ในหน้างานรู้ดีมีโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ระบาดจริง นับเป็นข้อมูลของผู้ที่มีเครือข่ายอยู่ในวงการปศุสัตว์ สะท้อนมุมคิดที่ย้อนแย้งกับคำอธิบายของรัฐโดย นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ขยายผลภาพกว้างให้เห็นว่า ตอนนี้มีความพยายามเบี่ยงประเด็นขอตั้งสมมติฐานว่าหากประกาศพบ ASF ในประเทศไทยก่อนหน้านี้คงกลับถูกไล่ออกจากงานการประกาศพบ ASF เร็วเกินไป กรมปศุสัตว์กลัวโดนเช็กบิลเพราะไปขัดแย้งกับผลประโยชน์ เลยหุบปาก พูดอะไรไม่ได้ ทั้งที่ตอนนั้นรู้กันในทีว่า ASF ระบาดในประเทศจีน-เวียดนาม-เมียนมา รมว.เกษตร และสหกรณ์ในขณะนั้นเสนอให้ ครม.ประกาศแผนรับมือ ASF เป็นวาระแห่งชาติ 9 เม.ย.62นับตั้งแต่นั้นมารัฐบาลไม่เคยพูดถึงอีกเลยแต่ข่าวนี้ปรากฏตามแพลตฟอร์มต่างๆของสื่อมวลชนเป็นระยะๆ อาทิ ทิ้งหมูกว่า 500 ตัว ที่ฝั่งท่าขี้เหล็ก หมูตายยกคอก จ.เชียงรายสถานการณ์ในปี 62 สอบถามเพื่อนๆในวงการสัตวแพทย์ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าน่าจะเป็น ASF แต่ไม่มีใครยืนยันได้ เพราะเรารู้จักโรคระบาดหลายโรคที่มีอาการคล้ายกันไม่มีโรคไหนทำให้หมูตายได้รวดเร็วขนาดนี้ พอเห็นโดมิโนแต่จีน-เวียดนาม-เมียนมา ไทยอย่างไรก็ไม่รอดเพราะความโหดของ ASF คือ แพร่เร็ว ติดต่อผ่านพาหะได้ ทั้งนก หนู แมลงสาบ และแนวตะเข็บชายแดนไทยมีการขนส่งสัตว์ข้ามไปมา หรือรถยนต์ที่ขนของข้ามไปมาเข้าปี 63 พบหมูตายที่ จ.พิษณุโลก ลักษณะใกล้เคียง ASF มันมีวิธีจัดการโรคแบบไทย คือ ปิดข่าว ถ้าจัดการได้ก็เงียบ เข้าใจว่าถ้ากรมปศุสัตว์ประกาศเร็วเกินไปก็เป็นเรื่องใหญ่ คงมีเหตุผลที่ประกาศช้าหรือประกาศเร็วกรณีนี้มีการพิสูจน์และทำลายอย่างรวดเร็ว เช่น หมูป่วยวันที่ 1 วันที่ 2 เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าวันที่ 3 ทำลาย ทั้งที่เจาะเลือดตรวจใช้เวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงมีแล็บยืนยันตามกฎหมายเฉพาะที่กรมปศุสัตว์ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ ไม่จำเป็นต้องเป็น ASF ก็มีอำนาจทำลายหมูและจ่ายชดเชยให้เกษตรกร 75% ตั้งแต่ปี 62-64 กรมปศุสัตว์ทำลายหมู โดยผลแล็บไม่เคยยืนยันเป็น ASFเพราะโรคอื่นไม่เคยทำลายหมูมากมายเยี่ยงนี้ ผมติดใจตรงนี้มาก จึงยื่นหนังสือ 12 ม.ค.65 ถึงกรมปศุสัตว์ เพื่อขอข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 62 ถึงปัจจุบันขณะเดียวกัน ยังมีมติ ครม.อนุมัติงบประมาณทั้งปี 63 และปี 64 โดยใช้คำว่า “ใช้ในการป้องกันโรค” จ่ายชดเชยระดับกว่า 500 ล้านบ้าง 1,900 ล้านบ้าง แถมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูอีก“บนผิวน้ำเหมือนไม่มีอะไร แต่ใต้ผิวน้ำวงการปศุสัตว์ปั่นป่วนมาก ตั้งข้อสังเกตมีหมูตายเป็นล้านตัว มีร่องรอยเบิกงบประมาณไปใช้เมื่อไม่ประกาศ ASF คนเลี้ยงหมูก็ดิ้นรนหนีตาย เชื่อว่าเจ้าของฟาร์มก็ไม่อยากให้ประกาศ ASF เพราะหมูในฟาร์มจะถูกทำลายไปด้วยฟาร์มเล็กก็เร่งระบายหมูออก ชำแหละขายในราคาถูก สุดท้ายแพร่ไปทั่วประเทศ ฟาร์มใหญ่ระดับมีหมูเป็นหมื่นตัวก็ลังเลว่าจะให้ประกาศดีไหม ก็ทำลักษณะเดียวกัน ระบายหมูออกเยอะๆและฝังทำลายหมูต้นปี 64 หมูหายจากฟาร์มเล็กไม่กระทบราคาในตลาด เพราะปริมาณหมูน้อย พอชนกับภาคตะวันตก ภาคตะวันออก 4 จังหวัดเมืองหลวงการเลี้ยงหมู คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม ราชบุรี ทำให้ปริมาณหมูหายไปครึ่งหนึ่ง เคสแรกเจอ ASF ที่นครปฐม 11 ม.ค.65 ทั้งที่นครปฐม เป็นช่วงท้ายของการระบาดแล้ว หลังจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยส่งหนังสือถึงกรมปศุสัตว์เดือน ธ.ค.64 แต่กรมปศุสัตว์ไม่ได้รับหนังสือ”ตามไทม์ไลน์ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ไทม์ไลน์ของแล็บ คล้ายกดดันกรมปศุสัตว์ออกมายอมรับ เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์หากไม่ยอมรับต่อไปย่อมเกิดระเบิดขึ้นแน่ทุกคนที่มีผลแล็บจะออกมาแฉหมดเปลือกอย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่าแล็บที่ยืนยัน ASF มีเฉพาะที่กรมปศุสัตว์ ถึงอย่างไรก็ยืนยันว่าไม่มี และแล็บในภาคีที่กรมปศุสัตว์รับรองร่วมตรวจตามมหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อนๆที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รายงานผลไม่ได้ เพราะไม่สามารถรายงานตรงจากแล็บของมหาวิทยาลัย ต้องเอาผลนี้รายงานให้กรมปศุสัตว์เป็นฝ่ายประกาศกลายเป็นคอขวดที่มีการคอร์รัปชันสูงมาก นายปดิพัทธ์ ยังได้บอกถึงการแพร่ระบาด ASF ผ่านอุปกรณ์รถขนส่งหมู คนที่เข้าไปในฟาร์มหมู คนจับหมู โรงเชือด การส่งหมู ที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งต้องผ่านด่านกักสัตว์ ซึ่งต้องตรวจว่าสัตว์เป็นโรคอะไรจุดนี้มีคำบอกเล่ามากมายว่า ใครๆก็รู้มาจากฟาร์มติดเชื้อ แต่ด่านกักสัตว์บางแห่งมีพฤติกรรมออกผลตรวจปลอม จ่ายใต้โต๊ะเยอะมาก คล้ายประเทศมาเฟีย ทำงานใต้ดินหมดฉะนั้น ผมจึงติดใจในรอบ 3 ปีทุกคนดิ้นรน ไม่ว่าคนที่เอาเปรียบ คนที่เสียหาย คนได้ประโยชน์ มีคอร์รัปชันด่านตรวจสัตว์ กรมปศุสัตว์ไม่ยอมยืนยันผล ASFราวกับว่าไม่มีการจัดการโดยรัฐบาลขณะนี้พรรคมีคณะทำงานรวบรวมข้อมูล เร็วสุดก็เสนอญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหา ASF และแนวทาง แก้ไข เชื่อถึงการทำงานของ กมธ.คงเจอหลักฐานต่างๆมากขึ้น ต้อง ดูหลักฐาน ข้อมูลทั้งหมด ก่อนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตอนนี้เรื่องราวยังไม่ถูกเรียบเรียงด้วยข้อมูลที่หนักแน่นในแต่ละจุด แต่ความเดือดร้อนของประชาชนเห็นกองอยู่ตรงหน้า สามารถอภิปรายทั่วไปโดยไม่ต้องลงมติได้ทีมข่าวการเมือง ถามว่า เตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างไร เพื่อชี้ให้เห็นถึงการบริหารประเทศบกพร่อง สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เกษตรกรสูญเสียหมูที่ป่วยตายจากโรคเชื้อ ASF ยังสะสมอยู่ในพื้นที่ ไม่สามารถเลี้ยงหมูต่อไปได้ ในที่สุดสูญเสียอาชีพการเลี้ยงหมู และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง เกษตรกรเพาะปลูก ที่เป็นวัตถุดิบใช้เป็นอาหารสัตว์ ในที่สุดสะเทือนถึงความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทยนายปดิพัทธ์ บอกว่า หากเป็นประเทศอื่น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยลาออกจากตำแหน่งไปนานแล้ว แต่ประเทศไทยต้องจับให้มั่นคั้นให้ตาย หาหลักฐานเอาผิดทางกกฎหมาย ทั้งผลแล็บของกรมปศุสัตว์ย้อนหลังไปถึงปี 62 มติ ครม.เกี่ยวกับเรื่องนี้สะท้อนการตัดสินใจผิดพลาดของรัฐบาลหรือไม่ รวมถึงการจ่ายค่าชดเชยการกักตุนสินค้ามีการโก่งกำไรจนไร้การควบคุมหรือไม่ ผลกระทบที่เป็นห่วงโซ่จากการหมกเม็ด ASF และยังไม่มีการจัดการราคาอาหาร กลไกเหล่านี้ชี้ให้เห็นจุดบกพร่องเต็มไปหมดของรัฐบาลในที่สุดอาจสูญเสียความมั่นคงทางอาหารตลอดปี 65ยังไม่นับรวมข้อครหาคอร์รัปชันในกรมปศุสัตว์อีกมันมีทั้งในอดีตที่ต้องเช็กบิล เยียวยา หาคนรับผิดชอบข้อมูลที่นำมาเปิดเผย ประกอบด้วยความเดือดร้อนของประชาชน จะได้ตาสว่างเห็นโครงสร้างประเทศที่บิดเบี้ยว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ปฏิรูปประเทศล้มเหลว ล้าหลัง การบริหารราชการแผ่นดินแบบนี้ พอมีโรคระบาดประเทศลงหลุมเลยฉะนั้น ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูประบบราชการ ให้การบริหารราชการรวดเร็ว กระชับ ใช้งบฯน้อย แล้วนำงบฯไปลงทุนพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะช่วงเกิดโรคระบาดประชาชนก็ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็ว ถ้าเปลี่ยนเร็วไม่ได้ก็ต้องรอการเลือกตั้ง กว่าจะเลือกตั้งประเทศไทยก็อ่วมเท่าที่สัมผัสประชาชนรอคอยการเปลี่ยนแปลง อยากเลือกตั้งมากรอบนี้ประชาชนสู้ตาย บนกระแสนิยมของรัฐบาลตกต่ำหากเกิดแลนด์สไลด์ ฝ่ายค้านมีโอกาสได้เกิน 376 เสียง.ทีมการเมือง