รัฐสภาถกมาราธอนล้มโหวตวาระ 3 ร่างแก้ไข รธน. “ไพบูลย์” ผนึก ส.ว.ทำแท้งรื้อ รธน. งัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมัดติดดาบ ส.ส.-ส.ว.แก้ไขเพิ่มเติม ปิดตายตั้ง ส.ส.ร.โยนนับหนึ่งใหม่ตั้ง กมธ.พิจารณาไม่ใช่มอบอำนาจ ส.ส.ร.ร่างใหม่ทั้งฉบับ “สมชาย” ดันญัตติห้ามโหวตปล่อยตกไป ปชป.-ภท.ดิ้นรักษาสัจจะขอส่งตีความซ้ำอีกรอบ พปชร.ทำทีแนะเลื่อนรอทำประชามติดีกว่าถูกคว่ำไม่สง่างาม ฝ่ายค้านลุยไฟโหวตให้จบเปิดโปงเจตนาสืบทอดอำนาจ “ชลน่าน” จวกยิ่งปิดกั้นอำนาจประชาชน ขู่นองเลือดซ้ำรอยปี 2535 “โรม” จี้พรรคร่วมฯ เลิกพายเรือให้ หน.รัฐประหารนั่ง ระทึกสัญญาณไฟไหม้กระหึ่มรัฐสภา พักประชุม 20 นาที รอง หน.พปชร.พลิกเกมปิดจ๊อบชงโหวตคว่ำวาระ 3 ภท.ฉุนวอล์กเอาต์ “ตรีนุช-ชัยวุฒิ-สินิตย์” ตบเท้าถ่ายรูป กรอกประวัติ รมต.ใหม่ที่ประชุมรัฐสภาถกเดือดต่างฝ่ายต่างยื่นญัตติผ่าปมแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว.ชง 2 ญัตติไม่ให้โหวตวาระ3 อ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้รัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนทำประชามติก่อน ฝ่ายค้านดัน 2 ญัตติโหวตวาระ 3 ตีแผ่เจตนาทุกฝ่าย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความซ้ำฝ่ายค้านกอดคอลุยโหวตวาระ 3เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่รัฐสภา แกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมประชุมหารือท่าทีการลงมติการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมวาระ 3 จากนั้นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเอกฉันท์ 1.ยืนยันเดินหน้าลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 256 หมวด 15/1 ในวาระที่ 3 ตั้งแต่วาระ 1-3 ถูกต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 256 (2) (3) (4) (5) จึงต้องดำเนินการต่อไปตามมาตรา 256 (6) ไม่อาจดำเนินการเป็นอย่างอื่นได้ จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีข้อความใดห้ามลงมติวาระ 3 เพียงแต่บอกว่าหากทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องไปทำประชามติก่อน ซึ่งจะเกิดขึ้นก่อนเริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่แล้ว 3.การที่รัฐสภามีมติเป็นอย่างอื่นไม่เป็นไปตามมาตรา 256 (6) เช่น การถอนหรือเลื่อนจะทำให้ญัตติต้องตกไป ฝ่ายค้านจะหารือมาตรการที่ต้องดำเนินการต่อไป 4.ขอเรียกร้องให้ประชาชนติดตามการประชุมรัฐสภา พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยสัญญากับประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตย มาวันนี้มาขัดขวางต้องการรักษาอำนาจตนเอง และสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์และอำนาจตนให้นานที่สุดซัด ปชป.เปิดประตูล้วงนิติบัญญัติเมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอญัตติด้วยวาจา เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจของสมาชิกรัฐสภาเรื่องนี้อีกครั้ง นายประเสริฐ กล่าวว่าเป็นประเด็นการเมืองที่ไม่ให้มีการแก้ไขหรือให้กระบวนการแก้ไขยากขึ้น จะเท่ากับการใช้อำนาจศาลเข้ามาก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติน.ส.สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯระบุว่าสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ให้เป็นเรื่องของสภา เอาตัวรอดลอยตัวเหนือปัญหา ไม่รักศักดิ์ศรีตัวเอง ไม่เคยจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สุดท้ายไม่มีทางแก้ไข สัญญาณจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯชัดเจนว่าให้คว่ำ สอดรับกับ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง อย่ามาขู่ ใครจะไปร้องที่ไหนก็เชิญ นักการเมืองไม่กลัว แต่กลัวประชาชนไม่มีอนาคตมากกว่า“ไพบูลย์” นำร่องล่มปิดตาย ส.ส.ร.ต่อมาเวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 วาระ3 มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เมื่อเริ่มประชุมนายชวนแจ้งให้ทราบถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุ รัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ต้องให้ประชาชนทำประชามติก่อนมีความประสงค์จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แล้วให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีประเด็นสำคัญคือ การดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม โดยที่ประชุมรัฐสภาให้ ส.ส.-ส.ว.ดำเนินการ จะไปมอบอำนาจให้ ส.ส.ร.จัดทำไม่ได้ และไม่มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ หากจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ให้มี ส.ส.ร.ย่อมเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 การโหวตวาระ 3 ทำไม่ได้ตรงกับความเห็นฝ่ายกฎหมายของสภา จะเก็บไว้ต่อก็ไม่ได้ ถ้าจะทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเริ่มเสนอญัตติใหม่ ถ้ารัฐสภาเห็นชอบส่งให้ ครม.ทำประชามติ ถ้าประชาชนเห็นชอบให้ใช้วิธีตั้ง กมธ.พิจารณาไม่ใช่ตั้ง ส.ส.ร.“สมชาย” เสนอญัตติห้ามโหวตวาระ 3นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ฝ่ายกฎหมายวุฒิสภา สภาฯ และประธานรัฐสภา เห็นตรงกันว่า การลงมติวาระ 3 ทำไม่ได้ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องให้ประชาชนทำประชามติก่อน จึงขอเสนอญัตติตามข้อบังคับประชุมเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาการลงมติวาระ 3 ไม่สามารถทำได้และต้องตกไป เพราะเมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีการทำประชามติจึงต้องตกไป ก่อนที่นายชวนจะเปิดโอกาสให้สมาชิกหารือแสดงความเห็น ฝ่ายค้านฉะไม่อยากแก้พูดมาตรงๆนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่มีข้อความใดที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไม่ให้ลงมติวาระ 3 ที่อ้างมาว่าลงมติวาระ 3 ไม่ได้ เป็นแค่ความเห็นฝ่ายกฎหมาย ส.ส.และ ส.ว. ถ้าไม่อยากแก้บอกมาตรงๆ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ล้มเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ถึงจะตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาไม่ได้หมายความว่าจะแก้ไขทั้งฉบับ เพราะไม่ได้แตะต้องหมวด 1 และ 2 ไม่มีเหตุผลจะไม่ลงมติวาระ 3 ยืนยันรัฐสภาลงมติวาระ 3 ได้ต้องเดินหน้าต่อ รัฐสภาจะขายหน้าไปถึงไหน อย่าใช้หลักกฎหมายข้างๆคูๆ ขอให้ฝึกอายบ้างนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า มีผู้ได้ประโยชน์จากการรัฐประหารปี 2557 นั่งอยู่ในที่นี้หลายร้อยคน วันนี้ยังมาขัดขวางแก้รัฐธรรมนูญอีก รัฐธรรมนูญนี้ไม่ปราบโกงแต่ขี้โกง เอาเปรียบ ต้องการสืบทอดอำนาจ ควรโหวตวาระ 3 ให้เสร็จ อย่าใช้เสียงข้างมากลากไป ตีความแบบศรีธนญชัยปชป.ดิ้นส่งตีความซ้ำอีกรอบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ขอเสนอญัตติให้รัฐสภามีมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาอำนาจหน้าที่รัฐสภาอีกครั้ง 4 ประเด็น 1.ร่างที่พิจารณาอยู่เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมหรือจัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ 2.การทำประชามติก่อน จะทำตอนไหนก่อนโหวตวาระ 1 หรือหลังโหวตวาระที่ 3 3.การทำประชามติระบุไว้ 2 มาตราคือ มาตรา 166 ให้ ครม.จัดทำประชามติ เป็นอำนาจฝ่ายบริหาร และมาตรา 256 (8) การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลังผ่านวาระ 3 แล้วต้องนำไปทำประชามติ จะต้องทำ ประชามติเมื่อไร 4.ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะตกทั้งฉบับหรือไม่ ควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความให้ชัดเจน ไม่ได้เตะถ่วง ประวิงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ แต่เพื่อให้กระบวนการแก้ไขรอบคอบ ถูกต้อง ปราศจากข้อสงสัย ไม่มีปัญหาตามมา“เสรี” เสนอโหวตตัดสินไม่ลงมติขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย แย้งว่า การที่นายจุรินทร์เสนอญัตติส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ถือเป็นญัตติซ้อนญัตติกับนายสมชาย อาจทำให้ญัตตินายสมชายตกไป นายชวนชี้แจงว่าเสนอได้เป็นญัตติเกี่ยวเนื่องทำนองเดียวกันจะสอบถามทีละญัตติ โดยลงมติญัตตินายสมชายก่อน ถ้าได้รับความเห็นชอบ ญัตตินายจุรินทร์จะตกไป เชื่อว่าจะมีญัตติอื่นๆตามมาอีกจะสรุปตอนสุดท้ายอีกที ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การที่มีสมาชิกหลายคนคัดค้านญัตตินายสมชายที่เสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาโหวตให้ร่างฯตกไป ไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐสภาไม่มีอำนาจวินิจฉัยให้ร่างใดตกไป จึงขอเสนอญัตติที่ 3 เพื่อปรับปรุงญัตตินายสมชายคือให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติไม่ลงมติวาระ 3 เนื่องจากขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฝ่ายค้านฮึดสู้ชงลุยไฟให้รู้ดำรู้แดงนพ.ชลน่านอภิปรายว่า ขอเสนอญัตติให้รัฐสภาลงมติวาระ 3 ต่อไปตามมาตรา 256 ทำต่อได้เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญระบุการแก้ไขเพิ่มเติมให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำได้ แต่ต้องทำประชามติก่อน ฝ่ายค้านและนักวิชาการต่างๆล้วนเห็นว่าให้ทำประชามติก่อนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม ไม่มีกฎหมายใดรองรับการทำประชามติก่อนยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญระบุการทำประชามติไว้ 2 กรณีคือมาตรา 166 ครม.เสนอ และมาตรา 256 (8) ให้ทำประชามติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลังวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องทำประชามติหลังลงมติวาระ 3 เท่านั้นปลุกแต่งชุดดำไว้ทุกข์ขู่ส่อนองเลือด“อยากให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 ให้ประชาชนใช้อำนาจตัดสินจะมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ อย่าปิดกั้นอำนาจประชาชน อาจเกิดวิกฤตินองเลือด เหมือนปี 2535 อย่าให้บ้านเมืองมีอันเป็นไป เพราะการตัดสินใจของรัฐสภา ไม่มีคำพูดใดบอกว่าสิ่งที่ รัฐสภาดำเนินการมาผิด ทางออกดีที่สุดแนวทางเดียว คือโหวตวาระ 3 และต้องลงมติให้ผ่าน อย่าให้รัฐธรรมนูญแท้งก่อนคลอด วันนี้ใส่สูทดำขอไว้ทุกข์ให้กับการทำแท้งรัฐธรรมนูญ และวันที่ 18 มี.ค. เรียกร้องให้แต่งชุดดำเต็มสภาฯ เพราะไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญ”พปชร.ให้เลื่อนรอทำ ปชม.ดีกว่าคว่ำต่อมาเวลา 12.10 น. ที่ประชุมยังถกเถียงกันเรื่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายวีระกร คำ– ประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ อภิปราย ว่า การพิจารณาวาระ 3 ชะลอได้ รัฐธรรมนูญมาตรา 256 (5) เขียนไว้เพียงเมื่อพิจารณาวาระ 2 เสร็จสิ้นให้รอไว้ 15 วันเเล้วให้พิจารณาวาระ 3 ต่อไป แต่ไม่ได้กำหนดว่านานแค่ไหน เราอาจทำประชามติช่วงนี้ได้ ร่าง พ.ร.บ.ประชามติใกล้จะเสร็จแล้ว หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วตนจะยื่นญัตติขอให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องให้ กกต.ทำประชามติทันที เลื่อนระเบียบวาระไปก่อน แล้วค่อยไปทำประชามติจากนั้นค่อยกลับมาโหวตวาระ 3 ผลประชามติออกมาอย่างไร เราลงมติตามเสียงสวรรค์ผู้สถาปนารัฐธรรมนูญอยู่แล้ว“โรม” จี้เลิกพายเรือให้คณะรัฐประหารนั่งนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ ล้มล้างกระบวนการใดๆที่เราจัดทำมาแม้แต่น้อย แต่มีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าล้มล้างสิ่งที่เราทำกันมาเป็นโมฆะ ส.ว.เสนอให้ร่างฯตกไปมีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือไม่ อย่าเลื่อนลงมติให้รู้กันไปเลยว่าใครกันแน่ไม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ขอเรียกร้องทุกพรรคที่หาเสียงไว้กับประชาชน ถึงเวลาต้องเลิกพายเรือให้หัวหน้ารัฐประหาร มายืนเคียงข้างประชาชน เรามี ส.ว.ที่อ้างอำนาจสถาปนาเป็นของประชาชน แต่ตอนโหวตเลือกนายกฯท่านโหวตเลือกหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นนายกฯ ไม่ละอายต่อบาป ส่องกระจกท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ ตนอยู่ใน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามาถึงตรงนี้ด้วยความยากลำบาก หลายเรื่องประชาชนไม่ได้ วันนี้ เรากำลังจะล้มทั้งหมดกก.แห่ชูภาพแกนนำม็อบ ส.ว.ท้วงวุ่นจากนั้นบรรยากาศเริ่มดุเดือดเกิดการโต้คารมขึ้นระหว่างนายรังสิมันต์อภิปรายประเด็นองค์กรตุลาการพิจารณาขังผู้เห็นต่างทางการเมืองถึง 11 คนที่มีบทบาทเรียกร้องรัฐธรรมนูญ และเกิดการคุกคามผู้ต้องขังเมื่อวันที่ 16 มี.ค. บรรดา ส.ส.พรรคก้าวไกลได้พร้อมใจกันชูภาพแกนนำคณะราษฎรที่ถูกคุมขัง เขียนใต้ภาพ “#FREE” และ “ปล่อยเพื่อนเรา” ทำให้ ส.ว.ลุกขึ้นประท้วง ไม่ให้ชูรูปภาพที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติ อาทิ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ระบุผู้อภิปรายแสนรู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้เรื่องของตัวเองเลย การมาชูรูปแบบนี้เกี่ยวอะไรกับปล่อยเพื่อนกูหรือ เดี๋ยวก็มีเพื่อนตามไปอีกหรอก จนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ประธานที่ประชุมเตือนอย่าเสียดสี3 ฝ่ายขึงพืดยันจุดยืนเหนียวแน่นจากนั้นในช่วงบ่ายสมาชิกรัฐสภายังสลับกันขึ้นมาอภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ในส่วนของ ส.ว.หลายคน อาทิ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ยังอภิปรายยืนยันว่าไม่ สามารถโหวตลงมติวาระ 3 ได้ เนื่องจากขัดต่อคำ วินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากมีการลงมติวาระ 3 จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง อภิปรายไปในแนวทางเดียวกันให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำวินิจฉัยให้ชัดเจน เรื่องการทำประชามติจะทำช่วงใดก่อนวาระ 1 หรือวาระ 3 และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังสามารถลงมติวาระ 3 ได้หรือไม่ เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจตรงกันฝ่ายค้านลุยเปิดโปงเจตนาทุกฝ่ายขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านยังอภิปรายย้ำจุดยืนให้เดินหน้าโหวตลงมติวาระ 3 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพราะไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญห้ามไว้ และยืนยันการพิจารณาวาระ 1 และ 2 ยังมีผลถูกต้องตามกฎหมาย อาทิ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ถ้าไม่โหวตวาระ 3 จะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (8) ที่ระบุการทำประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ทำหลังจากเสร็จวาระ 3 เพราะทำวาระ 1 และ 2 มาแล้ว มีสิทธิอะไรไม่ทำวาระ 3 ระหว่างรัฐธรรมนูญกับคำวินิจฉัยศาลควรยึดอะไร ขอให้โหวตวาระ 3 ถ้าตกคือตกจะได้รู้ว่าใครมีเจตนาอย่างไร ขอให้ขีดเส้นใต้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญบรรทัดไหนที่บอกว่าโหวตไม่ได้“ถก 9 ชม.ถึงทาง 3 แพร่งต้องเลือกนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.อภิปรายว่าคำสำคัญที่ระบุในคำวินิจฉัยกลางว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงมิอาจพิจารณาเป็นอื่นได้ว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 1 และ 2 เป็นการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ต้องทำประชามติก่อน เพราะการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด 15/1 หากทำไปก่อนทำประชามติ น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมถึงการโหวตวาระ 3 ด้วย เพราะรัฐสภาไม่ใช่อำนาจเด็ดขาดจะตัดสิน แต่อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่ประชาชนตัดสินกระทั่งเวลา 18.30 น. หลังสมาชิกรัฐสภาอภิปรายกันกว่า 9 ชั่วโมง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ประธานการประชุมแจ้งว่าฝ่ายเลขาธิการได้รวบรวมข้อเสนอของสมาชิกรัฐสภาเป็นญัตติ 3 ข้อคือ 1.ข้อเสนอนายสมชาย แสวงการและนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ไม่ให้มีการพิจารณาลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพราะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 2.ข้อเสนอนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้รัฐสภามีมติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาอีกครั้ง 3.ข้อเสนอ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยและนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ให้พิจารณาลงมติตามวาระ 3“สุทิน” ถามใครรับผิดชอบห้ามโหวตต่อมาเวลา 19.15 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ถ้าให้โหวตญัตติของนายสมชายแล้วผลปรากฏว่าโหวตชนะจะทำให้อีก 2 ญัตติไม่ได้โหวตเลยและถ้าไปปรากฏภายหลังว่าการให้โหวตตามข้อเสนอของนายสมชายไม่สามารถทำได้ ใครจะรับผิดชอบ เพราะเราไปวินิจฉัยกันเองว่า ไม่สามารถโหวตวาระ 3 ได้ ทั้งที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ “ชวน” แจ้งคนมือบอนกดปุ่มเตือนภัยเมื่อเวลา 20.09 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา แจ้งที่ประชุมว่า ได้สอบถามกรณีเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ รายงานเบื้องต้นแจ้งว่าจากการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยจากจอความคุมสัญญาณเตือนไฟหน้าจอปรากฏสัญญาณเตือนไฟ พื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้น 3 ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมายความว่ามีคนไปกดปุ่มเตือนภัย ซึ่ง จุดดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถหาตัวคนกดได้ระทึกกริ่งไฟไหม้กระหึ่มพัก 20 นาทีผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะในที่ประชุมถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ตกลงกันไม่ได้ว่าจะโหวตทั้ง 3 ญัตติอย่างไร กระทั่งเวลา 19.30 น.ได้เกิดเหตุระทึกสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ดังขึ้นทั่วอาคารรัฐสภานาน 2 นาที จน ส.ส. ส.ว.แตกตื่น ต่อมาประชุมกันต่อแต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จนเวลา 19.35 น. นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานที่ประชุม ต้องสั่งพักการประชุม 20 นาทีพลิกเกมเปลี่ยนวิธีให้โหวตวาระ 3ต่อมาเวลา 20.10 น. ที่ประชุมรัฐสภากลับมาประชุมอีกครั้ง แต่ยังคงถกเถียงวนเวียน ไม่สามารถตกลงเรื่องวิธีการโหวตลงมติใน 3 ญัตติว่าจะทำอย่างไร ทำให้เสียเวลาไปร่วม 45 นาที ในที่สุดนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงพลิกเกมเสนอญัตติใหม่ว่าขอให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาจะลงมติตามระเบียบ วาระคือ จะให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาลงมติวาระ 3 ขึ้นมาพิจารณาก่อนหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยให้นำญัตตินายไพบูลย์ขึ้นมาพิจารณาก่อน ส่งผลให้ทั้ง 3 ญัตติที่เสนอมาก่อนหน้านี้ตกไปทั้งหมดภท.เฉ่งฉ้อฉลปลิ้นปล้อนวอล์กเอาต์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนคงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย ปลิ้นปล้อน ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊ก จากนั้น ส.ส.พรรคภูมิใจไทยจึงวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมทั้งหมด จากนั้นจึงเข้าการเตรียมการลงมติวาระ 3 โดยใช้วิธีขานชื่อเป็นรายบุคคลส.ว.-พปชร.หายอื้อไม่ร่วมลงมติผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตระหว่างการขานชื่อลงคะแนนเป็นรายบุคคล นอกจาก ส.ส. ภูมิใจไทยที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมหมดแล้ว ในส่วนของ ส.ว.หลายคนก็ไม่ได้อยู่ร่วมโหวตในห้อง ประชุมด้วย หรือคนที่อยู่ในห้องประชุม จะใช้วิธีขาน งดออกเสียง และไม่ประสงค์ลงคะแนนเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับ ส.ส.พลังประชารัฐหลายคนก็ใช้วิธีไม่อยู่ ร่วมโหวตในห้องประชุมเช่นกัน มีเพียงแต่ ส.ส.ฝ่ายค้านและ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่ขานชื่อเห็นชอบกับการลงมติให้แก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 อย่างไรก็ตาม มี ส.ส.เพื่อไทยหลายคนที่เป็นกลุ่ม ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เช่น นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม ถึงจะอยู่ในห้อง ประชุม แต่ใช้วิธีเงียบ ไม่ยอมขานลงคะแนนอะไรเลย เนื่องจาก ส.ว. และ ส.ส.หลายคน เกรงจะถูกเอาผิด กรณีไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนายกฯยังไม่ทูลเกล้าฯ ครม.ตู่ 2/4ส่วนความคืบหน้าการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/4 เมื่อเวลา 10.18 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง ว่า “ยัง ตรวจสอบประวัติก่อน ต้องให้ผู้ที่มีหน้าที่ทำการตรวจสอบก่อน ตนไม่ได้มีหน้าที่ไปตรวจเขา ให้มีการตรวจสอบกันเองก่อน จะรีบไปไหนล่ะ”“ชัยวุฒิ–ตรีนุช–สินิตย์” กรอกคุณสมบัติช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่านายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้วและนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่รัฐมนตรีใหม่ ต่างทยอยกันเดินทางมาที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อถ่ายรูป กรอกแบบฟอร์มประวัติ การนำรายชื่อเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ล่าสุดยังเป็นไปตามโผเดิม นายสินิตย์ โควตาพรรคประชาธิปัตย์ จะไปนั่งตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ สลับกับนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล พรรคภูมิใจไทย ที่โยกจาก รมช.พาณิชย์ ไปเป็น รมช.คมนาคม ขณะที่ น.ส.ตรีนุชจะไปดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ขณะที่ นายชัยวุฒิยังมีชื่อไปนั่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)