ครึ่งเล่มแรก มหากาพย์ชนชาติไทย เต้าตามไต เต้าทางไท... ผมเพิ่งเข้าใจวลี เสือตายเสือแทนสายด้ำเสือแรก จากเมืองหมอกขาวมาวหลวง ยุคขุนเสือขานฟ้า...ชนเผ่าไทใหญ่เกรียงไกรไร้เทียมทาน สะท้านพม่า ไทย ไปถึงจีน เมื่อสายด้ำเสือนี้ร่วงโรย...สายด้ำเสือที่สอง ฝ่าฟันผ่านหุบเขาเมืองนาคา...หยุดที่ดอยปาดไก่ ตอนเหนืออินเดีย ลงหลักปักฐานมั่นคงถึง 600 ปี ในชื่อไทอาหมอ่านตอนนี้ ผมสะดุดชื่อนาคาหรือนาคสองครั้ง ครั้งแรก จากชื่ออาณาจักรใหม่ของไทย...ที่รวมจากหลากหลายเผ่าพันธุ์...โยนกนาคพันธ์สิงหนวัตินครไชยบุรีศรีช้างแสนใน 7 อารักษ์เชียงราย มีขุนสร้อยคอดำ ที่ผู้รู้บอกคือผู้นำเผ่านาค ฟังว่าเป็นเผ่าคนที่เก่งทางน้ำรวมอยู่ด้วยมโนว่า คนเผ่านาคหรือนาคา เนื้อตัวหน้าแบบไหน สวยเหมือนทราย เจริญปุระในหนังสมเด็จพระนเรศวรหรือเปล่า?ปมสะดุด สายด้ำเสือไทอาหม...ฝ่าฟันผ่านเมืองนาคา...ปักหลักเหนืออินเดีย ผมหยิบหนังสือ นาคา หิมาลัย...วิถีชีวิต วัฒนธรรมของนักล่าหัวมนุษย์ จากดินแดนอันเร้นลับ...(บุญยงค์ เกศเทศ กากะเยีย สำนักพิมพ์ พ.ศ.2557) มาเปิดอ่านที่จริงเคยอ่านจบไปแล้วหลายครั้ง... เสน่ห์อาจารย์บุญยงค์ อ่านเรื่องไหนก็ติดหนึบตรงนั้นอ่านคราวนี้ อีกแล้ว แค่บทเริ่มต้น...หัวข้อ เข้ากำแพง “วรรณะ” เหตุเกิดในหอพักนักศึกษาเช้าวันนั้น ขณะบุญยงค์เหวี่ยงถังน้ำเทสาดล้างห้องน้ำรดราดอุจจาระที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนนอกโถส้วมให้พอเท้าย่างย่องเข้าไปได้ เช้าขนาดนั้นยังไม่มีคนมาทำงาน เวลาราชการอินเดียเริ่มสิบโมงเช้าเพื่อนนักศึกษา จันทรปาลห้องใกล้ ชาวซิกข์ วรรณะกษัตริย์ เรียนรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต เปิดประตูห้องออกมา บุญยงค์นึกว่าเพื่อนจะช่วย แต่ที่ไหนได้เพื่อนด่า...ว่าผมทำผิดลบล้างเงื่อนไขพันธกิจระบบโครงสร้างสังคมและวัฒนธรรม ของบ้านเมือง“คุณต้องหยุดการกระทำของคุณเดี๋ยวนี้” ยื่นคำขาดแล้ว เพื่อนก็เข้าห้องปิดประตูบังผ่านเรื่องกำแพงวรรณะ เรื่องคอขาดบาดตายของคนอินเดีย มาถึงเรื่องศรัทธาพระผู้เป็นเจ้า เหตุเกิดในห้องอาหาร โรงแรมที่พัก ระหว่างการเดินทางไปเมืองนาคาหลังสั่งอาหารพร้อมเบียร์ พนักงานเสิร์ฟในชุดกางเกงขายาวสีดำขลิบแดง เสื้อขาวแขนยาว ผูกริบบิ้นหูกระต่ายไว้ที่คอ เสื้อนอกสีขาวอีกชั้น สวมหมวกผ้าสีแดงทรงสูง บ่าซ้ายพาดผ้าสีขาว ถือแก้วน้ำเขื่องมีน้ำเต็มเปี่ยม เดินเข้ามาบริการนี่คือบริการฟรี แถมเรียกเพิ่มได้ตลอดเวลาเขากระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะ แล้วถอนสองนิ้วมือที่แช่ในแก้วน้ำ รวมนิ้วหัวแม่มือที่หนีบแก้วด้านนอกออก น้ำในแก้วกระเพื่อมตามแรงเหวี่ยง คราบน้ำมันลอยเป็นแพอยู่ผิวน้ำบุญยงค์เดา คราบน้ำมันคงมาจากผ้าเช็ดมือบนบ่าซ้ายที่ใช้ทำความสะอาดโต๊ะโน้นโต๊ะนี้เรื่อยมา“เหตุไฉน อาบังจึงเอานิ้วจุ่มลงในแก้วน้ำ” ทนสงสัยไม่ไหวหลุดปากถามคำตอบที่มาจากความภาคภูมิและความมั่นอกมั่นใจ “ผมบูชาพระแม่คงคานี่น่ะนาย คนแขกนับถือพระแม่คงคา น้องพระแม่อุมาเทวีมเหสีพระศิวะเจ้า เราต้องบูชาเทวีแห่งน้ำตลอดเวลา ถ้ามีโอกาส”สมัยนั้น สมัยที่คุณบุญยงค์ไปเรียน อินเดียยังไม่มีน้ำขวดขาย... ปันเรื่องศรัทธาเทวีแห่งน้ำ เป็นปมขมขื่นคาใจของนักเรียนไทยทุกคนที่ไปเรียนอ่านมาแค่นี้ ผมก็ยิ้ม และยังจำได้ ผมยิ้มมากกว่าเมื่ออ่านตอนอาจารย์บุญยงค์เจอสาวนาคาตัวจริงในห้องหอที่ประดับด้วยกะโหลกมนุษย์ ที่เผ่านาคาล่ามาเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะอยากยิ้มอยากมีความสุขเหมือนผม ไปหาหนังสืออ่านกันนะครับ...โลกเรามีเสน่ห์เร้นลึกอีกมากให้เราขุดค้น.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม