หลายครั้งผมเคยสงสัย ภาพจำเรื่องพันท้ายนรสิงห์ในใจ ดูจะพร่าๆมัวๆไปกับเกร็ดประทับใจในละคร อย่างเพลงน้ำตาแสงไต้ ที่ครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร ตื่นมาแต่งตอนที่สอง ในโรงหนังเฉลิมไทย...มากกว่า จนเป็นกังวลว่าเรื่องจริงๆมีแค่ไหน?เปิดหนังสือศาลไทยในอดีต (สร้างสรรค์บุ๊คส์ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2551) 1 ใน 100 เล่มหนังสือดีที่คนไทยควรอ่านของสกว. เจอหัวข้อเรื่องพันท้ายนรสิงห์ ก็ตั้งใจอ่านอันว่า พันท้ายนรสิงห์นั้นเป็นข้าหลวงเดิม สมเด็จพระสรรเพ็ชญ์ที่ 6 หรือที่เรารู้จักในพระนาม สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา (ระหว่าง พ.ศ.2240-2249)พ.ศ.2247 สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือทรงเรือพระที่นั่งเอกชัย ไปประพาสทรงเบ็ด ณ เมืองสาครบุรี โดยมีพันท้ายนรสิงห์ ทำหน้าที่นายท้ายเรือครั้นเรือถึงตำบลโคกขาม ช่วงลำคลองที่คดเคี้ยวมาก (ชาวบ้านเรียกคลอง 12 คุ้งคด) ทั้งกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์คัดท้ายเรือไม่ทัน หัวเรือพระที่นั่งไปชนกิ่งไม้ใหญ่ โครมเดียวนั้น โขนเรือก็หักหล่นลงน้ำเมื่อพันท้ายและฝีพายช่วยกันประคองเรือไปจอดริมฝั่งได้แล้ว พันท้ายนรสิงห์กระโดดขึ้นฝั่ง กราบทูลว่า“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท พระราชอาญาไม่พ้นเกล้าฯ ความผิดครั้งนี้ ตามพระราชกำหนดบทอัยการ ต้องตัดศีรษะข้าพระพุทธเจ้า รวมกับหัวเรือที่หักโค่น ขึ้นบวงสรวงไว้ด้วยกัน ณ ศาลเพียงตา”สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือมีพระราชโองการตรัสว่า“โทษของเจ้าถึงที่ตายนั้นควรอยู่ แต่ข้าจะยกโทษให้ เจ้าจงกลับมาลงเรือ ทำหน้าที่นายท้ายต่อไปตามเดิมเถิด หัวเรือที่หัก ข้าจะสั่งให้เขาซ่อมขึ้นมาใหม่”พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมทูลขอบพระเดชพระคุณในพระมหากรุณาธิคุณนั้น แต่ยืนกรานคำกราบบังคมทูล “ขอตาย” เหมือนเดิมเหตุผลของเขา “ไม่ควรทรงพระอาลัยในตัว คนเป็นข้าหลวงเดิมใกล้ชิด มากกว่าทรงพระอาลัยในพระราชประเพณี จนเป็นช่องทางให้คนทั้งหลายติเตียน หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในภายหน้า”แม้พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมทูลให้ทบทวนพระราชกำหนดบทอัยการ ถ้าพันท้ายคนใด มันถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งนั้นหัก โทษมันถึงประหารสถานเดียว กระนั้น สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือก็ยังมีพระกรุณา ด้วยทรงอาลัยให้ตัวพันท้ายนรสิงห์หนักหนาโปรดให้ฝีพายเอามูลดินมาปั้นเป็นรูปคน ให้ตัดศีรษะรูปดินนั้น...แทนตัว แล้วทรงมีพระราชดำรัสว่า“เอาละ! ข้าสั่งให้ประหารแล้ว เจ้าจงลงเรือมาถือท้ายให้ข้าต่อไปเถิด...”แต่ถึงกระนั้น พันท้ายนรสิงห์ก็ยังยืนยันกราบบังคมทูล ขอตายเพื่อรักษาพระราชกำหนดเดิมไว้ จนในที่สุดสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือทรงยอมรับว่าพันท้ายนรสิงห์ตั้งใจจะไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปจริงๆด้วยน้ำพระเนตรคลอเบ้า พระสุรเสียงสั่นเครือ สมเด็จพระเจ้าเสือจึงมีพระราชโองการให้กระบวนการประหารหลังจากนั้นสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือโปรดให้สมุหนายกเกณฑ์ไพร่พลหัวเมือง มาขุดให้คลองโคกขามส่วนที่คดเคี้ยว เป็นคลองลัดตัดตรง ตรัสว่า นอกจากเพื่อความสะดวกแก่การเดินเรือของราษฎรแล้วยังเป็นอนุสรณ์ความจงรักภักดีให้ชื่อ พันท้ายนรสิงห์ จดจำเล่าขานต่อไปชั่วกัลปาวสานผมไปแม่กลองทางถนนพระราม 2 ประจำ ทุกครั้งที่เห็นทางเลี้ยวเข้าไปศาลพันท้ายนรสิงห์ โคกขาม ก็นึกถึงแบบอย่างความจงรักภักดีแบบพันท้ายนรสิงห์ ฟังแต่ข่าวโกงบ้านกินเมืองหนาหู จนไม่กล้าคิดต่อว่า วันนี้ความจงรักภักดีแบบนั้นยังมีเหลือแค่ไหน?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม