มีข้อมูลของ คนอิสราเอล ที่เข้ามาในประเทศไทย แบ่งเป็นสามประเภทคือ นักท่องเที่ยว (ครอบครัว-แบกเป้) บริษัทนอมินี พำนักถาวร ตามข้อมูลของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. พบว่ามี ชาวอิสราเอลอยู่ในประเทศไทย ตัวเลข กลมๆที่ 31,892 คน (ข้อมูล ณ เดือน มี.ค.2569) เป็นกลุ่มที่เคยเข้ามาท่องเที่ยวและขออยู่ต่อตามกฎหมาย แหล่งที่ชาวอิสราเอลอาศัยอยู่มากจะเป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น ปาย แม่ฮ่องสอน เกาะพะงัน เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ชาวอิสราเอลสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องใช้วีซ่าได้ไม่เกิน 30 วัน ในกรณีเดินทางโดยเครื่องบินและไม่เกิน 15 วัน ที่เดินทางโดยทางบก ในระยะเวลา 6 เดือนจะพำนักในไทยสะสมได้ไม่เกิน 90 วัน ข้อมูลเมื่อปี 2567 มีชาวอิสราเอลเดินทางมาไทยกว่า 2.8 แสนคน และจนถึงปี 2569 มีคนอิสราเอลเดินทางมาไทยแล้วประมาณ 4 แสนคน เป็นที่น่าสังเกตว่าสถานทูตอิสราเอลในประเทศไทย ค่อนข้างจะเป็นกังวลเกี่ยวกับข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับชาวอิสราเอลในประเทศไทย และยืนยันว่าข่าวที่ออกมาส่วนใหญ่จะเป็นข่าวปลอม ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่จะมีการชุมนุมขับไล่ชาวอิสราเอลที่เข้ามาครอบครองที่ดินในแหล่งท่องเที่ยวและพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางกลุ่ม ซึ่งจะมีผลต่อ เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้ในข้อเท็จจริงจากปากของ ชาวบ้านที่อาศัยทำมาหากินอยู่ที่เกาะสมุย เล่าให้ฟังว่า นักท่องเที่ยวอิสราเอลที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่มีคนอิสราเอลอยู่แล้วในทำนองชักชวนกันมา ในกรณีที่ นักท่องเที่ยวมาเป็นครอบครัวจะไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนใหญ่จะเป็น นักท่องเที่ยวที่แบกเป้มาเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่น่ารัก และยอมรับว่า มีคนอิสราเอลที่มาเป็นเจ้าของธุรกิจในเกาะสมุยจำนวนหนึ่ง ที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลโดยเฉพาะ รวมทั้งมีการเตรียมสร้างโบสถ์เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาของชาวอิสราเอลบนเกาะสมุยที่จะใช้เป็นแหล่งรวมคนอิสราเอลในวันสำคัญด้วยสำหรับการพำนักอยู่เกินกว่า 30 วันตามที่กำหนด ชาวอิสราเอลจะใช้วิธีเดินทางออกจากประเทศไทยและเดินทางกลับเข้ามาใหม่เพื่อให้สามารถอยู่ต่อได้เรื่อยๆจนกว่าจะครบ 90 วันในเวลา 6 เดือน ส่วนการครอบครองที่ดิน หรือการทำธุรกิจในรูปแบบนอมินีต่างชาติบนเกาะสมุย จากการเข้าตรวจสอบของ พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พบ ข้อมูล บริษัทจดทะเบียนใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 12,906 บริษัท ในจำนวนนี้มีผู้ถือหุ้นคนต่างด้าวจำนวน 8,254 บริษัท และมีนิติบุคคลที่มีลักษณะอาจเข้าข่ายการเป็นนอมินีจำนวน 875 บริษัท พบเข้าข่ายเป็นนอมินีแล้ว 61 บริษัท ครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 42 แปลง เนื้อที่ 33 ไร่ มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท ดำเนินคดีผู้ต้องหาคนไทย 26 ราย และคนต่างด้าว 62 ราย ในจำนวนนี้เป็นสัญชาติอิสราเอลมากที่สุดจำนวน 20 ราย นี่แค่เกาะสมุยเพียงแห่งเดียว ไม่รวมภูเก็ต พะงัน ปาย และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ต่างด้าวเข้ามาครอบครองและแย่งงานคนไทย ข่าวว่าถึงขนาดจะมาสร้างโบสถ์สร้างวิหารกันถึงใจกลางสุขุมวิท ไหนจะดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะผุดขึ้นมาอีก 30-40 แห่ง รัฐบาลรวยไม่ไหวแล้ว แต่คนไทยจะตายอยู่แล้ว อย่าให้ถึงขั้นต้องขายสมบัติชาติ เดี๋ยวจะยุ่งตายหะเนรเทศชาวต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมายทีละคนสองคนไม่ทันการณ์.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม