ประสิทธิ์ ไชยชมพู เขียนถึงบ้านสลักได ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ไว้ในหนังสือ ภูมิบ้าน นามเมือง คำใคร ไทย-มอญ-เขมร (สำนักพิมพ์มิตรสุวัณภูมิ พ.ศ.2562) เจตนาบอกเล่า ชื่อบ้านเมือง ดั้งเดิม ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยหลายเหตุปัจจัยชื่อตำบลสลักได กลายมาจากชื่อต้น สลัดได สมุนไพรโบราณ ใช้ทำยาแก้ปวดฟัน ปวดเหงือก แต่สลัดไดถิ่นสุรินทร์ มีชื่อระบือลือเลื่องพิธี “แช่งน้ำสาบาน” ไม่น้อยกว่าร้อยห้าสิบปีเสียงลือเสียงเล่าอ้างนั้นบานปลาย บ้างว่ามีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ้างก็ว่ามีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์บ้านสลักได ที่ประสิทธิ์ ไชยชมพู ไปถึง เป็นชุมชนโบราณกว่าพันปี ตั้งบนเนินกระดองเต่า ถามพ่อแม่ แม่เฒ่า ได้ความจริง บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไม่มี “แต่น้ำศักดิ์สิทธิ์มี น้ำในโอ่ง ก็น้ำฝนนี่แหละ”ทายาทสกุลเจ้าพิธีแช่งน้ำสาบาน ที่เคยทำและยังมีชีวิตอยู่ ชื่อ นางสุจินต์ สืบสหการบริเวณพิธีอยู่ที่ทางสามแพร่งหมู่บ้าน โคนต้นข่อยขนาดสามคนโอบ (โค่นไปแล้วเมื่อ พ.ศ.2534) คำสั่งเคร่งครัดที่มาพร้อมงาน“ห้ามเรียกเงินคนมาขอทำพิธี ห้ามรับสินบน ห้ามบิดเบือนความจริง ไม่เช่นนั้นไม่ขลัง”งานที่ว่ามักเป็นงานของทางการ ครั้งที่คอมมิวนิสต์บุกบ้านยางเตี้ย (ต.ระแงง อ.ศีขรภูมิ) ยิงชาวบ้านตายหลายคน นายเสนอ มูลศาสตร์ ผู้ว่าฯสุรินทร์ ขอให้ป้าไปทำพิธีแช่งน้ำให้ชาวบ้านสาบาน จะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองนายตำรวจ สภ.อ.เมืองสุรินทร์ เคยเชิญป้าไปทำน้ำแช่งสาบาน ราว 30 คดีหลังปี 2534 ศาลท่านเปลี่ยนไปใช้น้ำสาบาน วัดบูรพารามความรู้เรื่องน้ำแช่งสาบาน จากพระครูสุภกิจวิมล เจ้าอาวาสวัดสลักได ราวปี พ.ศ.2520 ท่านมาอยู่วัดสลักได “ยายจวน” เลิกพิธีแช่งน้ำสาบานแล้ว ท่านจึงรับทำต่อเริ่มแรกก็ใช้พระพุทธรูปสำริด ตั้งในขันทองเหลือง แช่น้ำเสมอบ่า ยกครูขันธ์ห้า กรวยห้า ธูป เทียน เงิน 6 สลึง ต่อมาเพิ่มเป็น 2 บาท ครั้งล่าเพิ่มเป็น 200 บาทกรณีตัวอย่าง...ที่หลวงปู่พระครูทำพิธีให้คราวหนึ่งหัวคะแนนเอาเงินผู้สมัครไปห้าแสน แต่ไม่จ่ายซื้อเสียง เจ้าของเงินท้าดื่มน้ำสาบาน หัวคะแนนรับคำท้าดื่มน้ำสาบานแล้ว เดินพ้นวัดไม่เท่าไร เกิดอาเจียนไม่หยุด ต้องกลับมาสารภาพหลวงปู่บอกว่า ทำน้ำสาบานเป็นร้อยๆ ส่วนมากมาจากอำเภอสังขะ อำเภอปราสาท แต่ศาลซึ่งสมัยก่อนเคยมาขอ ตอนที่หลวงปู่ทำไม่มีแล้วความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำสาบานจากปากชาวบ้านทายาทพิธี ทั้งจากหลวงปู่มีมากมายหลายเรื่อง ประสิทธิ์ ไชยชมพู จงใจปิดท้ายเรื่องด้วยคำถามคำแปล สลัดได พืชมีหนาม มียางขาวเหมือนน้ำนม ปลูกทำรั้ววัดรั้วบ้าน คืออะไรปู่เดี๊อะ หงศ์สูง ผู้เฒ่า ตอบด้วยภาษากาย ทำท่าสองมือแหวกกลางประสิทธิ์ ไชยชมพู เก่งหลายภาษา ค้นคว้าจนได้คำตอบว่า คำนี้มีรากมาจากคำเขมร คำแรก ชำระ ทำให้สะอาด และมือ แปลความว่า สะสาง และคำที่สอง แปลตรงๆว่า “ชำระคดีความ”เป็นอันว่า ชื่อบ้านสลักได กับพิธีแช่งน้ำสาบานของบ้านสลักได ไม่เพียงเป็นคำเกือบพ้องกัน ยังมีนัยความหมายไปทางเดียวกันแต่ระดับความเข้มขลัง เวลาที่ผ่านมายาวนาน ก็คงเจือจางลง ความเชื่อไม่ถึงขนาดเอาไปใช้เป็นทางการ เช่น ในสภาหรือในพรรคการเมืองสี่ห้าวันมานี้มีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง เรื่องงูเห่าหลายตัว...ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าใช้น้ำแช่งสาบานบ้านสลักได...จะปราบงูเห่าเหล่านั้นได้สักกี่ตัว.กิเลน ประลองเชิง