ผมเพิ่งจะเขียนไปเมื่อวานนี้ทั้งชื่นชมและเชียร์ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อิทธิพล คุณปลื้ม ว่าทำหน้าที่ได้ดีและมีผลงานเยอะ โดยเฉพาะการนำพลัง “ซอฟต์เพาเวอร์” ของประเทศไทย มาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาลเขียนเสร็จส่งต้นฉบับไปเรียงพิมพ์เรียบร้อยก็มาอ่านเจอสารคดีเชิงข่าวและเชิงประชาสัมพันธ์พิมพ์ 4 สี เต็มครึ่งหน้า 13 ไทยรัฐเมื่อวันอังคารที่ 18 เมษายนพาดหัวตัวโตๆว่า กระทรวงวัฒนธรรมจัดยิ่งใหญ่ “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” พร้อมกับพาดหัวตัวเล็กในบรรทัดรองลงมาว่า “เปิดแหล่งเรียนรู้ ชวนร่วมกิจกรรม 21­–25 เมษายน”ผมรีบอ่านเนื้อในของบทความทันที อ่านปุ๊บ รีบเขียนปั๊บเลยครับ เพราะงานจะเริ่มพรุ่งนี้แล้ว ต้องรีบนำมาบอกกล่าว ท่านผู้อ่านจะได้เตรียมตัว ไปเท่ียวงานได้อย่างทันกาล โดยเฉพาะในพิธีเปิดงานที่น่าสนใจมากรวมทั้งรายละเอียดของงานและกิจกรรมที่จะมีขึ้นตามจุดต่างๆของเกาะรัตนโกสินทร์ อ่านแล้ว “โดนใจ” คนสูงวัยเช่นผมเป็นอย่างยิ่ง และเชื่อว่าจะ “โดนใจ” ส.ว.ท่านอื่นๆด้วยอย่างแน่นอนแต่ก็นั่นแหละครับ ส.ว.อย่างพวกเราดูไปเที่ยวไป ถูกใจไป ปลื้มใจไปก็เท่านั้น...เพราะอีกไม่นาน พวกเราก็จะต้องโบกมืออำลาแผ่นดินอันเป็นที่รักยิ่งผืนนี้กันไปหมดแล้วทำอย่างไรเราจะสามารถส่งต่อความปลาบปลื้มใจและความภาคภูมิใจทั้งหมดทั้งมวลให้แก่ลูกๆหลานๆ เหลนๆ ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และดูแลแผ่นดินนี้แทนพวกเราให้รับช่วงต่อไปได้? คือคำถามที่สำคัญที่สุดทางหนึ่งที่น่าจะทำได้ก็คือ ส.ว.ท่านไหนที่มีลูกมีหลานมีเหลนโปรดชักชวนให้คนรุ่นหลังเหล่านั้นไปเที่ยวงานนี้ด้วยกันไปดื่มด่ำกับบรรยากาศด้วยกัน ไปแสวงหาความรู้ที่ถูกต้องพร้อมๆกัน ลูกๆหลานๆของเราจะได้รับรู้รับทราบจากสิ่งที่พวกเขาไปดูไปชม และจากการอธิบายเสริมของปู่ย่าตายายว่า กว่าเราจะเดินทางมาถึงวันนี้ต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมายขนาดไหนผ่านทั้งความทุกข์ความสุขและความทุ่มเทตลอดจนการสูญเสียทั้งเลือดทั้งหยาดเหงื่อ และทั้งน้ำตาในบางช่วงของบรรพชนเรา--มากน้อยอย่างไร? กว่าจะมี “วันนี้” สำหรับประเทศไทยประเทศที่งดงามน่าอยู่น่าอาศัยและเปี่ยมล้นไปด้วยศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าจนเป็นที่โจษขานของชาวโลกในปัจจุบันเมื่ออ่านในรายละเอียดของบทความที่นำลงในไทยรัฐฉบับดังกล่าวแล้ว ผมก็เห็นด้วยว่างานนี้ยิ่งใหญ่จริงๆ เพราะเป็นการร่วมมือของหน่วยที่เกี่ยวข้องกว่า 30 หน่วยในเกาะรัตนโกสินทร์ ในการจัดมีทั้งในส่วนที่จะเป็นความบันเทิงเริงใจ และในส่วนที่จะเป็นความรู้ความคิดในหลายๆศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยและกรุงรัตนโกสินทร์ตลอด 241 ปีที่ผ่านมานอกจากในบริเวณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต่อเนื่องกับ โรงละครแห่งชาติ ทางด้านเหนือของสนามหลวงแล้ว ยังมีงานที่ สวนสันติชัยปราการ, พิพิธบางลำพู, หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน, วัดประยุรวงศาวาส, มิวเซียมสยาม, พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณ์, พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกแห่งทุกที่เปิดให้เข้าชมงานฟรี และยังมีการจัดรถ ขสมก.พร้อมด้วยรถรางนำชมจุดเยี่ยมชมต่างๆแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆอีกด้วยที่ผมคาดไว้ว่าจะยิ่งใหญ่ประทับใจมาก ก็คือพิธีเปิดงานในค่ำวันศุกร์ที่ 21 เมษายน ช่วงเวลา 18.00 น. ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครซึ่งจะมีการประดับไฟสวยงามตระการตาและอลังการที่เข้ากับบรรยากาศของพิพิธภัณฑสถานยามค่ำที่รำลือกันว่าสวยงามยิ่งนักงานจะมีตั้งแต่ 21-25 เมษายน ดังที่พาดหัวแจ้งไว้แล้ว ผมขอเชิญชวนท่านผู้อ่านที่เคารพหาโอกาสไปร่วมงานนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน และหากจะแต่งชุดไทยไปด้วย นอกจากจะได้ความภาคภูมิใจแล้วก็ยังได้ “ภาพ” ใน “พิพิธภัณฑ์” และ “วังหน้า” เป็นฉากยามค่ำคืน สวยงามตระการตาอย่าบอกใครยุคนี้ต้องย้ำเรื่อง “ถ่ายรูป” สวยเอาไว้ก่อนละครับ จะได้ไปถ่ายแล้วนำมาโพสต์อวดกัน...ถือเป็นวัฒนธรรมใหม่ของโลกและของไทยเราด้วย...ไปงานนี้รับรองได้รูปสวยๆแน่นอนครับ--ออเจ้า!.“ซูม”