ทรงอย่าง “บิ๊กป้อม” แซดอย่าง “บิ๊กตู่” ขนาด “วัยรุ่นฟันปลอม” กล้าถือไมค์ร้องเพลงฮิตของ “วัยรุ่นฟันน้ำนม” จับอารมณ์ “บิ๊กบราเธอร์” อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชักจะติดลมกับเกมการตลาดยุทธศาสตร์สร้างภาพ จัดอีเวนต์ชิงกระแสเป็นข่าวรายวันและนั่นก็ได้ผล ทำให้ภาพของ “บิ๊กป้อม” มีความเป็นธรรมชาติ เล่นได้สมบทสมบาท “นักเลือกตั้งอาชีพ” กลมกลืนกับบรรยากาศการเมืองห้วงเลือกตั้งทำได้ทุกอย่าง ทั้งร้อง ทั้งรำ ทั้งเต้น เป็นลุงใจดีเข้าถึงได้ง่ายเทียบกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ประธานใหญ่พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ยังวางมาด “นาย” ชี้นิ้วสั่ง “ไอ้เณร” ยึดติดกับบท “ทหารอาชีพ”อาการแบบที่รีบตวาดกลับชาวสวนจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ขอให้แก้ปัญหาราคาผลไม้ แลกกับการเลือกเป็นนายกฯต่ออีกสมัย บอกกันชัดๆเลยว่า ไม่จำเป็น ไม่สน ไม่แคร์สไตล์ท่านผู้นำทหารเฒ่า ไม่ชอบให้ใครมาต่อรอง“ลุงตู่” ทรงอย่างแบด “ลุงป้อม” ทรงอย่างบอย เกมการตลาดในสนามเลือกตั้งแพ้กันขาดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็เป็นเรื่องที่วัดผลลัพธ์สุดท้ายไม่ได้ เพราะในเกมการเลือกตั้งแบบไทยๆมีหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบ การชิงพื้นที่สื่อไม่ใช่เครื่องการันตีกระแสดีแต่ไม่มีคะแนน ก็มีเห็นมานักต่อนักโดยเฉพาะสภาพต้นทุนหน้าตักชัวร์ๆของ “บิ๊กบราเธอร์” ยังห่างกันหลายช่วงตัว เมื่อเทียบกับ “บิ๊กตู่” ที่มีพ่อยก แม่ยก แฟนพันธุ์แท้ชนิดรักแบบหัวปักหัวปํา“บิ๊กป้อม” ต้องทำการบ้านอีกเยอะ ในการช่วงชิงคะแนนดิบในสนามเลือกตั้งอย่าเพิ่งหลงเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงอวย เสียงเชียร์ของคนรอบข้าง ที่เห็นแค่ภาพข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวันแล้วฮึกเหิม มโนตัวเลขยี่ห้อพลังประชารัฐกันไปไกลเกินร้อยที่นั่งหลอกตัวเอง เดี๋ยวจะพากันพังทั้งค่ายสถานการณ์ทีมแห่ “พี่ใหญ่” ยังเสี่ยงพลิกตายหมู่ได้ หากหลงตัวเองเกินไปอย่างไรก็ดี ว่ากันตามหมากเกมที่ “บิ๊กบราเธอร์” เดินได้เป็นจังหวะ โดยอาศัยความเป็นคนทำงานเร็ว ตัดสินใจว่องไว ใจบันดาลแรง ไม่กระย่องกระแย่ง แถมเร่งแซงคู่แข่งตามข่าวที่มีการเรียกประชุมทีมยุทธศาสตร์พลังประชารัฐ แจกงาน มอบธงให้แกนนำพรรครับผิดชอบตามเนื้อผ้าหัวหน้ากลุ่มก๊วน “นักเลือกตั้งอาชีพ” แบ่งโซนคุม ปักหลักรักษาฐานที่มั่นใครที่มั่นมันการันตีแต้มชัวร์ๆในเขตเลือกตั้ง จากมวยเก๋าอย่าง “สันติ พร้อมพัฒน์-วิรัช รัตนเศรษฐ-วราเทพ รัตนากร-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม-ธรรมนัส พรหมเผ่า ฯลฯ”และสำคัญเลย มีการเน้นตอบโจทย์เชิงบริหารเศรษฐกิจ โดยการมอบธงให้ “มือบริหารอาชีพ” อย่างนายอุตตม สาวนายน อดีตขุนคลัง ดูภาพรวม ร่วมกับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน แท็กทีมกับนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง เป็นหัวขบวนในการผลิตนโยบายหาเสียงเลือกตั้งย้ำหมุดความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์สารพัดยี่ห้อ “ประชารัฐ” โชว์ความเหนือภายหลังดึงทีมสี่กุมารของ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” กลับมาเสริมทีม หาเสียงได้เต็มปากเต็มคำว่า พรรคพลังประชารัฐมีทีมเศรษฐกิจที่แกร่งสุด สามารถเดินหน้าบริหารต่อได้ทันทีครบเครื่อง เชิงการเมือง เหลี่ยมบริหาร ทีมแห่ “พี่ใหญ่” ทรงดีกว่าทีมหาม “น้องเล็ก” ค่าย “พลังประชารัฐ” ดีดขึ้นมาเป็น “เต็งสาม” ตรงสเปกสุดสำหรับฝ่ายคุมเกมอำนาจความมั่นคงโอกาสสานฝัน “บิ๊กบราเธอร์” อยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่นั่นมันก็มาพร้อมกับแรงกระแทกหนักๆ การพุ่งชนักปัก “จุดตาย” ของ “พี่ใหญ่” ที่มีจุดบอดเรื่องภาพพจน์เก่าๆ ยั่วแรงเสียดทาน ท้าทายกระแสสังคมโดยเฉพาะการปฏิเสธจากฝ่ายอนุรักษนิยม เมื่อเทียบกับ “บิ๊กตู่”“บิ๊กป้อม” แทบปิดประตูเป็นนายกฯของสลิ่ม กปปส. ในสูตรอำนาจรัฐบาลเดิมหรือแม้แต่การพลิกขั้วอำนาจใหม่ ตามสัญญาณที่จับทางได้ เริ่มมียุทธการราดน้ำมัน ขู่จุดไฟ อาการแบบที่ “แดงแหกค่าย”อย่าง “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.วางก้ามขู่คำรามฟ่อ พร้อมปลุกม็อบอาละวาดดักคอขวางลำสูตรรัฐบาลฮั้วข้ามขั้ว พลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยอารมณ์เดียวกับการโหมกระแสในสื่อโซเชียลฯ ของทีมไอโอ และสื่อสายเชียร์ “บิ๊กตู่” ที่พยายามกระพือภาพนัวเนียๆ การผสมพันธุ์ระหว่าง “พี่ใหญ่” กับ “นายห้างดูไบ”ดักฝัน “พี่ใหญ่” ไม่ให้ปาดหน้า “น้องเล็ก” ทุกวิถีทาง.ทีมข่าวการเมือง