มีความจริงที่เอามาพูดกันเล่นๆชุดหนึ่ง...ฝนจะตก รถจะติด ขี้จะแตก พระจะสึก ลูกจะออก และสุดท้ายคนจะตาย สิ่งเหล่านี้ห้ามกันไม่ได้ วลีคนจะตาย...มักหลุดหาย เพราะฟังแล้วหัวเราะไม่เต็มปากแต่กระนั้น แต่โบราณนานมา ทั้งฉบับไทยฉบับจีนยังมีเรื่องเล่าแบบว่า ห้ามการตายฉบับไทย “พลูหลวง” เล่าเรื่อง หลวงสุวิชานแพทย์ ไว้ในหนังสือ รหัสวิทยา พลังเร้นลับ (สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง พ.ศ.2543) ว่า ท่านถูกเชิญไปรักษาคนไข้อาการหนัก พอไปถึงคนไข้ตายไปก่อนแต่ครอบครัวผู้ตายยังมีความหวัง ขอให้ใช้พลังจิตช่วยขอชีวิตคืน ท่านนั่งสมาธิส่งจิตเจรจากับเทวดารักษาอายุคนตาย...ให้สัญญา ถ้าฟื้นขึ้นมาจะบวชเป็นพระ ไม่ช้าคนตายก็ลืมตาฟื้นหลวงสุวิชานแพทย์บอกว่า การขอชีวิตนั้นต้องขอเทวดาผู้รักษาชีวิตโดยตรงฉบับจีน อยู่ในหนังสือสามก๊ก กวนลอ ชาวเมืองเปงหงวน ได้ชื่อว่าเก่งทางขอต่ออายุคนตาย วันหนึ่งกวนลอเจอเด็กหนุ่มรูปงาม ชื่อเตียวหงัน มีขนร้ายขึ้นแซมขนคิ้ว จึงบอกว่าอีกสามวันจะตายเตียวหงันตกใจไปบอกพ่อ พ่อกราบกรานกวนลอขอให้ช่วยกวนลอสงสารบอกว่า “จงเอาสุราขวดหนึ่งกับเนื้อก้อนหนึ่งไป ณ ศาลาลำสัน มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มีศิลาใหญ่เป็นแท่นอยู่ใต้ต้นไม้ แม้เห็นคนชราใส่เสื้อขาวคนหนึ่ง ใส่เสื้อแดงคนหนึ่ง นั่งเล่นหมากรุกอยู่บนแท่นศิลาต่อเวลาเที่ยงท่านจงเอาสุรากับเนื้อให้กิน แล้วอ้อนวอนขออายุสืบไป”ครั้นรุ่งเช้าเตียวหงันเอาสุราและเนื้อรีบไปถึงเขาลำสัน เห็นต้นไม้ใหญ่ มีชายชราสองคนนั่งเล่นหมากรุกเพลินอยู่ เวลาเที่ยงก็รินสุราและวางเนื้อไว้ สองชายชราก็ดื่มกินเป็นที่เพลิดเพลินเมื่อเตียวหงันคุกเข่าร้องขอต่ออายุ สองชราตกใจปรึกษากัน เราได้กินของเขาเข้าไปแล้วจะไม่ช่วยก็ไม่ควรชายชราเสื้อแดง เป็นเทวดารักษาบัญชีคนเกิด คนชราเสื้อขาวเป็นเทวดารักษาบัญชีคนตาย เขียนตัวเลข 9 เติมในบัญชีอายุเตียวหงันแล้วกลายร่างเป็นนกบินหายไป เป็นอันว่าเตียวหงันต่ออายุได้จนถึง 99 ปีเรื่องที่สามฉบับจีน สามก๊กเหมือนกัน เกิดกับขงเบ้งผู้ได้ชื่อว่าเทพยดาผู้หยั่งรู้ดินฟ้าระหว่างการรบติดกับคู่ศึกสุมาอี้...ขงเบ้งดูดาวประจำตัวเห็นว่าเศร้าหมองก็ตกใจมาก บอกกับเกียงอุยว่า “เห็นทีจะต้องตายในวันพรุ่งนี้...” เกียงอุยแนะให้แต่งการบูชาเทพยดาสะเดาะเคราะห์ขงเบ้งสั่งจัดทหาร 49 คนให้ห่มเสื้อขาว ใส่หมวกขาว ถือธงขาว ล้อมวงอยู่ แล้วกำชับอย่าให้ผู้ใดเข้าออกรู้เห็นเป็นอันขาด เราจะนั่งทำการอยู่ในม่าน แต่เวลากลางคืนให้ครบเจ็ดวันแม้เห็นโคมสำหรับตัวเราสุกใสสว่างอยู่ เราจะมีอายุยืนต่อไปได้อีกสองปี (อ๊ะ! เหมือนๆใครบางคนนะคุณ?)ถ้าเพลิงในโคมนั้นดับ เราจะถึงแก่ความตายเป็นมั่นคงครั้นเวลาค่ำ ขงเบ้งจึงจุดโคมไว้นอกม่าน 49 ใบ ในม่านนั้นจุดโคมล้อมตัวไว้อีกเจ็ดใบ และโคมใหญ่เสี่ยงทายนั้นจุดไว้ตรงกลาง ตั้งข้าวตอกดอกไม้ จุดธูปเทียนขึ้นคำนับบูชาตามตำรา...แล้วนั่งอ่านมนต์ไปจนรุ่งรุ่งขึ้นก็ออกว่าราชการ อาเจียนเป็นโลหิตหลายครั้ง ครั้นเวลาค่ำ ก็เข้าทำการตามตำรา แลทำการได้ถึงหกคืนฝ่ายสุมาอี้เห็นฝ่ายขงเบ้งเงียบผิดปกติ จึงส่งทหารออกมาตะโกนท้ารบ อุยเอี้ยนทหารเอกไม่รู้ว่าขงเบ้งทำการอยู่ข้างใน วิ่งทะลวงเข้าไปหมายจะบอกให้สั่งตนออกไปสู้ สะดุดโคมเสี่ยงทายอายุขงเบ้งดับขงเบ้งร้อง “ความตายนั้นเป็นโบราณกรรม” มอบตำรับตำราและสั่งเสียเกียงอุย เขียนจดหมายถึงพระเจ้าเล่าเสี้ยน มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีให้เข้าไว้ในท้องพระคลังขอต้นหม่อนเลี้ยงไหมกับนาห้าสิบไร่ไว้เลี้ยงบุตรภรรยาขงเบ้งสิ้นใจในเดือนสิบ แรมแปดค่ำ อายุ 54 ปี ขณะนั้นเย็นเยียบไปทั้งค่าย พยับลมมัวไปทั่วอากาศเรื่องขงเบ้ง ยืนยันสัจธรรม ความตาย ที่บางครั้งใช้สำนวน “หมดอายุ” ห้ามไม่ได้จริงๆ.กิเลน ประลองเชิง