การอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทในสองวันแรกเป็นไปด้วยความดุเดือดเข้มข้น รัฐบาลถูกโจมตีเรื่องความล่าช้า ความไม่ทั่วถึงในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ถูกโจมตีว่าดีแต่อุ้มคนรวย ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อย แต่ไม่เร่งช่วยเหลือคนจนนับสิบๆล้านที่เดือดร้อนแสนสาหัสมี ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนที่วิจารณ์รัฐบาลเรื่องการคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน เช่น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร โฆษกพรรคก้าวไกล อภิปรายว่าพอแก้ปัญหาไม่ไหวเพราะเกินสติปัญญา รัฐบาลก็ใช้อำนาจผ่าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่าลืมว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินสั่งให้ธุรกิจไม่ขาดทุนไม่ได้ เสกเงินให้ผู้ที่สิ้นเนื้อประดาตัวให้มีเงินไม่ได้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเรื่องหนึ่งที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะจากต่างประเทศ ประชาธิปไตย ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดเมื่อเดือนเมษายน แต่สั่งยกเลิกไปแล้วทั้งประเทศ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สื่อมวลชนญี่ปุ่นวิจารณ์การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในประเทศไทย ว่าเป็นเรื่องการเมืองฮังการีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่โลกตะวันตกวิจารณ์ว่าฉวยโอกาสใช้กรณีโควิด-19 ประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ทำให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจมากขึ้น องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลกชื่อ “แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล” ออกแถลงการณ์ขอให้ทางการไทยรับประกันว่าจะไม่ใช้กรณีโควิด-19 เพื่อละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนยิ่งกว่านั้น นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ได้เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม นอกจากจะสนทนาเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆแล้ว ทูตสหรัฐฯยังได้ถามถึงการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วย และได้รับคำชี้แจงจากรองนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อไม่ได้ให้อำนาจรัฐบาล และผู้ว่าราชการ 77 จังหวัดอาจออกคำสั่งต่างกันบรรดา “ผู้รักชาติ” หรือเป็นนักชาตินิยมอาจไม่พอใจทูตต่างประเทศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน แต่นักประชาธิปไตยถือว่าสิทธิมนุษยชน เป็นปัญหา “สากล” ชัดเจนที่สุดก็คือนานาชาติร่วมกันประกาศใช้ “ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากลแห่งสหประชาชาติ”สหประชาชาติอาจตำหนิประเทศสมาชิก ถ้ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ โดยไม่ถือว่าเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายใน เพราะนานาชาติล้วนแต่ร่วมลงนามในปฏิญญาฯ ส่วนการใช้ พ.ร.ก.ของไทยก็สามารถใช้ได้ แต่ ม.17 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ “ไม่เกินสมควรแก่เหตุ ไม่เกินกรณีจำเป็น”.