การแก้ปัญหากัญชาเสรี กลายเป็นเรื่อง “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” จากที่เคยประกาศนโยบายกัญชาเสรีหาเสียง แก้กฎหมายจากยาเสพติดประเภท 5 มาเป็นพืชสมุนไพร ตีปี๊บว่าจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทำรายได้เข้าประเทศมหาศาล?แต่ทำไปทำมา หาเศรษฐีไม่เจอ บริษัทใหญ่กวาดรายได้ เข้ากระเป๋าพุงปลิ้น ชนิดที่ไม่ตกมาถึงท้องชาวบ้านที่วาดหวังว่า การเปลี่ยนมาทำไร่กัญชา จะทำให้มีรายได้จนลืมตาอ้าปากบ้างไอ้ที่ปลูกไว้ ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน?กลายเป็นภาวะกัญชาล้นตลาด เต็มบ้านเต็มเมือง ขนาดหลับหูหลับตาให้สูบ-เสพกันไม่อั้นจนเดินพริ้มตาเชื่อมกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง หลายคนถึงขนาดเป็นโรคจิตเวชเพี้ยนไปเป็นจำนวนมากสร้างภาระทางการแพทย์มหาศาล!เพราะว่าไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหนนี่แหละ จึงกลายเป็นจุดกำเนิดขบวนการลักลอบค้ากัญชาข้ามชาติ ลักลอบซุกตู้คอนเทนเนอร์ส่งไปขายต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลียสังเกตจากผลการจับกุมกัญชาส่งนอกครั้งละเป็นตันๆ!อาทิ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. เจ้าหน้าที่ศุลกากรแหลมฉบังค้นตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ สำแดงว่า ขนถุงมือยาง ปลอกหมอน และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ไปยังประเทศตุรกี แต่กลายเป็นกัญชาหนัก 1.5 ตัน!ต่อมา วันที่ 20 ก.ค. ศุลกากรแหลมฉบังจุดเดิมตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์ขนสินค้าประเภทผ้าห่ม-ผ้านวม แต่ซุกซ่อนช่อดอกกัญชามาด้วยถึง 1,600 กก. หรือ 1.6 ตัน ปลายทางประเทศเนเธอร์แลนด์นี่เท่าที่สกัดจับได้ แต่ที่หลุดไปแล้วโดนประจาน มีอีกเพียบ!แล้วจะไม่ให้เพื่อนร่วมโลกเค้ามองเราเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดระดับโลกได้ยังไง?ตอนนี้รัฐบาลเริ่มถอย ออกมาเต้นตีปี๊บว่า กัญชาเริ่มไม่เสรีแล้วถ้าให้ดี เอามันกลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 ก็ไม่ผิดนะครับ ปล่อยผีให้เสพกันจนระบาดไปถึงเยาวชน อนาคตของ ชาติแล้ว จะแก้ปัญหากันยังไง? "สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม