การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงปีที่ผ่านมาและระลอกล่าสุดในช่วงเดือนเมษายนนี้ ทำให้ “ประเทศไทย”...โดยเฉพาะระบบสาธารณสุขไทยกลับมาเผชิญกับความยากลำบากอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายด้านการควบคุมโรคและการรับมือกับจำนวนผู้ป่วยจำนวนมากประเด็นสำคัญมีว่า...ความต้องการความช่วยเหลือที่ยังสามารถพัฒนาให้มีศักยภาพสูงขึ้นได้อีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อนำมาแจกจ่ายใช้เองภายในประเทศนับรวมไปถึงการคิดค้นนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ที่ไม่เพียงเพื่อเร่งแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขในปัจจุบันเท่านั้น หากแต่ยังเพื่อ “ป้องกัน”... “เตรียมตัว” ให้พร้อมกับ “วิกฤติสุขภาพ” ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์และอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มองว่า ที่ผ่านมาเราถือเป็นประเทศที่นำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์สูงสุดในอาเซียนถึง 87% โดยเป็นการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ คิดเป็นมูลค่า...ก็นับ “แสนล้านบาท” ต่อปีที่รั่วไหลไปยังต่างประเทศนอกจากนี้ อุปกรณ์นำเข้าส่วนใหญ่ยังเป็นแบบใช้แล้วทิ้งถึง 80% ไม่เพียงเท่านี้...ข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พ.ศ.2562 ยิ่งตอกย้ำ ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ทำให้ไทยต้องนำเข้าเพิ่มขึ้นอีก 6.5%แน่นอนว่าเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหา “ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์” ดังเช่นครั้งนี้ เนื่องจากเราไม่สามารถ “ผลิตเทคโนโลยี” เหล่านี้ได้เองในปริมาณที่เพียงพอ ต้องอาศัยการ “นำเข้า” และ “เรียนรู้” เทคโนโลยีจากต่างชาติเป็นหลัก ในทางกลับกัน...หากประเทศไทยเองสามารถผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ปัญหาก็จะทุเลาลง ซึ่งประเทศไทยเองก็สามารถทำได้เช่นกัน จะดีกว่าหรือไม่?“หากคิดที่จะเริ่มตั้งแต่วันนี้กับการมี...ทีมแพทย์นวัตกร ที่ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม มีโรงพยาบาลที่พร้อมเป็นศูนย์วิจัย และทดสอบประสิทธิภาพเครื่องมือแพทย์ มีพื้นที่ให้การตรวจรักษาโรคผู้สูงอายุแบบครบวงจร”จึงเกิดเป็นแนวคิดในการสร้าง “โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร” (KMCH : King Mongkut Chaokhun Thahan Hospital) ศ.ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า โรงพยาบาลที่ไม่ใช่แค่ศูนย์การแพทย์เท่านั้น แต่เพื่อนำไปสู่ “โรงพยาบาลวิจัย” ในอนาคต ซึ่งจะมีส่วนช่วยพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับศาสตร์แขนงอื่น สู่นวัตกรรมที่ใช้ได้จริง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนนวัตกรรมทางการแพทย์ประสิทธิภาพสูง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ได้อย่างเท่าเทียมของคนไทย รวมถึงสนับสนุนรัฐบาลลดการนำเข้าเทคโนโลยีมูลค่าสูงยกระดับวงการแพทย์ไทยให้สามารถพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งเป็นที่พึ่งให้กับคนไทยได้อย่างยั่งยืน ที่ผ่านมา สจล. ได้ฉายภาพแนวความคิดนี้ให้เกิดขึ้น ผ่านความร่วมมือจากนักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และอื่นๆภายใต้โครงการ “KMITL 60 FIGHT COVID-19”เพื่อรับมือปัญหาการขาดแคลนนวัตกรรมทางการแพทย์ช่วงโควิด-19 พร้อมทั้งส่งมอบให้กับหน่วยงานรัฐและโรงพยาบาลภายในประเทศไทยและต่างประเทศ เป็นจำนวนมากกว่า 800 ชิ้นอาทิ ตู้ตรวจเชื้อ (Swab Test) แบบความดันลบ (Negative Pressure) แบบความดันบวก (Positive Pressure), ต้นแบบเครื่องช่วยหายใจ (KMITL Mini Emergency Ventilator)โรงพยาบาลวิจัย “โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร” มีจุดเด่นใน 5 มิติ มิติที่หนึ่ง...มีนวัตกรรมทางการแพทย์รองรับผู้ป่วยในทุกบริบท เพราะโรงพยาบาลแห่งนี้จะขมวดรวมทุกศาสตร์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมเพื่อรักษาพร้อมฟื้นฟูสุขภาพคนไทยทุกคนมิติที่สอง...มีองค์ความรู้เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย เพราะนอกจากการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมแล้ว ยังมุ่งสร้างองค์ความรู้ด้านเครื่องมือแพทย์ เพื่อประยุกต์ใช้ในภาวการณ์ฉุกเฉินจากโรคระบาด มิติที่สาม...เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมไทยและอาเซียน พร้อมเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดูแลรักษาผู้ป่วย พัฒนาและวิจัยนวัตกรรม...เครื่องมือแพทย์ด้วยตนเอง ผ่านการผสมผสานองค์ความรู้ของหลากสาขามิติที่สี่...เป็นโรงพยาบาลที่พร้อมรับมือทุกวิกฤติสุขภาพ มีความตั้งใจในการสร้างความพร้อมของเครื่องมือแพทย์สำหรับรับมือกับทุกวิกฤติสุขภาพในอนาคต ทั้งระดับประเทศและระดับโลก บูรณาการความร่วมมือผ่านการระดมความคิดของ “ทีมแพทย์” และ “นักวิจัย” ทุกสาขาของ สจล.มิติสุดท้าย...สร้างโอกาสการรักษาของคนไทย ท้ายที่สุด...โรงพยาบาลจะมุ่งผลิตเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับใช้ภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยในการเข้าถึงการรักษาประสิทธิภาพสูงอย่างเท่าเทียม ด้วยปณิธานของโรงพยาบาลที่ว่า “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยรอด”เพราะว่าการ “ให้” คือความสุขที่ยิ่งใหญ่และสร้างคุณค่าในจิตใจเราเสมอ #ให้เพื่อสร้าง#โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร รวมพลังคนไทยสู้เพื่อคนไทยทุกคน...ผู้สนใจสามารถร่วมสมทบทุนในการสร้าง “โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร” กับมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารฯ ผ่านช่องทางต่างๆได้ทั้ง “กดบริจาคตามจิตศรัทธา” เข้าบัญชีมูลนิธิฯ เลขที่บัญชี 693-0-32393-4 “กดบริจาค 100 บาท” เพียงกด *948*1960*100# และโทร.ออก“ซื้อเสื้อให้เพื่อสร้าง” ในราคาตัวละ 299 บาท หรือเช่าพระนาคปรกแห่งการแพทย์ ที่ได้รับการปลุกเสกจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารร่วมกันคนละเล็กละน้อยเพื่อสร้างต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็นสืบต่อไปให้ลูกหลานไทย หรือร่วมส่งแรงใจเล็กๆ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ www.kmchf-pp.org FB Page : @KMCHospitalbyKMITL... ไลน์ไอดี @KMITLHospital หรือติดต่อสอบถามได้ที่ 09-2454-8160 และ 09-2548-2640โควิดสู้ได้ด้วย “AI” ศ.ดร.สุชัชวีร์ อธิบายไว้ว่า ทุกวันนี้ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในทุกวงการจริงๆ ทั้งภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ธนาคาร หรือแม้แต่วงการการแพทย์“AI...มาเพื่อช่วย ช่วยลดทอนภาระงานของคน ช่วยมนุษย์วิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้... พูดได้เลยครับ สิ่งที่จะมาสู้กับโควิด-19 ได้ คือ AI”วันนี้ MIT มหาวิทยาลัยระดับโลก พัฒนา AI ในการแยกเสียงไอของมนุษย์ รู้ทันทีเลยคนนี้ไอแบบหวัดธรรมดาหรือติดเชื้อโควิด-19...ในอนาคตเราอาจจะใช้ AI คัดกรองผู้ป่วย วิเคราะห์ได้ทันที บุคคลใดควรกักตัวอยู่บ้าน ใครต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน แบบ intensive care...การดูแลแบบเข้มข้น เพื่อที่จะได้จัดสรรการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด อย่างที่รู้...ทุกอย่างเรามีจำกัด“ไทยทำ ไทยใช้ ไทยรอด การสร้างเทคโนโลยี...นวัตกรรมของตนเอง ลดการพึ่งพาต่างชาติคือทางรอดของชาติ...ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทุกๆคน เราจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันครับ” ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าวทิ้งท้าย.