ขยายผลแก๊ง “พ่อทิพย์กุมารจีน” ตะลึงมีเจ้าหน้าที่ 5 รพ.เอกชน ใน กทม.เอี่ยว คาดมีเด็กต่างชาติถูกสวมสิทธิ์เป็นคนไทยแล้วกว่า 500 ราย ส่วนชายไทยรับสม พ่อทิพย์ 3 ลูกเลือดมังกรสแกมเมอร์จีนฟอก 7 หมื่นล้าน ตำรวจยังไม่ขอหมายจับ รอผล DNA มัด ขณะที่ตำรวจบางยี่ขันคุมตัวสาว จนท.รพ.และ จนท.เขตธนบุรี 2 ผู้ต้องหาสำคัญ ออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ทั้งคู่ปิดปากเงียบ หน้าเครียด ส่วนโชเฟอร์แท็กซี่ 1 ในแก๊งพ่อทิพย์ อ้าง 10 ปีก่อนเมียเก่าพาไปช่วยเพื่อนหญิงชาวจีนให้ได้อยู่ประเทศไทย ยันได้แค่ค่าเสียเวลาหยุดขับรถครั้งละ 2,000 บาท รับไม่รู้ถูกสอดไส้เซ็นรับรองบุตร 2 หน ตำรวจเตรียมหิ้วผู้ต้องหาทั้งหมดฝากขังศาลอาญาทุจริตฯ 11 ก.ค.กรณี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. ป.ป.ท., ปปง. และชุดสืบสวนนครบาล เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” กวาดล้างขบวนพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว หลังขยายผลเส้นเงินนายเฉิน ยินไล สแกมเมอร์ชาวจีนที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 7 หมื่นล้านบาท ต่อมาถูกจับกุมเมื่อ เม.ย.67 พบว่าเส้นเงินโยงไปถึง น.ส.เป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีน มีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ลูกทั้ง 3 คนมีสัญชาติไทย เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ 40 หมาย และ 42 หมายค้น หลังพบกลุ่มผู้ต้องหามีเจ้าหน้าที่เขต 1 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 คน เป็นตัวการหลักร่วมกันจัดหาชายไทยรับสมอ้างเป็นพ่อ รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าวแลกสัญชาติไทยเพื่อให้ได้สิทธิในประเทศทุกด้าน ตามที่เสนอข่าวไปนั้นล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.ค. บรรยากาศ ที่ สน.บางยี่เรือ หลังตำรวจขยายผลจับกุมเครือข่ายแจ้งเกิดเท็จ มีผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 19 คน แบ่งเป็น พ่อทิพย์ 10 คน หญิงจีน 7 คน น.ส.สุนีย์ สถิตมโนธรรม เจ้าหน้าที่ ผู้แจ้งเกิด โรงพยาบาล สมิติเวชธนบุรี และ น.ส.ศิริพร นิตทิม เจ้าหน้าที่ตำแหน่งนายทะเบียน สำนักงานเขตธนบุรี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง ในคดีแจ้งเกิดเท็จสวมสัญชาติ ถูกควบคุมตัวอยู่ สน.บางยี่เรือ ส่วนที่เหลือเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อมา พ.ต.อ.รัตน์เกล้า อาณานุการ ผกก.สน.บางยี่เรือ สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ทยอยนำผู้ต้องหาออกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ประกอบด้วย น.ส.ศิริพร นิตทิม น.ส.สุนีย์ สถิตมโนธรรม และพ่อทิพย์ 3 คน มีนายองอาจ ไชยกุหลาบ นายประจวบ ศิริเขตร กรรมการนอมินีผู้ถือหุ้นบริษัท ไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด คดีตึก สตง.ถล่ม และนายวิโรจน์ พุ่มฉายาจังหวะนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม น.ส.ศิริพรถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและอยากให้ชี้แจง แต่ น.ส.ศิริพร ไม่ยอมพูดหรือตอบคำถามสื่อมวลชน สังเกตใบหน้ามีอาการเคร่งเครียด ก่อนถูกนำตัวกลับเข้าห้องคุมขังในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีลูกสาวนายองอาจ ไชยกุหลาบ คนขับแท็กซี่ 1 ในผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นพ่อทิพย์ เดินทางมาเยี่ยม ลูกสาวนายองอาจบอกว่า เมื่อ 10 ปีก่อน เมียใหม่พ่อที่ทำงานอยู่ย่านสำเพ็งแนะให้พ่อรู้จักหญิงจีนชื่อ “หลี่เหย่น เจิ้ง” และพาไปเซ็นเอกสารจดทะเบียนสมรส ได้เงิน 2,000 บาท คาดพ่ออาจถูกสอดไส้เอกสารรับรองบุตรไม่รู้ตัว เมื่อถามว่า “ตอนนั้นนางหลี่เหย่นท้องหรือยัง” ลูกสาวนายองอาจบอกว่า “ยังไม่ได้ท้อง เพิ่งจะมาท้องเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง” ก่อนกล่าวต่อว่า หลังจากเซ็นทะเบียนสมรสก็หย่ากับนางหลี่เหย่น ไม่รู้เหตุผลของการหย่าในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน วันนี้พยายามยื่นประกันตัวพ่อ แต่ตำรวจต้องไปดำเนินการในชั้นศาลไล่เลี่ยกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมตัวนายองอาจ ไชยกุหลาบ พิมพ์ลายนิ้วมือ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงคดีดังกล่าว นายองอาจกล่าวว่า ยอมรับว่าจดทะเบียนสมรสจริงเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนของแฟน และอยากช่วยให้อยู่ไทย ยืนยันไม่ได้ค่าจ้างจดทะเบียน แต่ในเวลาต่อมาได้หย่ากันแล้วได้รับการติดต่อให้ไป “เซ็นรับรองบุตร” 2 ครั้ง ห่างกัน 2-3 ปี ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีบุคคลที่สามประสานงาน ได้เงินสดครั้งละ 2,000 บาท เป็นค่าเสียเวลาหยุดขับรถแท็กซี่ไม่ใช่ค่าจ้างจากนั้นตำรวจได้คุมตัวนายประจวบ ศิริเขตร หนึ่งในพ่อทิพย์ที่เกี่ยวโยงนอมินีตึก สตง.ถล่ม และ นางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน ออกจากห้องควบคุม ทั้งคู่มีสีหน้าเคร่งเครียด ปฏิเสธที่จะตอบคำถามต่อสื่อมวลชน ก่อนถูกนำตัวกลับไปควบคุมตัวในห้องขังตามเดิมเบื้องต้นสำหรับผู้ต้องหาที่เป็น “พ่อทิพย์” ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ” และจะถูกนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตลิ่งชัน ฝากขังในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.)นายวิโรจน์ พุ่มฉายา หนึ่งในผู้ต้องหา“พ่อทิพย์” ถูกควบคุมตัวมาพิมพ์ลายนิ้วมือ ยอมรับแค่ว่ารู้จักกับหญิงชาวจีนในฐานะ “ญาติ” ระบุว่าเซ็นเอกสารให้เฉยๆเพราะเห็นว่าเป็นญาติ ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ แต่จำไม่ได้ว่าเริ่มเซ็นเอกสารตั้งแต่เมื่อใด ผ่านมาหลายปีแล้วยอมรับว่าเซ็นรับรองบุตรจริง แต่กี่คนจำไม่ได้ ยืนยันว่าไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับคดี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เมื่อถามถึงเหตุผลที่ญาติชาวจีนต้องการให้รับรองบุตร นายวิโรจน์ระบุเพียงว่า ญาติต้องการนำเด็กมาเลี้ยงในไทย เมื่อถามย้ำว่า เพื่อให้เด็กชาวจีนได้เข้ามาเรียนในไทยใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ ยอมรับ พร้อมระบุว่าเด็กที่นำมารับรองบุตรในขณะนั้นอายุ 6-7 ปี และการดำเนินการเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่จำไม่ได้ว่าที่สำนักงานเขตไหน เวลาผ่านมานานมากจำรายละเอียดหลายอย่างไม่ได้ ยอมรับว่าขณะนี้มีความเครียดกับคดีที่เกิดขึ้น และตั้งใจจะยื่นขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลอย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหารายนี้มีข้อมูลจากชุดสืบสวนเพิ่มเติมว่า จากคำให้การผู้ต้องหารายนี้อ้างว่า ได้เซ็นรับรองบุตรไปแล้ว 4 คน จาก 2 ครอบครัว ครอบครัวแรกที่เซ็นรับรองบุตรไป 2 คนนั้น บินกลับประเทศจีนไปแล้ว แต่อีกหนึ่งครอบครัวนั้นยังอยู่ที่ประเทศไทยมีรายงานอีกว่า สำหรับ น.ส.เป้าเจียว เฉินหญิงชาวจีน ภรรยานายเฉิน ยินไล ผู้ต้องหาสแกมเมอร์ชาวจีนที่เคยถูกจับกุมในคดีเกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ 7 หมื่นล้านบาท และมีลูกด้วยกัน 3 คน ทั้งหมดมีสัญชาติไทย จากพยานหลักฐานพบว่า บิดามารดาเด็กทั้ง 3 คนคือนายปริญญา ขอสงวนนามสกุล และ น.ส.เป้าเจียว เฉิน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถขอศาลออกหมายจับได้ ทั้งนายปริญญาที่ถูกระบุว่าเป็น “พ่อทิพย์” รวมถึง น.ส.เป้าเจียว เฉิน แม่ของเด็ก เนื่องจากอยู่ระหว่างรอผลตรวจเปรียบเทียบ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดมีรายงานข่าวแจ้งอีกว่าคดี “พ่อทิพย์” ที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ คาดว่าจะมีการแจ้งเกิดเท็จกับเด็กชาวต่างชาติประมาณ 500 คน ยังไม่ถึง 1,000 คน ตามที่เป็นข่าว แต่พบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนใน กทม. 5 แห่ง ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนผู้ต้องหาอีก 26 คน ที่ถูกออกหมายจับ มีพฤติกรรมเป็นพ่อทิพย์ล้วนๆอยู่ระหว่างติดตามจับกุมมาดำเนินคดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่