เพื่อป้องกันเรื่องที่เรียกว่า เสนียดจัญไร...คนโบราณท่านเขียนตำราสวัสดิมงคลสอนลูกหลานไว้ มีทั้งข้อให้ และข้อห้ามมากมายหลายข้ออนึ่ง ถ้าจะไปรณรงค์สงคราม หรือไปค้าขาย ห้ามลูกเมีย ข้าคนอื่นซึ่งอยู่ภายหลัง อย่าตีหม้อข้าวหม้อแกงบนเรือน อย่าตบตีคนบนเรือนให้เลือดตกทับเรือน ให้อย่าให้ตบมือเล่นเต้นรำ ให้จงได้ให้อาบน้ำก่อนจะไป เมื่อจะนอน ทุกครั้งให้ล้างมือล้างเท้าเสียก่อนถ้าจะตัดผม ตัดเล็บมือ เล็บเท้า ให้ตัดวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เสาร์ ถ้าจะสระผมให้สระวันอังคาร เสาร์ ถ้าจะเรียนวิชาความรู้ให้เรียนวันพฤหัสบดีอนึ่ง ห้ามเอาผ้านุ่งเช็ดหน้า ถือว่าเป็นอัปมงคล ด้วยผ้านุ่งเป็นของต่ำ จะทำให้สง่าราศีเสียเรื่องอัปมงคลนี้ โบราณถือกันมาก จะกินหมากเมื่อหยิบใบพลูจะป้ายปูน ก็จะต้องเด็ดปลายทิ้งเสียก่อน ถือว่าปลายเป็นหาง หรือส่วนตีนของใบพลูหรือเมื่อไปเก็บผักตำลึงมาแกง ก็จะเด็ดตีนทิ้ง คนโบราณท่านถือว่าจะทำให้คาถาเสื่อมส่วนกระบวยกะลานั้น ถือว่าเป็นของต่ำ คนโบราณมักจะใช้ กระบวยตักน้ำกิน หรือมีกระบวยไว้สำหรับตักน้ำล้างเท้า จึงไม่นิยมใช้กระบวยล้างหน้าเพราะเหตุนี้ นักรบสมัยก่อนจะมีขันโลหะ เช่นขันลงหิน หรือขันทองเหลืองเล็กๆติดตัวไปด้วย ของใครก็ของใคร ใช้ตักน้ำกินและล้างหน้าอาจารย์ “พลูหลวง” ผู้เขียนเรื่อง 7 ความเชื่อของไทย (คติสยาม) สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2546) บอกว่า ท่านเคยไปตรวจสมรภูมิที่หนองสาหร่าย และแถบพนมทวน กาญจนบุรีบริเวณนั้นเต็มไปด้วยกระดูกคน ช้างม้า นับเป็นร้อยๆพันๆ เจอขันโลหะขนาดย่อม...จำนวนมากการห้ามฆ่าสัตว์ปีที่เกิด เกิดปีชวดห้ามฆ่าหนู เกิดปีฉลูห้ามฆ่าวัว เกิดปีขาลห้ามฆ่าเสือ ฯลฯ เรื่องนี้เป็นเคล็ดสำคัญที่คนสมัยอยุธยาถือกันมากความเชื่อคนโบราณ คนสมัยใหม่ มักถามหาเหตุผล...จึงค่อยๆเสื่อมคลาย ไม่ค่อยมีใคร “ถือ” แต่คำสอนถึงสิ่งตรงกันข้าม ที่เรียกว่า “มงคล” พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ มีมากถึง 38 ข้อ...นี่เป็นธรรมะสัจจะ พิสูจน์ได้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ “มงคลสูตรคำฉันท์” ไว้ เป็นทั้งกาพย์ฉบัง และอินทรวิเชียรฉันท์ เป็นบทอาขยาน นักเรียน ม.ศ.6 ท่อง ผมขอยกมาสองบท ต่อไปนี้หนึ่งคือบ่คบพาล เพราะจะพาลไปหาผิด หนึ่งคบกะบัณฑิต เพราะจะพาประสบผล หนึ่งกราบและบูชา อภิปูชนีย์ชน ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดีบทนี้ ความหมายง่ายๆ...ไม่คบคนพาล คบคนดี บูชาคนดี...ได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆบทต่อไป บทที่ 4 บำรุงบิดามา-ตุระด้วยหทัยปรีย์ หากลูกและเมียมี ก็ถนอมประหนึ่งตน การงานกระทำไป บ่มิยุ่งและสับสน ข้อนี้แหละมงคล อดิเรกอุดมดีบทนี้ ฟังแล้วก็เข้าใจ พระพุทธเจ้าสอนให้...ดูแลพ่อแม่ลูกเมีย ทะนุถนอมให้เหมือนตัวเองตอนนี้ เราสั่นหัวใจกันด้วยเรื่อง...กำนันชวนนายตำรวจไปฆ่าถึงในบ้าน มีทั้งเรื่องพ่อและบางแม่...สมคบกันฆ่าลูกติดพันเป็นคดีฆาตกรต่อเนื่อง ล้วนแต่เป็นเรื่องอัปมงคลทำร้ายหัวใจคนในบ้านเมืองนี่มันยิ่งกว่า คำว่าเสนียดจัญไรเรื่องเหล่านี้ประเดประดังเกิดตามมา จนดูประหนึ่งว่า บ้านเมืองสมัยนี้ ไม่มีสวัสดิมงคล...เหลืออยู่อีกแล้ว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม