เป็นอันว่ารถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทย กรุงเทพฯ–นครราชสีมา มูลค่า 179,413 ล้านบาท ก็ผ่านมติ ครม.เป็นที่เรียบร้อย โดยรัฐบาลไทยตัดสินใจจะลงทุนเองทั้งหมดโดยจะใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ หรือขายพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันมาใช้เพื่อการนี้ต่อไปทั้งนี้ จะเริ่มลงมือก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายนที่จะถึง และคาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดบริการรับผู้โดยสารเที่ยวแรกได้ภายใน 4 ปีข้างหน้าดังรายละเอียดต่างๆที่มีการแถลงข่าวภายหลังการประชุมเมื่อวันอังคารที่แล้ว ซึ่งผมขออนุญาตไม่หยิบยกมาเขียนซ้ำ ณ ที่นี้ยกเว้นเรื่องเดียวคือเรื่องราคาค่าโดยสารที่ระบุไว้ว่า จากกรุงเทพฯถึงโคราช หรือจากโคราชมากรุงเทพฯ จะคิดเพียง 535 บาทต่อเที่ยวต่อคนเท่านั้นที่ต้องใช้คำว่า “เท่านั้น” เพราะราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับค่าลงทุนกว่า 1 แสน 7 หมื่นล้านบาท ที่จะใช้ในโครงการคงจะเป็นราคาโปรโมชั่น หรือราคาจูงใจเสียมากกว่า จะเป็นราคาที่คิดมาจากการลงทุนและต้นทุนทั้งหมดอย่างแท้จริงเสร็จจากโครงการแรกนี้แล้ว ก็คงจะสร้างต่อโครงการ 2 จากนครราชสีมาไปถึงหนองคาย เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงสายคุนหมิง-เวียงจันทน์ อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีนประมาณการคร่าวๆไว้แล้ว น่าจะต้องใช้เงินอีกไม่ต่ำกว่า 250,000 ล้านบาท แต่จะเริ่มขึ้นเมื่อใดนั้น คงต้องติดตามข่าวคราวกันต่อไปผมเรียนมาตั้งแต่ต้นคือตั้งแต่รัฐบาลก่อนด้วยซ้ำว่า ผมไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้และเชื่ออยู่ตลอดเวลาว่าเป็นโครงการที่ไม่คุ้มทุนอย่างแน่นอนสำหรับสายแรกกรุงเทพฯ-โคราชหรือแม้แต่จะมีสาย 2 ไปเชื่อมกับเวียงจันทน์ และคุนหมิง ประเทศจีนแล้ว ผมก็ยังไม่เชื่อว่าจะคุ้มอยู่ดีแต่เมื่อหลายๆฝ่ายดูแล้วว่าคุ้ม โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่เป็นลูกหม้อของ สภาพัฒน์ มาก่อน ท่านคงจะใช้ความรู้ความสามารถ และใช้ “จิตวิญญาณ” ของความเป็นคนสภาพัฒน์ ที่ถูกอบรมสั่งสอนให้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และยึดมั่นในหลักวิชาการและความถูกต้องเหนืออื่นใด สำหรับการพิจารณาตัดสินใจที่จะดำเนินการโครงการนี้ผมหวังว่าท่านคงจะดูอย่างรอบคอบแล้วในทุกๆด้าน รวมทั้งด้านการเงินการคลัง ที่จะไม่เป็นปัญหาต่อวินัยการคลังในอนาคต เพราะยังจะต้องมีโครงการช่วงที่ 2 เข้ามาอีกในฐานะเสียงส่วนน้อยและนักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่ชอบการลงทุนสูง แต่ชอบการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ผมได้ทำหน้าที่ท้วงติงมาพอสมควร ก็คงจะต้องหันมาให้กำลังใจและเอาใจช่วยโครงการนี้นับแต่นี้เป็นต้นไปขอให้โครงการจงประสบความสำเร็จนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติสมดังที่รัฐบาลท่านคาดหวังไว้เถิด อย่าได้กลายเป็นโครงการที่ล้มเหลวจนกลายเป็นภาระของชาติในอนาคตโดยเด็ดขาดยิ่งเป็นโครงการที่จะต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาลงทุนด้วยแล้ว ถ้าขาดทุนก็จะยิ่งเป็นภาระหนักกว่าปกติหลายเท่าตัวทำให้ผมนึกถึงโครงการ สนามบินหนองงูเห่า ที่เป็นอภิโปรเจกต์ยุคก่อนและถูกคัดค้านอย่างหนักจนล่าช้าออกไปเกือบ 30 ปี ได้กระมังกว่าจะได้สร้างแต่ในที่สุดก็กลายเป็นสนามบิน “สุวรรณภูมิ” ที่ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง และเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยดังเช่นทุกวันนี้ขอให้โครงการรถไฟความเร็วสูงจงประสบความสำเร็จพลิกความคาดหมายของนักวิจารณ์ดังเช่นสนามบินสุวรรณภูมิจงทุกประการผมอายุมากแล้วไม่แน่ใจว่าจะอยู่ทันได้เห็นการเดินรถขบวนแรกเที่ยวปฐมฤกษ์กรุงเทพฯ-นครราชสีมาด้วยความเร็ว 250 กม.ต่อชั่วโมง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 17 นาที ก็ไปถึงด้วยราคาเพียง 535 บาทหรือไม่เอาน่ารัฐบาลท่านบอกว่าอีก 4-5 ปี ทุกอย่างจะแล้วเสร็จ ผมจะพยายามกัดฟันอยู่ให้ทันนะครับ เพราะตอนนั้นผมจะอายุแค่ 80-81 ปี เท่านั้นเองผมมีเพื่อนเก่าอยู่ที่โคราชหลายคน เพื่อนผู้หญิงก็มี จะได้ไปใช้บริการของโครงการนี้ไปเยี่ยมเพื่อนๆและบอกเพื่อนๆที่อาจจะยังมีชีวิตอยู่ว่า“ฉันนั่งรถไฟความเร็วสูงมาหานะเธอ...ไม่ได้มารถทัวร์หรือให้คนขับรถมาหาเธอ อย่างเมื่อก่อนแล้วนะจ๊ะ!!”.“ซูม”