คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคลัง เปิดเผยถึง “ของขวัญปีใหม่ 2565” หรือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2565 ของรัฐบาล ที่เพิ่งผ่าน ครม.เมื่อวันอังคารว่า มีมาตรการเพิ่มกำลังซื้อประชาชน 2 มาตรการ และ มาตรการลดภาระผู้ประกอบการและประชาชน 3 มาตรการ แม้จะทำให้รายได้ของรัฐหายไปกว่า 13,000 ล้านบาท แต่ช่วยเพิ่มจีดีพีได้กว่า 0.12% เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้าไปสำรวจ มาตรการเพิ่มกำลังซื้อ กันเสียก่อนนะครับมาตรการแรก “ช้อปดีมีคืนปี 2565” เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม–15 กุมภาพันธ์ 2565 กำหนดให้บุคคลธรรมดาที่เสียภาษีเงินได้ นำค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในประเทศไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคนละ 30,000 บาท ยกเว้น ค่าเหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำมัน ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พักโรงแรม ฯลฯ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร มาตรการนี้จะมีผลต่อการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 6,200 ล้านบาท แต่คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 42,000 ล้านบาท ส่งผลต่อการขยายตัวของจีดีพีได้ 0.12% และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เสียดายที่ไปเริ่ม 1 มกราคม น่าจะเริ่มทันทีมาตรการนี้ คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมค้าปลีกไทย คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 1.5–2.0 ล้านคน มีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจกว่า 4–5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้จีดีพีเติบโตร้อยละ 0.15 แสดงว่าภาคเอกชนมองมาตรการนี้บวกกว่าภาครัฐมาตรการที่สอง “ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย” โดย ลดค่าธรรมเนียมการโอนบ้านและคอนโดมิเนียมจากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และ ลดค่าธรรมเนียมการจำนอง จากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 (เฉพาะการโอนและ จดจำนองในคราวเดียวกัน) สำหรับที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจนถึง 31 ธันวาคม 2565ส่วน มาตรการลดภาระผู้ประกอบการและประชาชน มี 3 มาตรการมาตรการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั่วไปคือ มาตรการสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดย ขยายเวลามาตรการทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียม เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ออกไปอีก 5 ปี ไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 มาตรการนี้จะได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ รวมทั้ง ผ่อนปรนการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของเจ้าหนี้ สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้สถาบันการเงิน และไม่ใช่สถาบันการเงิน รวมทั้งลูกหนี้อื่นที่ได้เจรจาร่วมกับสถาบันการเงินมาตรการนี้เป็นการ ต่ออายุลูกหนี้ไม่ให้เป็นหนี้เสียไปอีก 5 ปี เพื่อให้มีโอกาสฟื้นตัวเป็นลูกหนี้ที่ดีต่อไป สถาบันการเงินก็ไม่ต้องบันทึกเป็นหนี้เสีย และนำหนี้เสียออกจำหน่ายให้บริษัททวงหนี้ สุดท้ายลูกหนี้เหล่านี้ก็เดือดร้อนจากการทวงหนี้อยู่ดีอีกมาตรการหนึ่งที่ถือเป็น ของขวัญปีใหม่จริงๆ โดย กระทรวงการคลัง ให้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจในสังกัด จัดโครงการ ลดภาระดอกเบี้ย และ สร้างวินัยการเงินแก่ประชาชน เช่น โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การคืนเงินลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระดี ยกเว้นค่าธรรมเนียมนิติกรรมสัญญา ค่าประเมินหลักประกัน ส่วนลดค่าบริการ ค่างวดการค้ำประกันสินเชื่อ เป็นต้น คิดเป็นเงินคืนรางวัล 1,335 ล้านบาท และ เงินลดอัตราดอกเบี้ยรวม 4,700 ล้านบาทใครเป็นลูกค้าแบงก์รัฐทั้ง ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ ธนาคาร SME D Bank ลองไปสอบถามมาตรการนี้ได้ที่บูธแบงก์ใน งานมหกรรมการเงิน Money Expo 2021 ฮอลล์ 9–12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี งานมีจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม.“ลม เปลี่ยนทิศ”