สองสามวันก่อนผมดูข่าวทีวีต่อจากข่าวนายกฯประยุทธ์นัดประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจก็มีข่าวตำรวจไล่จับโรงพักนครบาล ไล่จับกลุ่มวัยรุ่นขี้เหล้าเค้าเรื่อง เริ่มจากตำรวจรับแจ้งความ มีคนกลุ้มรุมทำร้ายกันในปั๊มน้ำมัน ต้นเหตุเกิดจากคนในปั๊มขอร้องไม่ให้ลูกค้าที่มาเติมน้ำมัน สูบบุหรี่ ลูกค้ามากันหลายคนไม่พอใจ ต่อปากต่อคำกันไม่นานก็ถึงขั้นลงมือลงไม้ตำรวจไปถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ไม่ยอมให้จับทั้งยังชกตำรวจ แล้วขึ้นรถหนีตำรวจวิทยุบอกกัน นายตำรวจระดับรองสารวัตร ขับรถตามไปปาดหน้า บังคับให้รถผู้ก่อเหตุจอด เรื่องก็ชุลมุนวุ่นวายกันพักใหญ่ผมฟังความข้างเดียว...เรื่องที่ตำรวจเล่าก็ดูไม่กลมกลืนเท่าไรนัก เพราะออกจากปากตำรวจคนที่กลายเป็นคู่กรณี ถูกผู้ก่อเหตุชกข้อสงสัย ทำไม กลุ่มผู้ก่อเรื่อง จึงกล้ากระทั่งชกตำรวจ ตำรวจบอกว่า เพราะระหว่างที่เริ่มเข้าไประงับเหตุนั้น ตำรวจนายหนึ่งทำหน้าที่คนกลางสอบถามสองฝ่ายตำรวจอีกคน ก็ทำหน้าที่ถ่ายภาพตำรวจคนที่ถ่ายภาพนี่เอง ถูกกลุ่มวัยรุ่นเมาชก...จนล้มคว่ำ โทรศัพท์มือถือหาย...ตำรวจต้องวิทยุให้ช่วยกันไล่ตามจับ จนถึงขั้นขอให้ทหารยกมาช่วยเรื่องทหารช่วยตำรวจนี่ถ้าในยามบ้านเมืองปกติ ไม่ใช่รัฐบาลทหารคงเป็นเรื่องแปลก เรื่องใหญ่ แต่ในรัฐบาลทหารที่มีปัญหาขัดแย้งสารพัดไปที่ไหนเจอตำรวจในเต็นท์อยู่กับทหาร ช่วยกันดูแลความเรียบร้อยข่าวทหารมาช่วยตำรวจจับผู้ร้าย จึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปคนรุ่นผมยิ่งเป็นเรื่องธรรมดา เติบโตมากับการฟังเพลงมาร์ชสี่เหล่า ทางวิทยุทุกเช้าค่ำ จำท่อนจบที่ย้ำแล้วย้ำอีก “ไทยสามัคคี สี่เหล่าไทย...” ได้ผมเอาข่าวเรื่องตำรวจจับขี้เมา...มาคุยก็มาจากเรื่องตำรวจทำงานไปถ่ายรูปไปนี่แหละเรื่องมโนสาเร่ ที่ทีวีชอบเอามาเป็นข่าว...ทุกวัน วันละหลายๆข่าว ก็ได้จาก“คลิป” ข่าวที่ถ่ายกันไว้ประจักษ์หลักฐาน พยานแวดล้อมที่ตำรวจต้องออกแรงหา... ในสมัยก่อนไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าหลักฐานจากภาพ ภาพ คือเทพเจ้าแห่งความยุติธรรมที่ไม่ว่าใครก็เถียงไม่ออกตั้งแต่ทุกคนมีกล้องโทรศัพท์มือถือในมือ...ถ่ายภาพได้ ทำข่าวเองได้ ส่งข่าวแพร่ไปไหนต่อไหนก็ได้ ขอสารภาพนะครับ อาชีพนักข่าวอย่างพวกผมจ๋อยสนิทไปเลยนานเต็มทีเคยมีคนขับรถ ถูกตำรวจจราจรจับ ตอนรอเสียค่าทางด่วน...คนถูกจับโกรธจ่ายค่าทางด่วนแล้วหาที่จอดรถไว้ เดินมาถือกล้องตั้งใจถ่ายตำรวจคนนั้นทำงานลองนึกกันต่อไป ตำรวจคนนั้นจะถูกกดดันแค่ไหนโลกยุคใหม่ ยุคที่ทุกคนเป็นนักข่าวได้จึงไม่มีใครกลัวตำรวจ หลายเรื่องมีแต้มต่อตำรวจ...เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมจึงไม่แปลกใจที่เห็นตำรวจทำงานไปก็ต้องถ่ายรูปไปหาพยานหลักฐานให้ตัวเองแต่การที่ตำรวจแสดงเอง กำกับภาพเอง เรื่องที่ออกมาทางทีวี ดูแข็งๆขาดความเป็นธรรมชาติไป เชื่อได้ในระดับหนึ่ง เชื่อไม่ได้ทั้งหมดเรื่องนี้แหละครับที่ผมอยากเสนอให้ 36 อรหันต์คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ...รับไปพิจารณาเพิ่มแขนงวิชา การแสดงหน้ากล้อง...ให้ตำรวจเล่นบทได้แนบเนียน กลมกลืน เพราะพยานชาวบ้านอย่างผม ดูแล้วเชื่อไม่สนิทใจข้อเสนอแนะ แถมท้าย...ไม่ต้องปฏิรูป ปฏิโลม ระบบตำรวจอะไรไปให้มากเรื่อง...เพราะเมื่อมีภาพในคลิปเป็นเทพเจ้าแห่งความยุติธรรมแล้ว เรื่องอื่นๆ เช่นตำรวจจะสอบสวนเองหรือไม่ก็ไม่จำเป็นตำรวจเลิกพกปืนเสียก็ยังได้ พกกล้องติดตัวไว้ถ่ายภาพให้เก่งๆเลือกมุมกล้องให้เป็นก็น่าจะพอ.กิเลน ประลองเชิง