ชัดๆกันไปเลย พรรคประชาชนคงตงิดมานาน สุดท้ายก็ต้องตัดสินใจ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านจึงเขี่ย “กล้าธรรม” ออกจากฝ่ายค้าน ยกประเด็นการสวนทางยกมือสนับสนุนงบปี 70 อีกทั้งท่าทีต่างๆ ที่ผ่านมาก็ชัดเจนความจริงก็รู้กันดีว่าทั้งพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ต่างก็ประกาศตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ขอร่วมรัฐบาลกับ “กล้าธรรม” พูดง่ายๆเปิดศึกกันก่อนที่จะมีรัฐบาลด้วยซ้ำไป ดังนั้นการจะร่วมงานการเมืองกันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเผอิญที่สมการการเมืองไม่ลงตัวจึงต้องมาเป็นฝ่ายค้านด้วยกันว่าไปแล้วทั้ง 3 พรรคนี้ไม่ต่างกับแม่น้ำคนละสายไปด้วยกันยาก ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ดังนั้นจึงเกิดภาวะจำทนเพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่นก็ต้องหาทางออก...จึงไม่แปลกที่พรรคประชาชนประกาศเขี่ยกล้าธรรมก็ยินดีไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆให้ปรากฏนอกจากเล่นบทต่างคนต่างอยู่เผอิญที่ว่าก่อนหน้านี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า พร้อมที่จะร่วมงานกับ “กล้าธรรม” แต่ต้องรอจังหวะก่อนหมายถึงเปิดทางให้ “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาลก็เลยสมประโยชน์ทุกฝ่ายสำคัญว่าจะเริ่มเมื่อใดเท่านั้น!หากเอา “กล้าธรรม” มาร่วมรัฐบาลก็จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลมั่นคงกว่าเก่ามากเข้าไปอีก เพียงแต่ต้องปรับสัดส่วนใหม่ ปรับกระทรวงใหม่“ภูมิใจไทย” ก็ต้องยอมสละเก้าอี้รัฐมนตรีให้กล้าธรรมก็คงไม่ใช่ปัญหาเพราะยังเหลืออีกมากได้ข่าวว่าทุกอย่างลงตัวแล้วเพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นประเด็นอยู่ที่ว่าการนำ “กล้าธรรม” เข้าร่วมรัฐบาลนั้น “ภูมิใจไทย” จะได้อะไรมากกว่า คงไม่ใช่แค่ทำให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนแน่นหนากว่าเก่าเท่านั้นในเกมการเมืองที่เชี่ยวกรากอย่างนี้ “ภูมิใจไทย” มีความจำเป็นที่จะต้องได้หัวหมู่ทะลวงฟันเพื่อตอบโต้ฝ่ายค้านแล้วยังต้องอาศัยข้อมูลลึกของฝ่ายตรงข้ามเพื่อเล่นงานฝ่ายค้านได้อย่างสมน้ำสมเนื้อเพราะแต่ละพรรคการเมืองนั้นต่างก็มีจุดอ่อนจุดแข็งหากสามารถเจาะหามาได้ก็สามารถสยบอีกฝ่ายได้เช่นกันพรรคประชาชนนั้นข่าวไม่ดีไม่งามก็ไม่ใช่น้อยพรรคกล้าธรรมนั้นต้องยอมรับว่า “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ก็ไม่ใช่ธรรมดา นอกจากเรียกแขกได้แต่ก็มีบารมีที่ทำให้อีกฝ่ายหวาดหวั่นได้เช่นกันบู๊ก็ได้ บุ๋นก็ได้!พูดง่ายๆว่าครบเครื่องเรื่องวิชามารประเด็นเหล่านี้กระมังที่ทำให้ค่ายน้ำเงินต้องการเอามาเติมเต็มในยามที่ต้องเจอแรงกดดันรอบด้านอย่างนี้ต้องเติมพลังเพื่อเสริมใยเหล็ก...ไม่ยอมถูกถล่มฟรีๆ!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม