กว่าจะเข้าที่เข้าทางได้ต้องใช้เวลา...“กัญชา” สมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ และธุรกิจกำลังมีข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางหลังจากมีการปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.65 เป็นต้นมาเผอิญที่ว่า “กัญชา” นั้นมีเส้นคาบเกี่ยวระหว่าง “คุณ” กับ “โทษ” ในตัวของมันเอง ดังนั้น เมื่อประกาศอย่างนี้แล้ว ก็ต้องมีมาตรการควบคุมดูแลอย่างมีประสิทธิภาพพรรคภูมิใจไทยถือใบจองเป็นเจ้าของนโยบาย “กัญชาเสรี” มาตั้งแต่เริ่มต้น ยิ่งหัวหน้าพรรคคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขด้วยมันก็เลยสอดรับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จึงแสดงความเป็น “เจ้าของ” อย่างออกหน้าออกตา ซึ่งก็ไม่มีใครไปว่าหรืออิจฉาตาร้อนแต่อย่างใดเพียงแต่ดูกันว่ามันจะออกมาอย่างไรเท่านั้นว่าไปแล้วต้องถือว่าประสบผลสำเร็จระดับหนึ่งที่นำนโยบายไปปฏิบัติอย่างได้ผลคือสามารถดำเนินการจนบรรลุผลเอาจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเมืองของพรรคนี้เป็นฐานปฏิบัติการตั้งแต่เริ่มต้นจนเป็นเมืองกัญชาเสรีก็ว่าได้มีการจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องจนผู้คนแห่กันไปร่วมจำนวนมาก ล่าสุดก็แจกจ่ายกันคนละต้นสองต้นเพื่อนำไปปลูกที่บ้านพูดง่ายๆว่ามีแต่ความสนุกสนานรื่นเริง และคาดหวังว่าจะสามารถนำไปสร้างธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุนสูงแต่รายได้งามเหมือนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 อย่างใดอย่างนั้นแต่ลืมไปว่ากัญชานั้นมีทั้งผลดีและผลเสียในตัวของมันเองหากนำไปใช้นั้น การเสพซึ่งบางคนอาจจะไม่มีปัญหาในทางสันทนาการแต่คนอีกส่วนหนึ่งนั้น เมื่อเสพเข้าไปจะเกิดปัญหาก็อย่างว่าแหละ...เมื่อพุ่งเป้าไปที่ประโยชน์จึงไม่ได้คิดถึงโทษที่จะเกิดขึ้นตามมา เมื่อประกาศปลดล็อกไปแล้ว แต่ไม่มีกฎหมายในการควบคุมและดูแลเพิ่งจะมีการเสนอสภาให้ออกกฎหมายและตั้งคณะกรรมการบริหารและจัดการ จะพูดว่าออกกฎหมายไล่ตามปัญหาก็ว่าได้นี่คือปัญหาที่สังคมท้วงติงและห่วงใยจนเกิดแรงเสียดทานในลักษณะต่างๆ จนกลายเป็นความไม่พอใจของพรรคภูมิใจไทยที่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของจนออกนอกหน้าจริงอยู่พรรคภูมิใจไทยให้เหตุผลว่า สนับสนุนให้ใช้เพื่อสุขภาพไม่ใช่ให้เสพเพื่อสันทนาการ ดังนั้นอย่ามาชักใบให้เรือเสียทั้งๆที่เป็นความหวังดีต่อประชาชน จึงต้องการให้รัฐซึ่งต้องรับผิดชอบเรื่องนี้หามาตรการเพื่อป้องกันและควบคุมเป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องน้อมรับคำแนะนำเหล่านี้แล้วหาทางแก้ไขป้องกันเพื่อให้นโยบายนี้บรรลุเป้าหมายดีกว่ามาทะเลาะหรือระแวงสงสัยจนเป็นปัญหาขัดแย้งเพราะเรื่องนี้จะเข้าที่เข้าทางได้ต้องใช้เวลาและความอดทน โดยเฉพาะความเข้าใจของประชาชนต่อผลดีและโทษของกัญชาเดี๋ยวสุดท้ายจะกลายเป็น “บ้องกัญชา” ว่างั้นเถอะ...“สายล่อฟ้า”