เห็นแค่ชื่อ “ศิลปะการใช้คนในสามก๊ก” หนังสือเล่มล่า ที่บุญศักดิ์ แสงระวี แปลและเรียบเรียง (สำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2567) ผมเดาใจตัวเอง อ่านสามก๊กมามากเล่ม จะเป็นใครได้...โจโฉนั่นปะไร!แต่เมื่ออ่านหัวข้อ “ฝากเล่าเสี้ยน” ผมก็เปลี่ยนใจเมื่อเล่าปี่ป่วยหนักใกล้ตาย ขงเบ้งคุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าเตียง ขอให้เล่าปี่รักษาตัวให้จงดี ขุนนางทั้งหลายจะพยายามทำการอย่างสุดความสามารถ เพื่อตอบแทนพระคุณเล่าปี่ที่ให้ความไว้วางใจเล่าปี่ให้คนประคองขงเบ้งขึ้น มือหนึ่งเช็ดน้ำตา มือหนึ่งจับแขนขงเบ้ง พลางว่า“ข้าพเจ้าใกล้จะตายแล้ว มีความในใจใคร่แจ้งแก่ท่าน” ขงเบ้งถามว่า “ประสงค์สิ่งใด ขอให้บอก”เล่าปี่ร้องไห้พลางกล่าวว่า “ปัญญาความคิดของท่านนี้ไม่มีเสมอแล้ว ดีกว่าโจผีสักร้อยส่วน ท่านดูเอาแต่การซึ่งจะทะนุบำรุงให้เป็นสุขพอประมาณเถิด ถ้าเห็นลูกเราไม่อยู่ในสัตย์ในธรรม ทำผิดประเพณีไป ไม่ฟังท่านก็ให้ท่านรักษาเมืองเสฉวน ทำนุบำรุงแผ่นดินเองเถิด”ขงเบ้งได้ฟังดังนั้น รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ตกใจจนเหงื่อไหลโซมกาย อ่อนปวกเปียกไปทั้งตัว รีบถอยลงโขกศีรษะกับพื้นดินจนหน้าแตกโลหิตไหล แล้วว่า“ข้าพเจ้าคิดจะทำนุบำรุงลูกท่านไปกว่าจะตาย อย่าได้คิดว่าข้าพเจ้าจะได้เบียดเบียนลูกชายของท่านเลย”เนื้อหาสามก๊กตอนนี้ ผู้รู้บอกเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ ที่ถูกวิเคราะห์ไปในแง่มุมต่างๆซุนเซิ่งวิจารณ์ว่า “หากเล่าปี่คิดว่าผู้ที่ตนฝากฝังนั้นเป็นนักปราชญ์ผู้ซื่อสัตย์แล้วไซร้ ไม่จำเป็นจะต้องเอ่ย เพราะถ้าแม้ฝากฝังผิดคนเท่ากับชี้โพรงให้กระรอก เปิดโอกาสแก่การแย่งชิงอำนาจ”วาจาอันจอมปลอมเช่นนี้ ที่แท้ไม่ควรพูดแต่เหมาจงก่างกลับวิจารณ์ว่า “ที่เล่าปี่ให้ขงเบ้งครองอำนาจเอง ถ้าจะว่าจริงก็จริง จะว่าเท็จก็เท็จ เพราะเล่าปี่รู้ดีว่าขงเบ้งจะไม่ทำที่พูดเช่นนี้ก็เพื่อให้ช่วยส่งเสริมเล่าเสี้ยนยิ่งขึ้น”ทั้งสองผู้วิจารณ์มีเหตุผลพอสมควร แต่เมื่อพิจารณ์ลึกลงไป ล้วนแต่มิได้สัมผัสถึงส่วนลึกแห่งวิญญาณของเล่าปี่ ประโยคที่ว่า ท่านจงทำนุบำรุงแผ่นดินเองเถิด จะเกิดจากความจริงใจหรือไม่?พิจารณาแล้ว ได้คำตอบในเชิงปฏิเสธ การโอนอำนาจให้เช่นนี้ ในสังคมบุพกาลของจีนเคยมี พระเจ้าเหยาโอนอำนาจให้พระเจ้าซุ่น แต่ระยะหลังยังไม่เคยปรากฏกษัตริย์องค์ไหนยินดีจะโอนอำนาจให้กับคนอื่นยุคสามก๊กพระเจ้าเหี้ยนเต้สละราชสมบัติให้โจผี โจฮวนสละให้สุมาเอี๋ยน เป็นเพียงข้ออ้าง โจผีและสุมาเอี๋ยนพยายามให้เข้าใจว่าได้รับอำนาจถูกทำนองคลองธรรม แต่แท้จริงเป็นการชิงอำนาจอย่างโจ่งแจ้งกระหายเลือดในตำนานสามก๊ก เปิดโปงการโอนอำนาจสองครั้งนี้ไว้อย่างแจ่มชัด เล่าปี่เล่า? จะมีข้อยกเว้นหรือไม่?ไม่มี! เล่าปี่ทำสุดความสามารถ เพื่อให้เล่าเสี้ยนได้สืบอำนาจต่อมาโดยตลอดเล่าฮอง ลูกเลี้ยงเล่าปี่ กล้าหาญเชี่ยวชาญการรบ สติปัญญาเหนือเล่าเสี้ยนร้อยเท่า ชั่วชีวิตซื่อสัตย์ภักดี...แต่เล่าปี่มองว่าวันหน้าอาจไม่อ่อนน้อมยอมความเล่าเสี้ยน...จึงหาเหตุประหารเล่าฮองเสียแท้จริงประโยค ท่านจงทำนุบำรุงแผ่นดินเอาเองเถิด เล่าปี่ บอกเพื่อดักคอขงเบ้ง บังคับขงเบ้งปฏิญาณจะภักดีเล่าเสี้ยน...ต่อหน้าขุนทางทั้งปวงสมญา สิงห์เฒ่าผู้เจนจบ เล่าปี่ได้จากฝีมือการปกครองที่พิสดารพันลึก หาผู้ใดในสามก๊กใดเทียบไม่ได้เช่นนี้นี่คือละครบทหนึ่งที่เล่นกันมาในสามก๊กพันแปดร้อยปีที่แล้ว หากสมัยนี้จะมีคนเอามาเล่นกันบ้าง อย่างพี่น้องคู่อาฆาต จะชวนกัน มากินข้าวสักมื้อ ปรับไมตรีกันใหม่ ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพียงแต่ละครฉากนี้เล่นพื้นๆ ไม่ลงลึกกินใจ เหมือนฉากเล่าปี่ออกปากฝากเล่าเสี้ยนเท่านั้น.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม