ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นตำแหน่งแรกที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติการแต่งตั้งเพื่อทดแทนปลัดกระทรวง ผู้เกษียณอายุในปีนี้ว่าไปแล้วการแต่งตั้ง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนขึ้นเป็นปลัด กระทรวงมหาดไทยก็เป็นไปตามหลักอาวุโสเพราะ อธิบดีสุทธิพงษ์ เป็นนักบริหารระดับสูงที่สมัยก่อนเรียกว่าซี 10 มาก่อนใครๆในมหาดไทยที่ยังไม่เกษียณ กล่าวคือขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด รองปลัดกระทรวง และ อธิบดี มาตั้งแต่ปี 2553 โดยเริ่มในตำแหน่ง ผวจ.นครนายกอย่างไรก็ตาม เมื่อยืนยันข้อมูลนี้แล้วก็ต้องบอกข้อเท็จจริงให้หมดว่าการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในอดีตนั้นออกจะเป็นขั้นตอนที่รวดเร็วด้วยความโชคดีของเจ้าตัวจริงๆเส้นทางตรงนี้ต้องลำดับย้อนหลังกันตอนที่เมื่อจบจากโรงเรียนนายอำเภอรุ่นที่ 48 รุ่นเดียวกับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นยังรับราชการเป็นข้าราชการฝ่ายปกครองอยู่ในกระทรวงมหาดไทยปลัดสุทธิพงษ์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภออาวุโส อำเภอกระทุ่มแบน สมุทรสาคร (เจ้าพนักงานปกครอง 8ว) เมื่อตอนต้นปี 2548 เพื่อรอคิวขึ้นเป็นนายอำเภอซึ่งสมัยนั้นต้องรอกันในราว 3-5 ปี แต่ปลายปีเดียวกันนั่นเองได้ย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 8 ครองตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย สมัย พลอากาศเอกคงศักดิ์ วันทนา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลทักษิณชุดสุดท้ายก่อนถูกยึดอำนาจโดยคมช. 19 กันยายน 2549ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เป็นตำแหน่งราชการประจำจึงไม่มีอะไรกระทบกระเทือน เมื่อรัฐมนตรีเก่าพ้นไปก็สามารถทำงานให้รัฐมนตรีใหม่ได้ต่อไป แถมในปีต่อมาได้ขยับเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ชช ด้วย สมัยนายอารีย์ วงศ์อารยะ เป็น มท.1พอถึงปี 2551 ขณะนั้น รตอ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่มี นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี หน.สุทธิพงษ์ ก็ได้ตำแหน่งใหม่เป็นรอง ผวจ.สมุทรสงคราม แล้วย้ายไปเป็นรอง ผวจ.นครนายก อีกปี ส่วนการขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกในปี 2553 เป็นยุคที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยโดยมี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธานคณะทำงานของรัฐมนตรีมีอำนาจเบ็ดเสร็จนี่คือเส้นทางของนักเรียนนายอำเภอคนแรกที่จบมาแล้วไม่ต้องเป็นนายอำเภอ ไม่ต้องเป็นปลัดจังหวัด แต่ได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภายใน 4-5 ปีเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนแต่ต้องไม่ลืมว่าคนเป็นข้าราชการนั้นแต่งตั้งตัวเองไม่ได้ ถ้าจะเกิดความเสียหายต่อระบบขึ้นมาก็ต้องโทษนักการเมืองผู้แต่งตั้งเป็นสำคัญ.“ซี.12”c12thongchai@gmail.com