การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องถือว่าดุเดือดเข้มข้นมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง นอกจากจะมีการพบปะประชาชน และจัดเวทีปราศรัยตามปกติแล้วยังกลายเป็น “สงครามโพล” มีสำนักโพลมากมายหลายสำนัก ทั้งเก่าและใหม่ เช่น สวนดุสิตโพล นิด้าโพล ซูเปอร์โพล และโพลน้องใหม่อย่างไทยรัฐ มติชน-เดลินิวส์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซูเปอร์โพลเปิดเผยผลการสำรวจครั้งล่าสุดระบุว่าบุคคลที่ต้องการให้เป็นนายก รัฐมนตรี หมายเลข 1 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 22.0 ตามด้วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (21.5) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (18.8) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทย (16.1) เป็นอันดับ 5ตามด้วยอันดับที่ 6 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (11.1) และเมื่อถามว่าผู้นำทางการเมืองที่เชื่อว่าจะแก้วิกฤติ และดูแลผู้สูงอายุ อันดับแรกคือ นายอนุทิน ตามด้วยนายพิธา พล.อ.ประยุทธ์ นายจุรินทร์ และ น.ส.แพทองธารต้องถือว่าเป็นผลโพลที่น่าแปลกใจ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ถึงกับพาดหัวข่าวว่า surprise เนื่องจากผลโพลที่ผ่านๆมา โดยเฉพาะนิด้าโพล ยืนยันมาโดยตลอดว่าผู้มีคะแนนนิยมนำ ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ตามด้วยนายพิธา เพิ่งจะพลิกเปลี่ยนเป็นพิธาแซงอุ๊งอิ๊งเป็นครั้งแรกในไทยรัฐโพล ที่สำรวจระหว่าง 6-20 เมษายนเช่นเดียวกับผลการสำรวจของมติชน-เดลินิวส์ โพลทั้งสองครั้ง ครั้งแรก นายพิธามีคะแนนนำ น.ส.แพธารทอง 29.42% ต่อ 23.23% ส่วนนายอนุทินมาที่ 6 ได้ 2.94% ครั้งที่ 2 นายพิธานำห่างอุ๊งอิ๊งยิ่งขึ้น เป็น 49.17% ต่อ 19.59% นายอนุทินไม่ติด 1 ใน 5 ส่วนคะแนนพรรค พรรคก้าวไกลได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 50.29พรรคเพื่อไทยตามมาเป็นที่ 2 ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้อันดับที่ 10 ดุสิตโพลครั้งล่าสุด ที่สำรวจระหว่าง 10–20 เมษายน ยังยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำ ตามด้วยพรรคก้าวไกล ส่วนพรรคภูมิใจไทยไม่ติด 1 ใน 5 ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เชื่อว่าทุกโพลกระทำด้วยสุจริต และตามหลักวิธีวิจัยเกี่ยวกับการทำโพลซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้น ในการเมืองไทย พ.ร.ป. การเลือกตั้ง ม.72 ห้ามทำโพลโดยมีเจตนาไม่สุจริต มีลักษณะเป็นการชี้นำ หรือมีผลต่อการตัดสินใจลงหรือไม่ลงคะแนน ม.73 (5) ห้ามจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี เพิกถอนสิทธิ 20 ปี.