น.อ.สวัสดิ์ จันทนี เขียนถึง ชีวิตในคุกไว้หลายเรื่อง ใน “นิทานชาวไร่” (หนึ่งในหนังสือร้อยเล่ม ที่คนไทยควรอ่าน) เล่ม 2 (สยามปริทัศน์ พิมพ์ครั้งที่ 2) เรื่องที่ผมต้องหัวเราะออกมาด้วยความประทับใจ เป็นเรื่องที่หลวงวิฆเนศฯ เล่าให้ฟังอีกที ตอนแกติดคุกคลองเปรม ข้อหากบฏเก๊กเหม็ง ปี 2455ใหญ่อันดับที่สามในคุก สารวัตรใหญ่ พันตำรวจโท พระศรีมหิทธิศักดิ์ เป็นคนเด็ดขาด ดูภายนอกน่าเกรงขามที่สุดวันหนึ่ง สิบตำรวจเอกจี๊ด แก่จนตาเป็นน้ำข้าว เฝ้าประตูคุกหญิง ถูกสั่งให้เข้าไปตรวจภายในระเบียบคุกหญิงผู้ชายห้ามเข้าเด็ดขาด แต่เมื่อจำเป็นต้องมีผู้คุมหญิงประกบตาม...ออกมารายงาน เจอสิ่งสัปดนรูปร่างเหมือนงูตะขบใต้ที่นอนนักโทษหญิง โทษตลอดชีวิตคนหนึ่ง“เมียข้าก็มีที่บ้าน” พระศรีบอก “ข้าเองก็ยังเที่ยวทุกคืน” แล้วก็สั่งให้หมู่จี๊ดเอาหลักฐานสำคัญไปทิ้งกระโถนคนในคุกก็เริ่มจะรับรู้ ที่แท้ท่านสารวัตรใหญ่คุก ใจดีนี่หว่า!เรื่องเล่าที่สอง ก่อนเวลาจะนำนักโทษไปประหาร พระศรีฯจะสั่งให้เอาตัวมาตัดผม แล้วก็เป็นเพื่อนคุย น.อ.สวัสดิ์ จันทนี เคยถูกส่งไปเรียนวิชาเรือดำน้ำที่ญี่ปุ่น จำได้ว่าตอนไปหาช่างตัดผม ถูกสอนให้พูด“อาดามะ คัดเต๊ะ คูตาไซ” แปลเป็นไทย “โปรดตัดหัวฉันที” เรื่องก็เข้าเค้ากับเรื่องที่พระศรีฯสั่งตัดผมให้นักโทษประหารพอดีวันหนึ่งพระยาพัศดีกลาง ใหญ่หมายเลข 1 ในคุก เจอบ่อน้ำขุ่นเต็มที พระศรีฯอาสาสั่งนักโทษช่วยกันขุดบ่อให้ลึก ไม่ทันใจ ตัวท่านเองกระโดดลงไปช่วยขุดด้วยทุกสายตาในคุก ตั้งแต่พระยาพัศดีกลาง ผู้คุมทั่วไปถึงนักโทษ ดูจะรักและนับถือท่านมาถึงเรื่องเล่าสุดท้าย...วันนั้นพระศรีฯ เดินไปเจอนักโทษหลายคนแอบสูบกัญชา...พอเห็นท่านก็ลนลาน รีบเอาบ้องไปซ่อนโทษฐานสูบกัญชาในคุกหนัก ขณะนักโทษกลัวตัวสั่น ก็ได้ยินเสียง “สูบเถอะๆ” ตอนแรกนักโทษไม่เชื่อ แต่ดูหน้าท่านพูดจริง ก็ใจดีสู้เสือ หยิบบ้องกัญชามาสูบต่อ พระศรีฯก็ยังยืนดูอยู่สูบกัญชาหมดบ้อง นักโทษกำลังเปรมปรีดิ์ พระศรีฯก็ถาม “แกจะเอาบ้องกัญชาไปซ่อนที่ไหน”“ใต้แคร่ครับ” นักโทษบอก“ถ้าผู้คุมมาตรวจเจอเข้าเล่า” พระศรีฯพูดต่อ “แกจะว่าอย่างไร มิต้องติดห้องมืดสามเดือนสี่เดือนล่ะหรือ?”พวกนักโทษทำท่าลังเล ไม่รู้จะทำยังไง พระศรีฯให้ทุกคนลงมติ ถึงเวลานั้นทุกเสียงเห็นตรงกัน ให้ผ่าบ้องกัญชาทิ้งเล่าขานกันในคุกคลองเปรม นี่เป็นเกมปราบนักโทษสูบกัญชา ที่ได้ผลเต็มที่ โดยไม่มีใครเดือดร้อนนับแต่นั้นมา ชื่อเรียกพระศรีมหิทธิศักดิ์ ก็เปลี่ยนไป เป็นพระศรีอาริย์พระศรีฯหมายเลข 3 ในคุกคลองยุคนั้นแหล่ะครับ เป็นคนเดียวกับที่พระยาพัศดีกลาง ซึ่งใช้งานหลวงวิฆเนศฯ ซึ่งเป็นหมอฝีมือดีมาก ไว้วางใจและรักใคร่ ถึงขั้นออกปากบอก “ถ้าอยากไปดูหนัง ก็ไปบอกพระศรีฯ”เรื่องของผู้ควบคุมดูแลคุก ไม่ว่าในสมัยกบฏเก๊กเหม็ง รัชกาลที่ 6 หรือสมัยไหนๆ ก็ดูจะไม่ต่างกัน...อย่างตอนนี้มีข่าว นักโทษนักการเมืองชั้นดี ถูกลดโทษหลายๆปี บางคนติดสิบยี่สิบปี แต่แค่สองปีสามปี ก็หลุดออกมาแล้ว มีเสียงค่อนแคะกระแหนะกระแหนออกมา แต่คนที่ดูแลคุกก็เงียบพัศดีหรือผู้คุม หัวใจพระศรีอาริย์มีถมไป ไม่ได้มีแต่พระศรีอาริย์ สมัยคุมกบฏเก๊กเหม็งเท่านั้น.กิเลน ประลองเชิง