ชาววัดเก่ารุ่นผม มีสองปมคาใจ ปมแรก คดีพระบิดา ไม่โกนหัวห่มเหลือง แต่ศิษย์นับถือศรัทธายิ่งกว่าพระ กล้ากินฉี่เป็นยา หมักปลาร้ามีหนอนขึ้นนัยว่าเอาไว้ขายปมที่สอง เรื่องหลวงปู่แสง ที่ปลุกกระแสพระอรหันต์ ที่ทำท่าจะเงียบหายให้โด่งดัง หลังสมัยหลวงตามหาบัว ตอนนี้ผมเพิ่งดูจากยูทูบ ทำท่าจะมีพระอรหันต์เพิ่มอีกหลายองค์ พระวัดป่าสายหลวงตา พระอรหันต์ ดูจะหาง่ายแต่พระฝรั่ง ศิษย์วัดป่าสายหลวงปู่ชา...พระอาจารย์พรหม ตอนนี้เป็นสมภารวัดพุทธอยู่ในเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย วัดด้วยปริมาณผู้ฟังธรรม ผู้อ่านข้อเขียน...ถือว่าดังระดับโลกเรื่องพระอรหันต์ ในทัศนะท่าน ดูยังจะห่างไกลมากใน “ชวนม่วนชื่น” เล่มแรก พระอาจารย์พรหม บรรยายเรื่อง “เมื่ออาตมาบรรลุธรรม” สะดุดใจโครมพรรษาที่ 4 พระพรหมกำลังเร่งความเพียรในวัดป่ากันดารภาคอีสาน กลางดึกคืนนั้น ระหว่างการเดินจงกรมที่ยาวนาน จิตของท่านก็แจ่มใสเป็นพิเศษ ความรู้ลึกซึ้งไหลรินเข้ามาเป็นระลอกๆ ราวกับน้ำตกที่ไหลลงจากยอดเขาพระพรหมเริ่มเข้าใจสิ่งลึกลับมากมาย ซึ่งไม่เคยเข้าถึงมาก่อน“อาตมารู้สึกอัศจรรย์ใจเกินพรรณนา สิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นแล้ว นี่แหละความหลุดพ้น”ความสุขที่พลุ่งโพล่งเข้ามา ปีติที่มากพร้อม ตามด้วยความสงบวิเวก พระพรหมดื่มด่ำกับการภาวนา ตื่นก่อนเสียงระฆังเรียกเข้าศาลาตอนตีสามอีสานสมัยนั้น อาหารเช้ามื้อเดียวบางวัน ข้าวเหนียวหนึ่งปั้น ปะหน้าด้วยกบตัวกลางๆ ไม่มีผัก ไม่มีผลไม้ อาหารของพระป่า ปกติก่อนหน้านั้น แกงผัดเผ็ดปลาร้าปลาเล็กที่ถูกจับได้ในหน้าฝน หมักไว้ในไหดิน เพื่อจะเก็บกินได้ตลอดปีครั้งหนึ่งพระพรหมทำความสะอาดครัว เจอหนอนปลาร้ายั้วเยี้ย ก็อุ้มไหปลาร้าไปทิ้ง แต่ผู้ใหญ่บ้านมาเห็นเข้าก็ทัก “มีแต่หนอนเต็มไห” พระพรหมว่า “นั่นแหละ ยิ่งอร่อยยิ่งดี” แล้วก็เอาไหจากมือพระพรหมไปอ่านถึงตอนนี้ ผมก็เริ่มคุ้นๆ เพิ่งอ่านจากข่าวบุกเข้าค้นสถานปฏิบัติธรรมของพระบิดา...ขนบปลาร้าอีสาน เป็นเช่นนี้ คอยตามผลคดี ที่ศาลจะตัดสินก็แล้วกันเช้าวันบรรลุธรรม เหมือนมีงานฉลอง แกงสองหม้อ หม้อหนึ่ง แกงเผ็ดปลาร้าเหม็นๆ อีกหม้อแกงหมู พระพรหมคิดว่า จะฉันอาหารดีๆ เพื่อฉลองการบรรลุธรรมสักมื้อเจ้าอาวาสตักแกงหมูสามทัพพีใหญ่ พระพรหมนินทาในใจ แต่มือที่รอแกงหมูค้าง เพราะเจ้าอาวาสยกหม้อแกงหมูที่ดูน่ากิน เทรวมลงหม้อแกงปลาร้าที่น่าเบื่อ “กินอะไรก็เหมือนๆกัน”ระหว่างที่มือท่านคนแกง พระพรหมโกรธ ถ้าเหมือนกันจริง ทำไมท่านจึงตักแกงหมูไปก่อน พระพรหมหลุดคำราม “คนจอมปลอม”วินาทีนั้นพระพรหมคิดได้ ผู้บรรลุธรรมย่อมไม่เลือกอาหาร นั่นนี่ ย่อมไม่โกรธ แล้วสรุปตัวเองใหม่ ยังไม่บรรลุธรรมถึงขั้นไหนอะไรสักหน่อยเลยไฟโกรธมอดลงความเศร้าสลดตามมา เมฆหมอกหนาทึบของความท้อแท้ ความสิ้นหวัง ประดังประเดเข้าสู่จิตใจ พระพรหมตักแกงที่คนแล้วใส่จาน ท่านไม่สนใจแล้วว่าจะกินอะไร กินอะไรก็เหมือนกันเรื่องเมื่ออาตมาบรรลุธรรม จบแค่นี้ล่ะครับ ผมจำได้ว่า ท่านเขียนไว้อีกเรื่อง เรื่องเงิน 500 ที่โยมขอให้ท่านเขียนชื่อสิ่งที่ท่านอยากได้...สุดท้ายเมื่อพบว่า ความอยากได้นั่นนี่ ทำให้ใจไม่สงบทั้งคืน จึงคืนเงินที่เขาถวายผมศรัทธาพระอาจารย์พรหมครับ ผมรู้ว่าท่านไม่รับเงิน ไม่แจกพระเครื่องเหมือนอรหันต์บางวัด และไม่ได้แยกแยะท่านเป็นพระป่าสายไหน.กิเลน ประลองเชิง