คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มี นายกฯเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานและมี แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธาน เปิดตัวเทศกาลรับลมหนาว Thailand Winter Festivals สร้างปรากฏการณ์เฟสติวัลทั่วประเทศส่งท้ายปี 2566 ตั้งใจจะให้เป็นเทศกาลรับนักท่องเที่ยวช่วงพักผ่อนปลายปีนี้โดยเฉพาะ เริ่มจากเทศกาลลอยกระทง เทศกาลเคาต์ดาวน์ปีใหม่ งานแสดงออกถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณี ศิลปะ อาหาร ดนตรี กีฬา งานแสงสี เอามารวมไว้ที่เดียวกัน ผลักดันให้ไทยเป็น Hub ของเฟสติวัลโลกงานนี้เป็นเพียง 1 ใน 11 สาขาเป้าหมายยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ ใช้เวลาจัดงานกันยาวๆตั้งแต่ พ.ย. ไปจนถึง ธ.ค. จนถึงต้นปี 2567 เพื่อเป็นการวางรากฐานการเติบโตของอุตสาหกรรม สร้างเครือข่ายการเชื่อมโยงองค์ความรู้ให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับการเป็น Festival Country ในอนาคต ส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยว ที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยว รวมแล้วมีประมาณ 3,000 เทศกาล นอกจากนี้ยังได้ยินเรื่องที่จะนำมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหาร เช่น หมูกระทะ หรืออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ทำให้คำจำกัดความซอฟต์พาวเวอร์ในทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรม หรือการท่องเที่ยว ก็เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยอยู่แล้ว ต่างชาติรู้จักมวยไทย ผัดไทย เรามีโครงการครัวโลก โครงการเผยแพร่ศิลปะมวยไทย รำไทย นวดไทย นำไปแสดงให้ต่างชาติได้ชมจนชินหูชินตาจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ที่คุ้นเคย เป็นซอฟต์พาวเวอร์ขึ้นมาได้ ยกตัวอย่างกรณีที่ มิลลิ ไปกินข้าวเหนียวมะม่วง บนเวทีคอนเสิร์ตในต่างประเทศ หรือ ลิซ่า มากินลูกชิ้นยืนกินที่บุรีรัมย์ กลายเป็นกระแสขึ้นมาวูบเดียว แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิมเพราะคนทั่วไปก็รู้จักข้าวเหนียวมะม่วง รู้จักลูกชิ้นอยู่แล้วซอฟต์พาวเวอร์ เป็นเรื่องของรูปธรรมกับนามธรรม ส่วนจะทำอย่างไรให้ซอฟต์พาวเวอร์เป็นอะไรที่ยั่งยืน หรือสร้างเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นมาคงให้คำจำกัดความได้ยาก ซอฟต์พาวเวอร์อยู่ที่มิลลิ หรืออยู่ที่ข้าวเหนียวมะม่วง ซอฟต์พาวเวอร์อยู่ที่ลิซ่า หรือลูกชิ้น ต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนคำถามคือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ดึงรายได้จากการท่องเที่ยว หรือให้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ ในเมื่อซอฟต์พาวเวอร์ไม่มีความยั่งยืน เป็นรูปธรรมกับนามธรรม จะผลักดันอย่างไรให้ต่อเนื่องและยั่งยืน ไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟางหรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่เราตั้งเป้าหมายรายได้จากนักท่องเที่ยว จีน อินเดีย ไต้หวัน มีฟรีวีซ่า ปรากฏว่า ไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์ท็อป บริษัทด้านการตลาดของจีนเปิดผลสำรวจมุมมองการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยมปีนี้ อันดับ 1 เป็นสิงคโปร์ อันดับ 2 ยุโรป ตามด้วยมาเลเซีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ส่วนไทยอยู่อันดับ 6 ญี่ปุ่นอยู่อันดับ 8 เหตุผลเดียวคือความปลอดภัยที่ไทยถูกมองว่าเป็นดินแดนแห่งสแกมเมอร์ จะเอาตำรวจจีนมาช่วยดึงเรตติ้งอย่างไรก็เอาไม่อยู่ ถ้าเจ้าของประเทศยังสร้างความเชื่อมั่นไม่ได้ แล้วใครจะเชื่อถือ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ "คาบลูกคาบดอก" เพิ่มเติม