ผมแปลกใจที่เห็น คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ กระเหี้ยนกระหือจะ “เปิดกรุงเทพฯรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่ต้องกักตัวให้ได้ในวันที่ 15 ตุลาคม” ทั้งที่กรุงเทพฯยังไม่พร้อม ตอนแรกจะเปิดวันที่ 1 ตุลาคม แต่ได้รับเสียงค้านอย่างหนัก การฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯยังไปไม่ถึงไหน เลยเปลี่ยนเป้าเป็นวันที่ 15 ตุลาคม ทั้งที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่เห็นด้วย ยืนยันกับสื่อว่า ไม่เคยพูดว่าจะเปิด ต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ อยากเปิดก็อยาก แต่ต้องระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วย เพื่อความสบายใจของประชาชน ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่า 70% ก่อน แล้วค่อยมาคุยกันผมเห็นด้วยกับ ผู้ว่าฯ กทม. หวังว่าผู้ว่าฯจะรักษาคำพูด ถ้าเปิดแล้วเกิดการระบาดระลอกที่ 5 อย่างที่หลายหมอเตือนไว้ ทีนี้ละพัง แบบไม่ฟื้นกันเลยวันก่อน ซีเอ็นเอ็น ก็ออกข่าวเตือน ประเทศไทย ซึ่งยังอยู่ใน Red List บัญชีแดงหลายประเทศ ห้ามคนเดินทางมาโดยไม่จำเป็น ซีเอ็นเอ็นได้เปรียบเทียบการฉีดวัคซีนของไทยกับประเทศที่เปิดในช่วงนี้ 3 ประเทศคือ เดนมาร์ก สิงคโปร์ ชิลี โดยอ้างอิงข้อมูล Our World Data วันที่ 13 กันยายน ระบุว่า เดนมาร์ก มีการฉีดวัคซีนครบโดส (2 เข็ม) กว่า 74% สิงคโปร์ กว่า 81% ชิลี กว่า 87% ของประชากร แต่ไทยยังฉีดวัคซีนครบโดสไม่ถึง 50% จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในกรุงเทพฯและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆโดยไม่กักตัว เช่น หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ ตั้งแต่เดือนหน้า เพื่อฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวนายเมานุส ฮิวนิเก รัฐมนตรีสาธารณสุขเดนมาร์ก เปิดเผยว่า เดนมาร์กเปิดประเทศตั้งแต่ 10 กันยายน เพราะโควิด–19 ไม่ใช่ความเจ็บป่วยที่เป็นภัยคุกคามประชาชนเดนมาร์กอีกต่อไป ปัจจุบัน (17 ก.ย.) เดนมาร์กฉีดวัคซีนครบโดสไปแล้ว 76% ของประชากร มีอัตราการแพร่เชื้อ (RO) อยู่ที่ 0.7 หมายความว่า การระบาดอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่อง หากมากกว่า 1.0 แสดงว่าเคสกำลังเพิ่มขึ้น จึงได้ยกเลิกมาตรการสกัดทั้งหมด ชาวเดนมาร์กสามารถใช้บริการไนต์คลับ ร้านอาหาร บริการขนส่งสาธารณะโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยแต่ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังต้องมีพาสปอร์ตวัคซีน มีผลตรวจ PCR ก่อนเดินทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง และต้องถูกกักตัว 10 วัน ก่อนจะออกไปท่องเที่ยวได้แต่ประเทศไทย ณ 18 ก.ย. เพิ่งฉีดวัคซีนไปกว่า 44.48 ล้านโดส คิดเป็น 42.28% ของประชากร เป็นเข็ม 1 กว่า 28.89 ล้านโดส เข็ม 2 กว่า 14.97 ล้านโดส นับจริงเขานับ 2 เข็ม 18 ก.ย. ไทยเพิ่งฉีดวัคซีนครบโดสไปเพียง 14.97 ล้านคน คิดเป็น 21.38% ของประชากร 70 ล้านคน ต้องฉีดอีก 40 กว่าล้านคน 80 กว่าล้านโดสจึงจะครบ 100% จะฉีดทันไหม ยังไม่นับ ประชากรแฝงอีก 10 กว่าล้านคน โดยเฉพาะ ใน กทม. และปริมณฑล ไม่รู้กี่ล้านคนตัวเลขการฉีดวัคซีนใน กทม.จึงไม่ใช่ตัวเลขที่แท้จริงของประชากรทั้งหมดพล.ต.อ.อัศวิน แถลงว่า ตามไทม์ไลน์ปกติ กทม.จะฉีดวัคซีน 2 เข็มได้ 70% ในวันที่ 22 ต.ค. หากกระทรวงสาธารณสุขจัดวัคซีนมาให้ตามเป้าคือ 70% การฉีดวัคซีนก็จะเร็วขึ้นจาก 22 ต.ค. เป็น 10 ต.ค. แต่เราคุยกันภายในอยากให้ครบ 100% ทุกคน 100% ที่ผู้ว่าฯกทม. พูดถึงคือประชากรในทะเบียนบ้าน ไม่ได้นับ “ประชากรแฝง” ที่มาอยู่และทำงานยิ่งน่าตกใจเมื่อดู จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุด 10 อันดับแรก วันที่ 19 ก.ย. กรุงเทพฯยังครองอันดับ 1 มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 2,880 คน แบบตัวเลขกลมๆ และติดเชื้อเพิ่มขนาดนี้แทบทุกวัน ถ้าฉีดวัคซีนกว่า 90% ยังติดเชื้อสูงขนาดนี้ ต้องบอกว่าอาการน่าเป็นห่วงมากๆมีแพทย์ใหญ่บางท่านเสนอ เลื่อนเปิดประเทศออกไปหนึ่งเดือน เป็น พฤศจิกายน ผมเห็นด้วยครับ วันนี้ไทยยังติดเชื้อเพิ่มวันละกว่า 13,000 คนทุกวัน สวนทางกับการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น รีบเปิดก็มีแต่ความเสี่ยง ใจเย็นๆ ดู เดนมาร์ก เป็นตัวอย่างไปก่อน เขาฉีดวัคซีนเกือบ 80% ยังตรวจเข้มกักตัวนักท่องเที่ยว แต่ไทยฉีดวัคซีนไม่ถึง 50% จะเปิดรับแบบไม่กักตัวจึงเสี่ยงเกินไป เปิดไทยเที่ยวไทยในประเทศ ไปก่อนดีกว่าครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”