ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาคดี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ฟ้อง คณะกรรมการสรรหากสทช. กระทำเกินขอบเขตอำนาจของกฎหมาย จากกรณีที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามในการทำหน้าที่เป็น กสทช. และ นพ.สรณขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติกรรมการสรรหาดังกล่าว โดยศาลปกครองมีคำวินิจฉัยให้ยกฟ้องและชี้ว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ชอบด้วยกฎหมายจากการขาดคุณสมบัติของ นพ.สรณจริงเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553และถ้าย้อนไปดูความเห็นของ คณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและการโทรคมนาคม สว. ในการตรวจสอบ สถานะเป็น พนักงานมหาวิทยาลัย การได้รับค่าตอบแทน ทำหน้าที่ตรวจและรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หรือยอมเสนอชื่อต่อ ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของธนาคารกรุงเทพ เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 มาตรา 8 และมาตรา18 ประกอบมาตรา 20 และมาตรา 26 สถานะการเป็นผู้บริหารหรือพนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐ และยังเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการ โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ช่องรามาชาแนล ก่อนเข้ารับสมัครเป็นกรรมการ กสทช. ที่มีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากเป็นผู้บริหารหรือพนักงาน ไม่ได้ลาออกก่อนเป็นเวลา 1ปีก่อนจะสมัครเป็นกรรมการ กสทช.การที่เรื่องนี้ยังคาราคาซังทำให้การบริหารใน กสทช.ต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถดำเนินการประชุมบอร์ด กสทช.ได้ติดต่อกันกว่า 13 ครั้ง ทำให้การขับเคลื่อนการทำงานของ กสทช.ในการพัฒนาองค์กรและทรัพย์สินของแผ่นดินได้รับผลกระทบไปด้วยดังนั้นเมื่อ ศาลปกครองกลาง ยืนยันว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในประเด็นการขาดคุณสมบัติของ นพ.สรณ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย มีผลให้ นพ.สรณขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือได้รับการคัดเลือกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่มีผลกระทบต่อกิจการที่นพ.สรณได้กระทำไว้แล้วก่อนศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาทั้งนี้ ได้มีความเห็นจาก นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง ระบุว่า กสทช.จะไปต่อได้อย่างไร เมื่อศาลปกครองมีคำวินิจฉัยออกมาชัดเจนแล้ว กรรมการสรรหา กสทช.มีอำนาจวินิจฉัย เนื่องจากข้อพิพาทมีขึ้นก่อนมีพระบรมราชโองการ ตามมาตรา 15/1 องค์ประชุมกรรมการสรรหา 4 ท่าน ลงมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 และเปิดโอกาสให้มีการโต้แย้งแล้ว การกระทำเข้าข่ายต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และต้องทำงานเต็มเวลาประเด็นคือข้ออ้างของ นพ.สรณในการเข้าร่วมประชุม บอร์ด กสทช.เป็นไปด้วยความชอบธรรมหรือไม่ ยังจะเข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช.อยู่หรือไม่ และการประชุมจะล่มต่อไปหรือไม่ ผลประโยชน์ทรัพย์สมบัติของแผ่นดินจะสูญเสียไปมหาศาลขนาดไหน ที่จะต้องแลกกับการบังคับใช้กฎหมายและพฤติกรรมการไม่ยอมรับกติกาของกฎหมาย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม