ผมต้องขอขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี วีระ โรจน์พจนรัตน์ ที่กรุณาจัดกิจกรรมและแถลงข่าวเกี่ยวกับ “วันภาษาไทยแห่งชาติ” 29 กรกฎาคม 2560 มาอย่างต่อเนื่องทำให้มีการพูดถึง เขียนถึง และเสนอข่าว ตลอดจนบทความที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยเราอย่างกว้างขวาง อันจะเป็นผลให้คนไทยตระหนักในความสำคัญของภาษาไทยมากยิ่งขึ้นสำคัญทั้งในแง่ที่เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างคนไทยด้วยกันทั่วประเทศ และการมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเคียงคู่ประเทศไทยมาแต่ดึกดำบรรพ์ จนภาษาไทยได้กลายเป็น “ศิลปะ” และ “วัฒนธรรม” อีกอย่างหนึ่งของชนชาติไทยซึ่งเมื่อคนไทยส่วนใหญ่เล็งเห็นความสำคัญของภาษาไทย ในแง่มุมต่างๆดังกล่าวแล้ว ก็ย่อมจะบังเกิดความรัก ความภูมิใจ ในภาษาของเรามากยิ่งขึ้นไปอีกจะส่งผลให้คนไทยหันมาอนุรักษ์ทะนุถนอมภาษาไทยและใช้ภาษาไทยเป็น “ภาษาหลัก” ของประเทศไทยไปตราบกาลนิรันดร์ที่ผมใช้คำว่า “ภาษาหลัก” ก็ด้วยความตระหนักดีว่า ทุกวันนี้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปมาก กลายเป็นโลกที่ไร้พรมแดน สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วไม่ว่าจะอยู่ในจุดใดของโลกนี้ภาษาที่จะกลายเป็นภาษาโลกในอนาคตจึงเป็นภาษาอังกฤษเสียเป็นส่วนใหญ่หรืออาจจะมีภาษาของชาติที่เป็นมหาอำนาจของโลกยุคใหม่โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจอย่างจีนเข้ามาบ้าง ในขณะที่มหาอำนาจรุ่นเก่าอย่างฝรั่งเศส หรือสเปน ก็ยังใช้กันอยู่ในบางประเทศแต่ก็เชื่อว่าภาษาอื่นๆเหล่านี้จะยังมีอิทธิพลน้อยกว่าภาษาอังกฤษ ซึ่งน่าจะกลายเป็นภาษาโลกที่แท้จริงในอนาคตคนไทยเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น หรือไม่ก็เรียนภาษาของชาติมหาอำนาจอื่นๆ เพื่อประโยชน์ในการค้าหรือการอาชีพต่างๆทุกวันนี้เราก็เริ่มเรียนกันแล้วแต่ก็ยังล้าหลังกว่าประเทศที่เขาเคยเป็นเมืองขึ้นมาก่อนอย่างมาก ทำให้ต้องใช้ความพยายามกันต่อไปก็พยายามเถอะครับ ทุ่มเทให้เต็มที่เถอะครับ เพราะผมก็เห็นด้วยว่าเราจะต้องเดินไปอย่างนี้ เพื่ออนาคตของชาติในวันข้างหน้าแต่ก็อยากจะฝากไว้ว่าเราจะต้องไม่ลืมภาษาไทย และจะต้องเรียนภาษาไทยเอาใจใส่ในภาษาไทยเคียงคู่กันไปโดยให้น้ำหนักแก่ภาษาไทยของเราให้มากกว่าอยู่เสมอๆ ทั้งในการเรียนการสอน หรือการใช้ชีวิตประจำวันการใดที่ควรใช้ภาษาไทยก็ขอให้ใช้ภาษาไทย การใดที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษก็ควรวงเล็บบอกภาษาไทยไว้ด้วยอย่าให้เหมือนประชาสัมพันธ์ของห้างสรรพสินค้าทั้งใหญ่ทั้งเล็กในประเทศไทยเราขณะนี้ ที่ “ดัดจริต” (ภาษาไทยเก่าแก่คำหนึ่ง) ใช้ภาษาอังกฤษอย่างฟุ่มเฟือย ตั้งชื่อกิจกรรมต่างๆเป็นภาษาอังกฤษไปเสียหมด ทั้งๆที่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทยเรานี่เองบางห้างอยู่ต่างจังหวัด ผมไม่เห็นมีฝรั่งที่ไหน อย่างเก่งก็มีฝรั่งที่มีภรรยาไทยไม่กี่สิบกี่ร้อยคนในจังหวัดนั้น...ก็ยังตั้งชื่อกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษไปกับเขาด้วยก็ขอฝากไว้ด้วยนะครับจะใช้ภาษาอังกฤษเดินหน้าสู่อินเตอร์ก็ไม่ว่ากันอยู่แล้ว แต่จะต้องไม่ลืมภาษาไทยของเรา แปลได้ ขยายความได้ก็ช่วยแปลช่วยขยายความให้คนไทยรู้เรื่องด้วยคนไทยเราเป็นคนสุดโต่ง ชอบทำอะไรสุดโต่งเสมอๆ ทั้งที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้เราเดินสายกลาง แต่เราก็มักไม่เชื่อพระองค์ท่านสมัยหนึ่งเราต่อต้านภาษาอังกฤษกันมาก จนมีคำพูดว่า “ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อแม่เรา” เป็นผลให้เราอ่อนภาษาอังกฤษไปทั้งประเทศมายุคนี้แม้จะรู้ว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่ แต่เป็นภาษาที่มีความจำเป็น เราก็เร่งกันใหญ่จะไป 4.0 จะไปอาเซียน ฯลฯ ภาษาอังกฤษต้องมาก่อนกราบเรียนแล้วว่าผมเห็นด้วย แต่ที่ต้องติงไว้ก็เพราะกลัวว่าเราจะสุดโต่งเดินหน้าไปสู่ภาษาอังกฤษเสียจนลืมภาษาไทยอันเป็นที่รักยิ่งและเป็นภาษาประจำชาติของเราเสียเท่านั้นขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมอีกครั้งนะครับ ที่ทำให้ภาษาไทยยังมีความหมายและมีความสำคัญสำหรับคนไทยเรา.“ซูม”