นับจากเหตุแผ่นดินไหวจาก “รอยเลื่อนซ่อนตัว” ขนาด 4.5 ระดับ ความลึก 5 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางพื้นที่ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ควรที่จะต้องหันมาให้ความสนใจศึกษาหาความรู้กับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น“รอยเลื่อนซ่อนตัว” ที่ว่านี้อยู่ใต้ดินไม่เคยมีพลังงาน นอกเหนือจาก 16 รอยเลื่อนที่มีพลังงาน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 100 ปี บริเวณแนวตะวันตกเฉียงเหนือ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้คู่ขนานกับแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ทางตะวันออกของศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวคำถามสำคัญมีว่า “รอยเลื่อนซ่อนตัว” น่ากังวลมากน้อยแค่ไหนอย่างไรกัน รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า โดยปกติเวลาเราพูดกันถึงรอยเลื่อนที่มีพลัง จะเป็นรอยเลื่อนที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนดไว้ 16 รอยเลื่อน และก็จะมีรอยเลื่อนอีกมากที่ตรวจพบแต่อาจไม่เกิดแผ่นดินไหวกรณีแผ่นดินไหวที่พิษณุโลก สิ่งที่เรียกว่าเป็นปัญหาก็คือบริเวณนี้ไม่มีหลักฐานอะไรเลยว่ามีรอยเลื่อนอยู่แถวๆนั้น แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าคำว่าไม่มีหลักฐานจะแปลว่าไม่มี...อาจเกิดจากสภาพทางธรณีวิทยาดูแผนที่ภูมิประเทศจะเห็นว่าตรงนี้เป็นแอ่งขนาดใหญ่...ทางขวาก็เพชรบูรณ์ ทางซ้ายก็กำแพงเพชรพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน ที่ลุ่มภาคเหนือตอนล่าง...มีแม่น้ำหลายสาย หน้าน้ำ...น้ำท่วมก็มีตะกอนมาปิดทับหลักฐานรอยเลื่อนที่มีอยู่ทำให้มองไม่เห็น จริงๆรอยเลื่อนไม่ได้ซ่อน แต่มองไม่เห็นจากกายภาพ“รอยเลื่อนที่เกิดแผ่นดินไหวตรงนี้ไม่เคยเห็น พอเกิดแผ่นดินไหวก็ตกใจ...อ้าวเกิดขึ้นมาจากไหน ทีมงานลงพื้นที่สำรวจไม่นานมานี้เอง ได้ถามชาวบ้านในพื้นที่อายุ 50 ปลายๆ เล่าให้ฟังว่าสมัยเด็กๆเคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้วแถวๆนั้น นี่ก็คือข้อมูลใหม่ที่เพิ่งทราบ ไม่ได้ถูกบันทึกไว้”กลายเป็นว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิด เราก็ต้องศึกษาต่อปัญหารอยเลื่อนนี้ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นกึ่งกลางระหว่างตัวเมืองพิจิตรกับพิษณุโลกพอดี ส่งผลกระทบทั้งสองเมือง สิ่งที่เราไม่รู้เลยตอนนี้ไหวประมาณ 4.5 บ้านร้าวนิดหน่อย แต่ไม่รู้เลยว่ารอยเลื่อนยาว...ใหญ่แค่ไหน ถ้าใหญ่ก็มีโอกาสทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตใหญ่ขึ้นด้วยสมมติว่า 4.5 ทำให้บ้าน โรงพยาบาลร้าว ...ถ้าเกิดเป็น 5 ล่ะในอนาคต (ไม่ได้บอกว่าจะเกิดนะแค่สมมติ) ผลกระทบก็จะยิ่งสูง เพราะอยู่ห่างเมืองแค่ราวๆ 20 กิโลเมตรเท่านั้น ก็จะคล้ายๆกับแผ่นดินไหวที่แม่ลาวในปี 2557 ขนาด 6.3 ห่างเมืองเชียงราย 20 กิโลเมตร ความเสียหายมากมายบ้านพังเป็นพันหลังคาเรือนเราก็กลัวอะไรแบบนี้ ประเด็นสำคัญมีว่า...จริงๆแล้วประเทศไทยมีอีกหลายๆพื้นที่ที่ดูจากภาพดาวเทียมเหมือนจะเรียบๆ แต่เราสันนิษฐานว่ามีรอยเลื่อนอยู่ข้างใต้ทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า...“เวลาเราบอกว่ามีรอยเลื่อน ไม่จำเป็น ว่าทุกรอยเลื่อนทำให้เกิดแผ่นดินไหว เหมือนกรุงเทพฯก็มีรอยเลื่อนแต่ก็ไม่ได้เกิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อนง่ายที่สุดอาจจะนึกถึงกระจกที่มีรอยร้าวถ้าไม่มีแรงอะไรไปดันก็ร้าวค้างอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าได้รับแรงดันอยู่ตลอดเวลาก็ร้าวแตกมากขึ้นๆ” รอยเลื่อนก็เช่นกัน...ถ้ารับแรงดันสะสมเรื่อยๆก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นได้ในอนาคต สิ่งที่ต้องทราบก็คือ ประเทศไทยมีแรงดันมากน้อยแค่ไหน ศัพท์วิชาการเรียกว่าความเค้น ก็คือถูกดันมากน้อยแค่ไหนนั่นเอง“เวลามีรอยเลื่อนเหมือนเอามือสองข้างดันกัน ถ้ามือมีความหนืดเยอะกว่าจะเลื่อนออกจากกันก็ทำได้ยาก แต่ถ้ามือลื่นหรือออกแรงดันเยอะก็จะเลื่อนง่าย...เลื่อนหลุดก็เกิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อนแต่ละรอยก็คือหินกับหินมีแรงเสียดทาน...ต้านทานไว้ ถ้าแรงที่ดันไม่ชนะแรงเสียดทานก็จะดันไปเรื่อยๆ...ไม่เลื่อน”แต่พอถึงจุดนึงชนะแรงเสียดทานก็ขยับ โป๊ะ...เกิดแผ่นดินไหวขึ้นนี่คือสิ่งที่เราไม่รู้ สิ่งที่สำคัญมากก็คือเราต้องศึกษาให้ทราบว่าเมืองใหญ่ๆโดยเฉพาะประเทศไทยพื้นที่ที่เราเห็นว่าเรียบ จริงๆแล้วหลายๆพื้นที่ก็มีรอยเลื่อนอยู่ แต่เรายังไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ารอยเลื่อนเหล่านี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวหรือเปล่าที่ทำได้ก็คือใช้วิธีตรวจวัด วางเครื่องมือวัดแผ่นดินไหวเยอะๆ เก็บข้อมูลถ้าเกิดแผ่นดินไหวตัวเล็กๆขึ้นมาก่อน อาจจะเล็กมากขนาด 1 คนไม่รู้สึก แต่เครื่องมือวัดได้ ถ้าเจอแม้จะขนาดเล็กส่วนตัวคิดว่าไม่ดีแล้วส่วนใหญ่เราทำงานกันอยู่ภาคเหนืออย่างจังหวัดเชียงใหม่ก็มีเกิดขึ้นในบางแนวที่ยังไม่ระบุว่ามีรอยเลื่อนอยู่บริเวณนั้น แต่ว่าเกิดขึ้นตัวเล็กๆ ก็ยังทำการศึกษากันอยู่ การบอกอะไรแบบนี้บางทีก็เป็นดาบสองคม...ประชาชนรู้ก็ตกใจกันไปแล้ว บ้านเรา เราจะตายไหม...ส่งผลกระทบในหลายๆด้าน มุมมองส่วนตัวเอาเป็นว่าแง่มุมความรู้ข้อมูลการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ศึกษาแล้วรู้แล้วว่ามีรอยเลื่อน มีแผ่นดินไหวประกาศออกมาให้รู้ไม่ซุกไว้ใต้พรมก็ทำให้มีเวลาเตรียมตัวรับมือ วางแผนป้องกัน น่าจะดีกว่าเอาแต่บอกว่า...ปลอดภัยๆ พอถึงเวลาเกิดขึ้นจริงถ้าไม่รู้ก่อนจะป้องกันอะไรไม่ได้เลย ความเสียหายจะเกิดมาก“การบอกให้รู้ก็ไม่ใช่ว่าประโคมข่าวทำให้ตกใจ ต้องมีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ”อีกข้อสงสัยบางครั้งข่าวแผ่นดินไหว...บางระลอกเกิดขึ้นใกล้ๆกันหลายๆที่จังหวะเวลาต่างกันไม่มาก มีความเชื่อมโยงกันหรือเปล่า? คำถามนี้ อาจารย์ภาสกร อธิบายว่า ปกติแผ่นดินไหวที่จะกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวตัวต่อไปได้ จะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยมากมักจะอยู่ในแนวรอยเลื่อนเดียวกันด้วยซ้ำสมมติรอยเลื่อนนี้ยาว 20 กิโลเมตร แผ่นดินไหวตัวแรกอาจจะเกิดที่ตำแหน่ง 1 กิโลเมตร แล้วกระตุ้นให้เกิดบริเวณใกล้ๆกันก็เป็นไปได้ แต่ต้องเป็นขนาดที่ค่อนข้างใหญ่...จะเกิดข้ามแบบห่างกันเป็นร้อยกิโลเมตร คงไม่เกี่ยวกัน เป็นความบังเอิญมากกว่าอีกอย่างปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยามีสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวภาคเหนือค่อนข้างมาก พอติดไว้เยอะก็มีความไววัดตัวเล็กตัวน้อยได้หมด คนไม่รู้สึกแต่เครื่องวัดได้ พอดีกับช่วงที่เรากำลังสนใจเรื่องแผ่นดินไหวก็ดูรายงานจะเห็นเกิดขึ้นมากเดี๋ยวโผล่ๆอีกแล้ว ซึ่งความจริงเป็นธรรมชาติแผ่นดินไหวขนาดเล็ก...เกิดบ่อย แผ่นดินไหวขนาด 2 ทั้งโลกเกิดประมาณปีละ 1 ล้านครั้ง ขนาด 6 เกิดปีละไม่ถึง 200 ครั้ง ขนาด 7 อาจจะ 20 ครั้งเท่านั้น จะเห็นว่าแผ่นดินไหวยิ่งเล็กจำนวนเกิดยิ่งมาก ทว่า...การที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กก็ไม่ใช่ว่าดี บางคนก็ให้นึกถึงหม้อกาต้มน้ำแผ่นดินไหวตัวเล็กก็ดันไอน้ำออกมา...ระบายพลัง“ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น แผ่นดินไหวจะต้องจำนวนเยอะมากที่จะปลดปล่อยพลังงานออกมาเท่ากับแผ่นดินไหวตัวใหญ่ สมมติถ้าบอกว่าเกิดแผ่นดินไหวสัก 2 10 ตัว ดีจังเลยจะได้ไม่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 ก็ไม่ใช่... ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ต้องใช้ขนาด 2 เป็นหมื่นๆตัวจึงจะปลดปล่อยพลังงานเท่ากับแผ่นดินไหวขนาด 6”แผ่นดินไหวขนาดเล็ก ส่วนตัวแล้วเป็นลางบอกเหตุที่ไม่ดีว่าบริเวณนี้ น่าจะมีรอยเลื่อน โดยมากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมักจะสัมพันธ์กับแนวรอยเลื่อน ก็มีเหมือนกันที่ไม่สัมพันธ์แต่ก็น้อยถึงตรงนี้คงต้องย้ำว่า...เรื่องรอยเลื่อนที่เรามองไม่เห็น จำเป็นที่จะต้องศึกษาอย่างเป็นระบบแต่ละเมืองมีรอยเลื่อนอยู่ไหม สังเกตว่าที่ตั้งเมืองเกือบทุกที่จะเป็นที่ราบ...มองไม่ค่อยเห็นข้างใต้ผืนดิน แต่ก็มีวิธีสำรวจศึกษาทำให้เห็นรอยเลื่อนได้ ถ้าไม่มีก็จบ...ถ้ามีก็ต้องศึกษาต่อไปอีกว่าเป็นรอยเลื่อนมีพลังไหม“หากมีพลังก็ต้องมีมาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางสังคมให้คนในพื้นที่ตระหนักรู้ เพิ่มโซนเสี่ยง...ดีกว่าบอกว่าปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา การ์ดก็จะตกได้”. อ่านข่าวเพิ่มเติม "สกู๊ปหน้า 1"