ผมยังไม่เคยเข้าไปไหว้ “เจ้าพ่อหลักเมือง” สักครั้ง แต่เคยเขียนถึงหลายครั้งครั้งหนึ่งอ่านหนังสือ อ.อาจารย์ กาญจนาคพันธุ์ แล้วเขียนว่า ในบรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในศาล มีภาพ “ท้าวพลี” อยู่ด้วยเมื่อท่านผู้อ่าน เขียนจดหมายทักไปถึงศาลหลักเมืองแล้ว หาภาพท้าวพลีไม่เจอ ผมย้อนไปดูหนังสือที่ผมอ่าน “กาญจนาคพันธุ์” เขียนไว้ก่อน พ.ศ.2500 สิบยี่สิบปีก็พอเข้าใจ ตอนนั้นมีท้าวพลี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเจอเรื่องศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ในหนังสือสืบตำนานสานประวัติ สำนักพิมพ์ทรีบีส์ พิมพ์ปี 2553 ก็ตั้งใจอ่าน เพราะเชื่อว่า ว.วินิจฉัยกุล เขียนถึงศาลหลักเมืองในยุคใหม่ ทันสมัยกว่า“หลัก” ต้องมีไว้เมื่อมีการสถาปนาเมือง เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นปึกแผ่นมั่นคง ไทยรับประเพณีนี้มาจากอินเดีย ปรากฏในตำนานการสร้างเมืองหลวงหลายแห่งตำนานสิงหนวัติว่า ขุนลังสร้างเมืองใหม่ขึ้น หลังโยนกนครเกิดแผ่นดินไหว เมืองถล่มจมกลายเป็นหนองน้ำ ตั้งหลักเมือง วันอังคารเดือนแปดขึ้นเจ็ดค่ำ ปีเถาะ พ.ศ.1037ตำนานจามเทวีวงศ์ พระฤาษีเนรมิตเขลางค์นคร (ลำปาง) ให้เจ้าอนันตยศ พระราชโอรสองค์ที่สอง แล้วเอาแผ่นผาศิลาบาตรก้อนหนึ่งมาตั้งไว้กลางเมือง นี่ก็คือหลักเมืองสุโขทัยก็มีหลักเมือง คือ ก้อนศิลาที่มาจากตำนานเรื่องพระร่วง ตอน ขอมดำดินหลักเมืองกรุงเทพฯ ทำพิธียก วันอาทิตย์เดือนหกขึ้นสิบค่ำ 22 เม.ย.2325 ฤกษ์เวลาย่ำรุ่งห้าสิบสี่นาทีทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์สูง 108 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 29.1/2 นิ้ว ข้างในเป็นช่องบรรจุเทวรูปเทพารักษ์พระหลักเมือง และพระสุพรรณบัฏจารึกดวงชะตาเมืองเทพารักษ์ มาจากไหน?มาจากความเชื่อดั้งเดิมของคนไทย ก่อนพุทธศาสนาจะเข้ามา คือลัทธินับถือผีสางเทวดา เชื่อว่าทุกโศกโรคภัยและสิ่งพิบัติต่างๆ รวมถึงความสุขความเจริญทั้งปวง เกิดจากการดลบันดาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาที่คนไทยถือว่า คุ้มครองบ้านเมืองมีสี่องค์ใหญ่ๆพระหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรีในรัชกาลที่ 1 พระหลักเมืองอยู่ในศาลเจ้าพ่อหลักเมืององค์เดียว องค์อื่นๆท่านก็มีศาลของท่าน เช่น พระกาฬไชยศรี มีศาลอยู่ใกล้ศาลเจ้าพ่อหอกลอง หน้าวัดโพธิ์ พระเสื้อเมืองพระทรงเมือง ก็อยู่แถวๆนั้นเจ้าพ่อเจตคุปต์ เดิมศาลอยู่หน้าหับเผย ข้างคุกมหันตโทษศาลเจ้าพ่อเหล่านี้ เมื่อทางการต้องการใช้พื้นที่ ก็รื้อทิ้ง แล้วอัญเชิญท่านมาอยู่รวมกันที่ศาลหลักเมืองพระกาฬเป็นบริวารพระยม เป็นเทวทูตมีหน้าที่นำวิญญาณคนตายไปยมโลก พระเจตคุปต์เป็นนายทะเบียน มีหน้าที่สำรวจว่าใครถึงที่ตาย ก็เขียนมรณบัตรให้พระกาฬไปรับตัวพระกาฬได้รับยกย่องเป็นเทพชั้นปกครอง คนกลัวกันถึงขั้น ใช้ในคำสบถสาบาน “ให้พระแก้วพระกาฬหักคอ”ว.วินิจฉัยกุลจบเรื่องนี้ว่า รู้จักสารพันเจ้าพ่อที่อยู่ด้วยในศาลหลักเมืองแล้ว เวลาไปไหว้ จะได้อธิษฐานถูกที่ถูกองค์ ส่วนจะให้ช่วยเหลือเรื่องทุกข์ส่วนตัว หรือทุกข์ของบ้านเมือง ที่กำลังผจญกับสงครามเศรษฐกิจก็ออกแรงอธิษฐานกันไป อธิษฐานให้ดังๆหลายๆเสียงรวมกัน คงไปเข้าหูเสนาบดีท่านบ้างเพราะดูๆท่านก็ยังมั่นใจ ตัวเลขเศรษฐกิจยังเอาอยู่ ตรงข้ามกับเศรษฐกิจชาวบ้านนั้นย่ำแย่เหลือทน.กิเลน ประลองเชิง