จัดทัพสู้ ฝุ่นการเมืองตลบไม่ต่างไปจากแมวได้กลิ่นปลาย่าง เมื่อสัญญาณการเมืองบ่งบอกได้ว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้อย่าว่าแต่แมวได้กลิ่นของชอบคือปลา นักการเมืองก็เฉกเช่นเดียวกัน ต้องรับสวมบทนักเลือกตั้งเมื่อได้กลิ่นสาบนวมแต่ละพรรคเริ่มขยับตัวเป็นรูปธรรมมากขึ้น แม้จะยังมีข้อกำหนดห้ามเคลื่อนไหว แต่ว่าด้วยนักการเมืองแล้วย่อมหาทางเล็ดรอดด้วยวิธีการต่างๆนานาเหมือนเป็นการท้าทาย เหมือนเป็นยั่วยุให้เกิดอารมณ์จนอาจจะทำให้เป็นประเด็นการเมืองขึ้นมาอีกลีลาของพวกเขายากแท้หยั่งถึงจริงๆข้อสังเกตอันหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนายทักษิณ ชินวัตร และน้องสาวจะเดินทางมาอยู่บริเวณใกล้ๆประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง จีน ซึ่งสามารถไปมาหาสู่ได้ง่ายเมื่อมาอยู่แถวๆนี้ บรรดาแกนนำพรรค มวลชนก็จะเดินทางไปพบกัน โดยเฉพาะการหารือการเมือง การเสนอแนะแนวทางต่อสู้ การเปิดนโยบาย เพราะเจาะใจชาวบ้านแล้วถล่มเละ คสช.ล่าสุด มีอยู่ 2 ประเด็นคือ การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การคืนเรือดำน้ำให้จีน ซึ่งว่าไปแล้วน่าจะเป็นเรื่องการดิสเครดิตกันมากกว่าเพราะแม้จะเข้ามามีอำนาจได้ก็คงจะเลิก 2 อย่างนี้ไม่ได้หรือการประกาศว่า พรรคเพื่อไทยจะได้เสียง ส.ส. 260 ที่นั่ง มั่นใจว่าจะชนะแน่ และจะมีโอกาสกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้งวันนี้...เพื่อไทยยังมีปัญหาเรื่องตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่ยังไม่สามารถประกาศว่าใครจะเป็นผู้นำทัพคนใหม่แม้ล่าสุดจะมีการแปะชื่อ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” น้องเขย สามีของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว ภายใต้ตระกูล “ชินวัตร” ซึ่งมีเสียงดังขึ้นมาเรื่อยๆคนอื่นๆที่เริ่มต้นแรงๆ สุดท้ายดูเหมือนจะถูกตีตกไปอย่างหนึ่งซึ่งต้องไม่ลืมกันว่า นายกฯทักษิณนั้น มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงและไม่ไว้ใจใครได้ง่ายๆ การตั้ง “สมัคร สุนทรเวช” เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นคนนอกตระกูลชนะเลือกตั้ง และได้เป็นนายกฯเมื่อได้เป็นพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม แต่การตั้งนายสมัครเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ต้องมีเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเขาและพรรคแน่อีกทั้งการเมืองห้วงนั้นหาตัวบุคคลมาเป็นคุมทัพได้ค่อนข้างยากการแสดงความไว้วางใจนายสมัครจึงทำให้เป็นงงกันทั้งบาง เพราะไม่คิดว่านายกฯทักษิณจะตัดสินใจอย่างนั้นการเป็นนายกฯของนายสมัครก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะกลุ่มเสื้อเหลืองตั้งป้อมต่อต้าน แต่ในทางการบริหารประเทศสามารถทำให้ราบรื่นโดยมีแก๊งออฟโฟร์ให้การหนุนหลังแต่เหมือนกับว่า “บุญมีแต่กรรมบัง” ปรากฏว่า นายสมัครถูกคดี “ชิมไปบ่นไป” จนต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ยังกลับมาเป็นนายกฯได้มีการซาวเสียงจากบรรดาลูกพรรค พรรคร่วมรัฐบาลต่างเทเสียงให้นายสมัครทั้งนั้น พูดง่ายๆว่าผ่านสบาย แต่กลับมีเหตุชวนให้สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อถึงวันโหวตนายกฯ ปรากฏว่า พรรคร่วมรัฐบาล ลูกพรรคพลังประชาชนบางส่วนไม่มาประชุม ทำให้การโหวตต้องยกเลิกไป ถามว่าเกิดเหตุเพราะอะไร ก็เพราะนายทักษิณโทร.มาบอกว่าไม่ต้องมาเหตุผลก็เพราะเริ่มรู้สึกว่าเป็นที่ไม่น่าไว้วางใจเสียแล้ว.“สายล่อฟ้า”