เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าในโอกาส “วันเฉลิมพระชนมพรรษา” ของพระมหากษัตริย์ไทยเรานั้นจะมีธรรมเนียมที่ปฏิบัติติดต่อกันมายาวนานจนกลายเป็นประเพณีอยู่ประการหนึ่ง ได้แก่ “การประดับไฟฟ้า” ที่เรียกว่าประดับไฟ “วันเฉลิมฯ” ตามสถานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ประชาชนชาวไทยรวมไปถึงนักท่องเที่ยว จึงมักรอคอยที่จะไปร่วมชมการประดับไฟดังกล่าว โดยเฉพาะในยุคสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งจะประดับไฟวันเฉลิมฯ ตั้งแต่ 5 ธันวาคม จากนั้นก็จะมีการประดับไฟคริสต์มาส และไฟปีใหม่ต่อเนื่องกันไปสำหรับปีนี้เมื่อผมทราบข่าวว่าการไฟฟ้านครหลวงและส่วนราชการหลายๆส่วน จะร่วมกันประดับไฟเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. ไปจนถึงวันที่ 4 ส.ค. จึงได้นัดหมายลูกๆหลานๆให้มาช่วยขับรถตระเวนดูการประดับไฟ เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาบังเกิดความประทับใจ และมีความสุขเหมือนทุกครั้งที่ตระเวนดูไฟวันเฉลิมฯในอดีต ขอนำมาเล่าสู่กันอ่านเช่นเคยนะครับผมลงจากทางด่วนที่ด่าน ยมราช จึงมุ่งหน้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อตัดเข้าสู่ถนนราชดำเนินนอก ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการประดับไฟของทุกๆปีก็ต้องบอกว่าสวยงามมากครับในปีนี้ตั้งแต่ตัว ทำเนียบรัฐบาล ไปจนถึง พระบรมรูปทรงม้า และ พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆกันรวมทั้งเมื่อข้ามสะพานมัฆวานฯมาแล้ว ก็จะเป็นกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ที่ประดับไฟอย่างงดงามทัดเทียมกันและบางกระทรวงจะมีการจัด “นิทรรศการ” ขนาดย่อมๆเอาไว้ด้วยสวยสุดๆ เมื่อมาถึง สะพานผ่านฟ้าฯ เข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง ไม่ว่าจะมองไปฝั่ง ป้อมมหากาฬ ซึ่งจะเห็น ภูเขาทอง เห็นโลหะปราสาท อย่างถนัดชัดตา หรือขยับมามองอีกฝั่ง อันเป็นที่ตั้งของ อาคารสถิตไทยชโย (อาคาร เทเวศประกันภัย) ซึ่งมีการแสดงแสงสี ในชุด “สืบสาน รักษา ต่อยอด สู่แสงแห่งอนาคต”ซึ่งเป็นการแสดงจากบริษัท Plan B ในรูปแบบ Projection Mapping สวยงามตระการตาเปลี่ยนแสง เปลี่ยนสี อยู่ตลอดรถของเราเคลื่อนไปตลอดถนนราชดำเนินกลาง เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ซึ่งตำรวจจราจรจัดให้รถทุกคันมุ่งไปผ่านโรงละครแห่งชาติ หอประชุมธรรมศาสตร์ไปออกที่ท่าพระจันทร์แล้วต่อไปท่าช้าง วังหลวง และบริเวณท้ายวัง ด้านวัดพระเชตุพนฯทำให้มีโอกาสได้เห็นความงามของ พระปรางค์วัดอรุณฯ ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นของแถมอีกด้วยรถไม่ติดเลยครับ ทำให้การเดินทางกลับบ้านของเราสะดวกมาก แป๊บเดียวก็มาถึงถนนเจริญกรุงไปออกย่านสถานีหัวลำโพง ซึ่งก็ประดับไฟสวยงามเช่นกันก่อนขึ้นทางด่วนกลับบ้านเราตัดสินใจแวะไปย่าน บรรทัดทอง เพราะได้ข่าวว่าย่านนี้เริ่มฟื้นตัว หลังจากซบเซาไปพักใหญ่พอเราเลี้ยวเข้าไปเท่านั้นก็เจอสภาพ “รถติด” ทันทีทั้งๆที่ตลอดเส้นทางประดับไฟรถยังไหลลื่นมาได้โดยสะดวกจริงอย่างที่มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างละครับว่า ถนนบรรทัดทอง วันนี้คืนชีพแล้วจริงๆ--ทั้ง 2 ฟากถนนเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งเดินขวักไขว่ ทั้งนั่งรอคิวหน้าร้านอาหารยาวเหยียดครับ! ก็ขออนุญาตจบข้อเขียนวันนี้ที่ถนนบรรทัดทองนี่แหละ เพื่อจะปลอบใจพวกเราชาวไทยด้วยกันว่า เศรษฐกิจไทยยามนี้แม้จะซวดเซไปบ้าง--รวมทั้งการท่องเที่ยวที่มีข่าวซบเซาไปบ้าง ฯลฯแต่ถ้า ถนนบรรทัดทอง ยังเป็นอย่างที่ผมเห็นเมื่อคืน 28 กรกฎาคมก็ทำให้เกิดความหวังขึ้นมาในบัดดลว่า โอกาสฟื้นตัวของเราไม่ว่าการท่องเที่ยวหรือการอื่นใด...ยังมีอยู่อย่างแน่นอนครับป.ล.สำหรับการประดับไฟวันเฉลิมฯจะมีไปจนถึงวันที่ 4 สิงหาคม ระหว่าง 18.00–24.00 น. อีก 5 คืน รวมถึงคืนนี้...มีโอกาสอย่าลืมพาลูกพาหลานแวะไปดูกันด้วยนะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม