ประเทศรายได้สูง” ตามมาตรฐานธนาคารโลกต้องมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรสูงกว่า 1.4 หมื่นดอลลาร์ต่อคนต่อปีหรือสูงกว่า 4.6 แสนบาทต่อคน ต่อปีส่วนรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร ไทยยังอยู่ที่ 7.7 พันดอลลาร์ต่อคนต่อปี หรือ 2.4 แสนบาทต่อคนต่อปีไทยยังตามหลังมาเลเซียครึ่งช่วงตัวกว่าประเทศไทยจะหลุดจากประเทศ รายได้ปานกลางขึ้นเป็นประเทศรายได้สูง คงต้องรอไปอีกนาน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าดูมาเลเซียแล้วต้องเหลียวไปดูเวียดนามจีดีพีไตรมาส 3 เวียดนามกระเด้งผางไปถึง 7.4 เปอร์เซ็นต์กระเด้งแรงที่สุดในรอบ 2 ปี!!คาดว่าสิ้นปีนี้เศรษฐกิจเวียดนาม อาจเติบโตเต่งตึงถึง 8 เปอร์เซ็นต์!!ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตแบบถ่อมเนื้อถ่อมตัวเพียง 2.7 เปอร์เซ็นต์ยังตามหลังเวียดนามห่างประ มาณ 2 ป้ายรถเมล์“แม่ลูกจันทร์” หยิบจีดีพีกลุ่มประเทศอาเซียนมาแบเทียบกันเวียดนาม ร้อนแรงที่สุดทะลุเพดาน 7 เปอร์เซ็นต์ฟิลิปปินส์ ไล่หายใจรดต้นคอ 6.3 เปอร์เซ็นต์มาเลเซีย โขยกตามมา 5.9 เปอร์เซ็นต์และ อินโดนีเซีย ไล่บี้มาที่ 5.5 เปอร์เซ็นต์ส่วนไทยโตแบบสโลว์โมชัน 2.7 เปอร์เซ็นต์หรือถ้าฟลุกปีนี้อาจโตแตะ 3 เปอร์เซ็นต์ทำสถิติโตสูงที่สุดในรอบ 5 ปี“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าถ้าการเมืองไทยไม่ตกหลุมดำมาสิบกว่าปีถ้าสังคมไทยไม่แตกแยกขัดแย้งแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย ฟาดฟันกันชุลมุนวุ่นวายเศรษฐกิจไทยจะก้าวไกลกว่านี้หลายเท่าตัวการใช้นิติสงครามทำลายล้างกันตะพึดตะพือทำให้รัฐบาลต้องติดกับดักศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่ารัฐบาลจะขยับไปตรงไหน ต้องถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบไปร้องศาลรัฐธรรมนูญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน สามารถปลดนายกรัฐมนตรีตกเก้าอี้กลางคันสามารถสั่งล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชนสามารถสั่งยุบพรรคที่มี สส.มากที่สุดในสภา ฯลฯรัฐบาลจึงต้องอยู่ด้วยความ ปอดแหก กลัวศาลรัฐธรรมนูญเล่นงานแทนที่รัฐบาลจะทุ่มเวลาทำงาน แก้ปัญหาประชาชน ก็ต้องสาละวนป้องกันตัวเองไม่ให้โดนศาลรัฐธรรม นูญเช็กบิล“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าสภาพการเมือง ที่ไม่เป็นปกติได้ทำลายความสามารถของประเทศไทยให้ถอยลงๆๆไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ไม่มีพลัง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ไล่ตามเพื่อนบ้านได้ทันจีดีพีปีนี้โตได้ถึง 2.7 เปอร์เซ็นต์ ก็เก่งตายชักแล้วโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม