ไม่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยออกมาหน้าไหน การแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่มีทางที่จะสะเด็ดน้ำง่ายๆ เมื่อฝ่ายหนึ่งตั้งใจที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อเข้าสู่อำนาจ โดยมี ส.ว.250 เสียง กำหนดชี้เป็นชี้ตาย เก้าอี้นายกฯ หรือแม้แต่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้อีกฝ่ายจะสาบานต่อหน้าประชาชนว่ามุ่งมั่นที่จะแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ แต่เมื่ออำนาจไม่ได้อยู่ในมือ ก็ไลฟ์บอยและกล้าสาบานได้เลยว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้รับการแก้ไขหรือมีการแก้ไขไม่ตรงวัตถุประสงค์ พรรคร่วมรัฐบาลที่ไปสาบานเอาไว้ต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศ ก็ไม่มีทางถอนตัวออกจากรัฐบาลแน่นอน ไม่อย่างนั้น ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับ ส.ว. สมชาย แสวงการ คงไม่รวบรวมสมัครพรรคพวกลงชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 (1) เพื่อตั้งสมาชิก ส.ส.ร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 200 คนขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขัดกับรัฐธรรมนูญและที่วิเคราะห์กันว่า ผลการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีผลกระทบกับ การพิจารณาลงมติวาระ 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการมองปัญหาแค่เปลือก หรือจะมีการเสนอ แก้ไขรัฐธรรมนูญกันเป็นรายมาตรา เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่กระพี้ที่สำคัญ เพราะความสำคัญอยู่ที่ว่า นักการเมืองในสภา ส.ส. ส.ว. รัฐบาล มีเจตนารมณ์ต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันจริงหรือไม่การเมืองที่ลับลวงพราง มาตลอด การคว่ำร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีหลายช่องหลายประตู เมื่อคนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่จะร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการอย่างใดอย่างหนึ่ง มี ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นตัวกำหนด จึงต้องสร้างเกราะป้องกันตัวเองเอาไว้อย่างเหนียวแน่นในท้ายที่สุด ระวังว่าคนที่ต้องการยื่นญัตติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะกลายเป็นปรปักษ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปฉิบเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นอย่างนี้ กระบวนการตรวจสอบเป็นแบบนี้ เมื่อนักการเมือง ส.ส.-ส.ว. และรัฐบาล มีพฤติกรรมแบบนี้ เมื่อการเมืองคือกลุ่มผลประโยชน์ สภาก็ไม่ต่างอะไรจาก ละครโรงใหญ่ ไม่มีความหวังใดๆจากระบบรัฐสภาเสียงข้างมากแนวทางปฏิบัติในการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เมื่อหนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง เมื่อประชาชนเป็นคนเลือกนักการเมือง ประชาชนก็ควรจะเลือกประชาธิปไตย เลือกรัฐธรรมนูญให้เป็นของตัวเองทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญคือทางออกที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดและคนที่จะชี้นำสิ่งเหล่านี้ได้ มีอยู่คนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปวารณาตัวเองว่าเป็นนายกฯที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องแสดงตัวอย่างของผู้นำการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th