คอนเสิร์ตท้าลมหนาว กลายเป็นคอนเสิร์ตท้าไฟร้อน ตามฉากสถานการณ์ “งานกร่อย” เมื่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา มีคำสั่งปิดสนามกอล์ฟดิโอเชียน เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สถานที่จัดงาน “บิ๊ก เมาน์เท่น มิวสิค เฟสติวัล” ครั้งที่ 11 ด้วยเหตุเป็นสถานที่ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่โรคติดต่ออันตรายโควิด-19 ทำพิษ ฤดูแห่งความสุขสะดุด “ขาดิ้น” แยกย้ายบ้านใครบ้านมันแต่ “ควันหลง” ยังคุกรุ่น เวทีล่ม คอนเสิร์ตเลิก อาการค้างคาใจไม่จบ โดยประเด็น ต่อเนื่องลากไปคาบเกี่ยวปมการเมือง ตามท้องเรื่องที่มีการเขี่ยชนวนไฟโยงม็อบเด็กรุ่นใหม่ไล่ปมเหตุเบื้องหลังจากฉากการชู 3 นิ้ว ร้องเพลงด่ารัฐบาลกระตุกอาการหมั่นไส้ฝ่ายคุมเกมอำนาจ สบโอกาสเหมาคิดบัญชี ประกอบกับก่อนหน้านั้นที่ “แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์” ศิลปินคนดัง ในฐานะแกนนำตัวจี๊ดม็อบนักศึกษา แสดงท่าทีขอแจมเวทีคอนเสิร์ต สุดท้ายก็ถอยไปเพราะเหตุไม่ต้องการให้เป็นชนวนยั่วฝ่ายต่อต้านสถานการณ์นัวเนีย “โควิดแฝงเขม่นเด็ก” เหตุล้มกระดานคอนเสิร์ตเขาใหญ่กลางคันและก็ทันทีทันควัน อารมณ์ของแนวร่วมม็อบรุ่นใหม่ ฝ่ายต้านรัฐบาลแท็กทีมประสานเสียง “มัดคอ” ศบค. ในเมื่อล้มคอนเสิร์ตเขาใหญ่เพราะเหตุเสี่ยงคนชุมนุมมากไม่ปลอดภัยจากโรคระบาดมาตรฐานเดียวกันต้องสั่งยกเลิกงานเสี่ยงคนชุมนุมมาก ลากไปถึงงานเทศกาลฤดูหนาวประจำปีตามจังหวัดต่างๆ และน่าจะเหมารวมการเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไฟต์บังคับ บีบรัฐบาลให้ “ล็อกดาวน์” แทน “เคาต์ดาวน์”ยุทธการ “เอาล่อเอาเถิด” ส่อดับความหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจในห้วงเทศกาลแห่งความสุข ลากเกมย้อนศรปมเศรษฐกิจโควิดให้มารัดคอฝั่งรัฐบาลเองปมล่มคอนเสิร์ตเขาใหญ่หักดิบเด็ก ยั่วอารมณ์หงุดหงิดกลุ่มคนรุ่นใหม่ บวกแนวร่วมกลุ่มธุรกิจที่ขาดทุนย่อยยับ เป็นเชื้อไฟในจังหวะม็อบราษฎรพักบู๊ รอรวมพลเบิ้มๆไล่รัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป. ต้นปีหน้าภายใต้มหาวิกฤติเศรษฐกิจ “โควิดแฝงการเมือง”เรื่องจริงที่นักลงทุนต่างประเทศมองจากภายนอกส่องเห็นภาพชัดกว่าคนใน ทีมญี่ปุ่นย้ายฐานปักหมุดที่ประเทศเวียดนาม ล่าสุด “เทสลา” ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันก็ส่งทีมผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่สำรวจ ส่อเค้าปักธงลงทุนฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ประเทศอินโดนีเซียเมืองไทยที่ตีปี๊บเป็นฐานการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนพังทลายเครื่องยนต์ภาคการลงทุนเร่งเครื่องไม่ขึ้น ไม่มีพวกกล้าบ้าบิ่นทุ่มเงินเสี่ยงเจ๊ง ในภาวะวิกฤติการเมือง “ขึงพืด” ม็อบเด็กรุ่นใหม่ ไล่โค่นกระดานอำนาจรัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป.ปัจจัยภายนอกไม่เอื้อ แถมปัจจัยภายในรัฐบาลเองก็ส่อฉุดเกมบริหารสะดุด“สนิมเนื้อใน” เรือเหล็กที่รอยปริแยกเบ้อเริ่ม มองเห็นได้จากระยะไกลจากคิว “เหยียบตาปลา” ใน ครม. ดัก “ตุ๊ยท้อง” กันไม่หยุด แบบที่ยังไม่ทันจบปมต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว “เขี้ยว” เกี่ยวกัน ระหว่างทีมภูมิใจไทยกับทีมเสือซุ่มในกระทรวงมหาดไทย ปมเหตุมาจากการปาดหน้าเค้กประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทำคนเคยรักกลายเป็นคู่แค้นหักลำวัดใจผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม จะถือหาง “พี่รอง” อย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยลุยหักดิบก๊วน “เซราะกราว” เปิดหวูดสายสีเขียวเลยหรือไม่ล่าสุดขยายวงลามมาโซ้ยกันปมรถไฟฟ้าสายสีแดง อาการเล่นแรงอย่างที่ “เสี่ยโอ๋” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขา- ธิการพรรคภูมิใจไทย ตั้งแง่ใส่การเพิ่มวงเงินก่อสร้างหมื่นล้านเสียงแข็ง ไม่เคลียร์ ไม่จ่าย ไล่ผู้รับเหมาไปฟ้องศาลเองโดยไม่สนไม่แคร์ แม้จะมีเสียงกระซิบจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง อดีต รมว.คมนาคม ยุครัฐบาล คสช.ผู้คุมเกมประมูลก่อสร้างมาตั้งแต่ต้น ยืนยันองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) พร้อมจะให้เงินกู้เพิ่ม ไม่มีปัญหาอารมณ์ท้าบู๊ประลองกำลังภายใน ทีมภูมิใจไทย กับ ทีมตึกไทยฯ กระตุกกระแสคนนอกไล่ตาม “แกะรอย” เดิมพันผลประโยชน์เมกะโปรเจกต์อาการ “เค้กติดคอ” ทีมงานรัฐบาล 3 ป. ล่อเป้ากันเองไม่เหลือลูกเกรงใจ ผู้นำอย่าง “บิ๊กตู่” ยังไม่อยู่ในสายตาเลย.ทีมข่าวการเมือง