วิกฤติความขัดแย้งทางความคิดในประเทศไทยไต่ระดับความรุนแรง มีโอกาสเกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์ สถานการณ์เร่งเร้าให้ทุกฝ่ายตั้งสติออกแบบโจทย์อนาคตประเทศไทยนายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ผลักดันโครงการเราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน (Scenario Thailand)โดยมีมูลนิธิส่งเสริมการออกแบบประเทศไทยและเครือข่าย Scenario Thailand ได้จัดทำเวิร์กช็อปปฏิบัติการชนิดปิดเงียบมาตลอดในช่วงปี 56 กับตัวแทนกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ ตัวแทนเยาวชน ตัวแทน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวแทนคู่ขัดแย้งทางการเมือง ตัวแทนกลุ่มปฏิรูปต่างๆมีวิทยากรกระบวนการ นามว่า อดัม คาเฮน ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบกระบวนการ มีประสบการณ์จัดการสถานการณ์ปัญหาที่ซับซ้อนสูงด้านการเมืองและด้านอื่นๆกว่า 25 ประเทศ มาเสนอทางออกให้สังคมไทยทำงานร่วมระหว่างกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางความคิดและแตกแยก สู่เป้าหมายร่วมที่สอดคล้องกัน โดยใช้เครื่องมือใหม่หรือ Scenario Planning จัดการปัญหาร่วมกัน เครื่องมือนี้ ไม่ใช่ยาวิเศษที่ลงมือทำแล้วได้ผลทันที แต่จะต้องใช้เวลานายวิเชียร พงศธร เป็นอีกคนที่กังวลต่อสถานการณ์บ้านเมือง มีมุมมองที่น่าสนใจ โดยขอเริ่มที่วาระคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคม แม้มีองค์กรทั้งภาครัฐหลายหน่วยงาน มีพันธกิจสร้างธรรมาภิบาลที่ดี แต่จากผลสำรวจขององค์กรที่เกี่ยวข้องพบว่า ในช่วงหลายปีนี้ดัชนีชี้วัดการคอร์รัปชันยังถดถอยมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ ก่อให้เกิดปัญหาด้านต่างๆของประเทศ เพราะถูกเบียดเบียน เบียดบังด้วยการโกงเราก็หนักใจ แต่ไม่ถดถอย มุ่งมั่นเอาชนะให้ได้ผ่านการจัดระบบนิเวศ ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ลูกหลานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ มีหน้าที่ “ปลูกฝัง-ป้องกัน-เปิดโปง” คอร์รัปชัน ทำงานร่วมกับภาคีต่างๆ สร้างกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผลสำรวจพบว่าประชาชนตื่นตัวดีขึ้น ไม่ยอมรับการคอร์รัปชันและอยากเข้ามามีส่วนร่วมและยังมีเครื่องมือสู้โกง (ACT AI) ทำให้การเฝ้าระวังการโกงมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นแหล่งรวมข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐย้อนไป 10 ปี มี 17 ล้านรายการ มีสถิติหน่วยงานไหนจัดซื้ออะไร อย่างไร ใครเป็นผู้ประมูลได้ ยังมีข้อมูลทรัพย์สินของผู้มีอำนาจ ความเชื่อมโยงไปถึงพรรคการเมืองว่า ใครมีตำแหน่งอะไร มีฐานข้อมูลบริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น ประวัติคดีความที่ถูกศาลพิพากษาขณะเดียวกันมีกลไก “ข้อตกลงคุณธรรม” ทำในยุครัฐบาล คสช.กำลังฮันนีมูนสุดท้าย ถูกบรรจุไว้ใน พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง โดยระบุว่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ใช้ “สัญญาข้อตกลงคุณธรรม” หลักการสำคัญ คือ “เปิดเผยข้อมูล-มีผู้สังเกตการณ์อิสระภาคประชาชน” ซึ่งเราเชิญชวนและจัดระบบให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระกว่า 200 คนผู้สังเกตการณ์อิสระล้วนเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เข้าใจการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เข้าไปอยู่ในโครงการต่างๆตั้งแต่เริ่มทำทีโออาร์ รวมมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านบาท ลงนามเซ็นสัญญาและดำเนินการไปแล้วหลายแสนล้านบาท ประหยัดเงินได้กว่าแสนล้านบาทวันนี้กังวลการได้มาซึ่งฐานอำนาจต้องใช้เงิน เงินส่วนมากมีที่มาไม่บริสุทธิ์ตอนนี้หาช่องทางได้เงินที่ไม่บริสุทธ์มากขึ้น เสี่ยงเกิดคอร์รัปชันสูงขึ้นขณะเดียวกันวิกฤติขัดแย้งทางความคิดก็เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ความจริงสังคมมีความคิดแตกต่างหลากหลาย ประชากร 67 ล้านคิดเหมือนกันหมดคงเป็นไปไม่ได้ เป็นความสวยงามในสังคมการแก้ปัญหาดังกล่าว วันนี้มีคณะกรรมการสมานฉันท์ ขอเสนออีกมุมมอง ควรมีกระบวนการรับฟังความเห็น อยากเห็นอนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างไร อย่ากระโดดเข้าไปในประเด็นขัดแย้งโดยตรง ชวนทุกขั้วการเมือง ประชาชน มองเป้าหมายประเทศไทยเดินไปข้างหน้ามาถึงวันนี้การเมืองทุกขั้วและประชาชนลองช่วยกันคิดว่า จะอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุขได้อย่างไร ตอนนี้ทุกฝ่ายมีความทุกข์ ทั้งฝ่ายมีอำนาจ ฝ่ายที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ยกเว้นคนขี้โกง เพราะถือเป็นโอกาสเชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากเห็น “สังคมอยู่ดีมีสุข”ภายใต้สังคมอยู่ดีมีสุข ชีวิตลูกหลานดี ขอให้ดูที่เป้าหมายของสังคมไทย อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร น้อยคนที่ตอบว่าต้องการฆ่าฟันเอาชนะ แต่ถ้าเราขาดสติมันย่อมไปในทิศทางดังกล่าวได้ผลสำรวจความคิดเห็นหลายชุดที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่ที่เป็นคนเสื้อสี ไปร่วมชุมนุมประท้วง ไม่ชอบความขัดแย้ง ไม่รู้ว่าอะไรที่พาไปต้องการให้แก้ปัญหาด้วยการโต้แย้ง ขัดขืน ประท้วงฉะนั้นควรหาทางออกสำหรับการอยู่ร่วมกันภายใต้ความเห็นต่างขัดแย้งในความเห็นได้ ไม่ทำลายกันและกันควรออกแบบกระบวนการอยู่ร่วมกันภายใต้ความขัดแย้งอย่างไร นายวิเชียร บอกว่า สมมติฐานที่ผมคิดเป็นจริง ตรงนี้ตรวจสอบได้ว่าความสุขในสังคมเกิดได้ ต้องมุ่งมั่นแก้ “ปัญหาสำคัญของชาติ” ก่อน โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง คอร์รัปชัน ความเป็นธรรมในสังคมเพราะเกิดความเหลื่อมล้ำเยอะมาก ในจำนวนนี้มีคนที่ยากจน คนเกือบยากจนกว่า 10 ล้านคน เกษตรกร 70% ซึ่งเป็นสัดส่วนประชากรเยอะที่สุดไม่ประสบความสำเร็จ การศึกษาแย่แล้วยังมีความเหลื่อมล้ำในการศึกษาอีก ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาระบบยุติธรรม มีข้อดีระบบสาธารณสุขที่เป็นหน้าเป็นตาให้ประเทศฉะนั้นการทำให้สังคมมีความสุข ไม่ควรตั้งโจทย์เอาชนะกันให้สำเร็จก่อน ให้ทุกคนคิดเหมือนผมก่อน ถึงไปสู่ความสุขได้ ในเมื่อเป็นทางเลือกที่ไม่ถูกต้อง ไปหมกมุ่นอยู่ทำไมทะเลาะกันไปมันก็แก้ปัญหาไม่ได้ควรตัดความเชื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง รัฐธรรมนูญ หรือเรื่องอื่นๆที่เป็นเพียงเส้นทางหรือเครื่องมือหนึ่งแล้วทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการตั้งสติกันใหม่ สังคมควรมีจุดศูนย์รวมของการมีสติ วางอนาคตที่ดีอยู่ร่วมกันบนความเห็นต่างที่หลากหลายหรือเมื่อติดอยู่กับปัญหาควรเริ่มคิดบวกเพื่อหาทางออก โดยพุ่งเป้าไปที่ผลลัพธ์ว่าต้องการอะไร ก่อนย้อนกลับมาออกแบบ ไม่ว่าเลือกแบบไหน ระบบไหนควรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อส่วนรวมให้เกิดสังคมอยู่ดีมีสุขกระบวนการรับฟังความเห็นส่วนใหญ่จากประชาชน อาจเริ่มจากกลุ่มที่มีจุดยืนหนักแน่น ไม่ถือหางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่อยากเดินไปสู่ความรุนแรง ไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นเหมือนประเทศซีเรีย อย่าประมาทว่าเป็นไปไม่ได้ถ้าสถานการณ์ถลำลงไปเรื่อยๆ โดยเปิดใจกว้างรับฟังและใช้กระบวนการวิชาการสำรวจ อาจทำผ่านออนไลน์เอาตะกอนที่ได้ไปบอกกลุ่มคนที่ขัดแย้งใครเป็นผู้นำประเทศคนต่อไปก็ควรรับฟังเพื่อดูแลประชาชนในสิ่งที่เขาต้องการให้เกิดขึ้นเช่นเดียวกันกระบวนการรับฟังระหว่างผู้มีอำนาจกับกลุ่มที่เคลื่อนไหว หากไม่สะดวกใจพูดคุย ควรมีคณะกรรมการจะกี่ชุดก็ได้เป็นตัวกลางในการรวบรวมรับฟังความเห็นของคนที่ไม่ได้เข้าร่วมขอย้ำควรเปิดใจรับฟังคนในประเทศว่าอยากเห็นอนาคตเป็นอย่างไร สุดท้ายเมื่อได้รับรู้ถึง “ปัญหาสำคัญของชาติ” ควรเริ่มแก้ไขอะไรก่อนตามลำดับฉะนั้นหากเริ่มกระบวนการรับฟัง มีโอกาสพลิกผันสถานการณ์ในประเทศได้ภายใน 2-3 ปี ออกนโยบายแก้ปัญหาสำคัญของชาติให้ดีขึ้นเรื่อยๆได้ภายใน 3-5 ปี ทำได้จริง 5-7 ปี ประเทศย่อมพลิกผันไปทิศทางที่ดีขึ้นสิ่งเหล่านี้มิใช่หรือที่ทุกฝ่ายควรทุ่มพลังงาน ทุ่มงบประมาณเข้าไปอย่าเสียเวลาเอาชนะคะคาน แต่ละฝ่ายเอาชนะกันได้จริงหรือสุ่มเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุขึ้นวันไหนก็ได้ ต้องปิดโอกาสไม่ให้เกิดขึ้นโดยทำให้ประชาชนตื่นตัว ร่วมมือสร้างสังคมที่ดีให้ได้คนที่คิดมุ่งหวังแต่อำนาจก็มี คนที่คิดเฉพาะอุดมการณ์คงมีอยู่แต่อย่าปล่อยให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือควรเอาเสียงประชาชนส่วนใหญ่เป็นตัวกำกับให้ได้.ทีมการเมือง